กต.เรียกทูตยูเออีให้ข้อมูล พ.ต.ท.ทักษิณ พำนักในดูไบ

กต.เรียกทูตยูเออีให้ข้อมูล พ.ต.ท.ทักษิณ พำนักในดูไบ
สำนักข่าวไทย อ.ส.ม.ท.

สนับสนุนเนื้อหา

กระทรวงการต่างประเทศเรียกทูตยูเออีมาให้ข้อมูล "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" พำนักในดูไบ ใช้เป็นฐานเคลื่อนไหวทางการเมือง "พนิช วิกิตเศรษฐ์" ระบุครั้งนี้หลักฐานชัดเจน หวังได้รับความร่วมมือจาก ยูเออี เผยสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนไทย- ยูเออี ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ แต่มีวิธีอื่นที่ทำได้ หากพบตัว

นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ผู้ช่วย รมว.ต่างประเทศ เปิดเผยภายหลัง นายมุฮัมมัต อาลี อะห์เมด อัล ชามซี เอกอัครราชทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ( ยูเออี) ประจำประเทศไทย เข้าพบ เพื่อรับมอบเอกสารเกี่ยวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า เป็นการเชิญมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม จากที่นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ได้ทำจดหมายถึง รมว.ต่างประเทศยูเออี กรณี พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางจากกัมพูชา ไปยังนครดูไป เมื่อวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา

"วันนี้ ได้มอบเอกสารคำสัมภาษณ์ Times Online ฉบับเต็ม ที่เผยแพร่ เมื่อวันที่ 9 พ.ย. ซึ่งระบุชัดว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์จากบ้านพัก ในนครดูไบ และยังพูดถึงการใช้เวลาในดูไบ นอกจากนี้ ยังมีเอกสารอีก2-3 ฉบับ เกี่ยวกับการให้สัมภาษณ์ของคนที่ทำงานกับ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยตรง ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางกลับดูไบ" นายพนิช กล่าว

นายพนิช กล่าวว่า เป็นเรื่องที่รัฐบาลไทยต้องแจ้งให้รัฐบาลยูเออีทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้ยูเออีเป็นที่พักพิง และขับเคลื่อนทางการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า รัฐบาลยูเออีจะให้ความร่วมมือในการดำเนินการตามหมายศาล ที่ได้ออกให้กับรัฐบาลยูเออี ไปแล้ว ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากเอกอัครราชทูตยูเออี

"เดิมท่านทูตเข้าใจว่า เป็นการให้สัมภาษณ์ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ไม่ได้อยู่ที่ยูเออี ซึ่งผมได้ยืนยัน และมอบเอกสารที่ผู้สัมภาษณ์บอกชัดว่า สัมภาษณ์จากบ้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ยูเออี ซึ่งได้ข้อมูลที่ตรงกันว่าเป็นการสัมภาษณ์ตัวต่อตัวจากดูไบ" นายพนิช กล่าว

นายพนิช กล่าวว่า เอกอัครราชทูตยูเออี บอกว่า รมว. และ รมช.การต่างประเทศยูเออี ได้ให้นโยบายอย่างชัดเจนว่า ไม่ต้องการให้ใครมาใช้ ยูเออีเป็นฐานในการขับเคลื่อนทางการเมือง และยังยืนยันว่า จะให้ความร่วมมือกับทางรัฐบาลไทย โดยจะรีบประสานกลับไปยังกระทรวงการต่างประเทศของเขาโดยเร็ว ขณะที่ นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เตรียมให้ข้อมูลกับเอกอัครราชทูตไทย เพื่อนำไปมอบให้กระทรวงการต่างประเทศยูเออี อีกทางหนึ่ง

"หลายครั้งที่เราทราบว่า มีการโฟนอิน หรือให้สัมภาษณ์จากยูเออี แต่ครั้งนี้มีหลักฐานที่ค่อนข้างชัดเจน และค่อนข้างจะละเอียด จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า รัฐบาลยูเออีจะให้ความสำคัญ" นายพนิช กล่าว

ส่วนสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ระหว่างไทย-ยูเออี นายพนิช กล่าวว่า ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ แต่ก็ยังมีวิธีอื่นในการดำเนินการได้คือ การแลกเปลี่ยนตัวนักโทษ ซึ่งไม่ใช่การส่งตัวตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน แต่เป็นการแลกเปลี่ยน ถ้ารัฐบาลยูเออีเห็นว่าเป็นเรื่องที่เหมาะสมก็สามารถดำเนินการได้

ต่อข้อถามว่า หลังจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ออกจากกัมพูชา ได้เดินทางกลับไปดูไบหรือไม่ นายพนิช กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของกงสุลใหญ่ ประจำดูไบ จะต้องไปตรวจสอบ และรายงานกลับมาที่กระทรวงเป็นระยะๆ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้จะต้องให้เวลากับยูเออีในการพิจารณา และตรวจสอบตามข้อมูลที่เรามอบให้ไป เมื่อได้เรื่องอย่างไร ก็คงแจ้งกลับมา

"ผมไม่อยากกำหนดระยะเวลา เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลยูเออี ซึ่งเขาให้ความช่วยเหลือมาตลอด และเราก็ได้แจ้งชัดเจนว่า สิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์มีผลกระทบต่อสถาบัน และเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ที่คนไทยมีความเป็นห่วงมาก จึงหวังว่ารัฐบาลยูเออี จะให้ความสำคัญ ในสิ่งที่รัฐบาลไทยให้ความเป็นห่วง แต่จะด้วยวิธีไหน เป็นการตัดสินใจของรัฐบาลยูเออี" นายพนิช กล่าว

 

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!