เซอร์ไพรส์! "อุ๊งอิ๊งค์" แพทองธาร ชินวัตร นั่งที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย ชูปฏิรูป 3 ด้าน

เซอร์ไพรส์! "อุ๊งอิ๊งค์" แพทองธาร ชินวัตร นั่งที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย ชูปฏิรูป 3 ด้าน
S! News (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

"อุ๊งอิ๊งค์ แพทองธาร" กระโดดเข้ามานั่งที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย ชูปฏิรูปประเทศ 3 ด้าน คือ การศึกษา เทคโนโลยี และซอฟต์ เพาเวอร์ ขณะที่ "สมพงษ์ อมรวิวัฒน์" ประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค

วันนี้ (28 ต.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 12.20 น. ที่ผ่านมา ในระหว่างงานประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคเพื่อไทย ภายใต้ธีม “พรุ่งนี้เพื่อไทย เพื่อชีวิตใหม่ของประชาชน” ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จังหวัดขอนแก่น

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวอำลาตำแหน่งหัวหน้าพรรค โดยระบุในช่วงท้ายๆ ว่า “ขอขอบคุณกรรมการบริหาร ส.ส. สมาชิกทั้งหมด ที่ได้ให้ความร่วมมือกับผมในการทำงานนำพาพรรคเพื่อไทยถึงจุดนี้ ในเส้นทางประชาธิปไตยที่มุ่งมั่นแน่วแน่”

หลังจากนั้น นายสมพงษ์ กล่าวถึงการส่งพรรคต่อให้กับคนรุ่นใหม่ และเปิดตัว นางสาวแพทองธาร ชินวัตร บุตรสาว นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่จะเข้าสู่ตำแหน่งที่ปรึกษาพรรค ว่า “วันนี้ภายใต้กำลังการบริหารหัวหน้าใหม่ ที่ปรึกษารุ่นใหม่ ผมเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าพรรคจะนำความหวังเป็นจริง อนาคตสดใส นำความเชื่อมั่นของประชาชนสู่ประเทศไทย เพื่ออนาคตสมบูรณ์แบบมั่นคง พออกพอใจของประชาชน และได้รับความภาคภูมิใจ”

ในเวลาต่อมา นางสาวแพทองธาร ขึ้นกล่าวบนเวทีโดยในช่วงหนึ่งระบุว่า “ดิฉันสัมผัสการเมืองตั้งแต่ 8 ขวบ ตอนนั้นคุณพ่อเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ตอนอายุ 9 ขวบ พ่อเป็นหัวหน้าพรรคพลังธรรม จากนั้นอีก 3 ปี พออายุ 12 ปี พ่อก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ชื่อพรรคนั้นยังอยู่ในใจเสมอ”

“ไม่ว่าคนไทยจะคิดต่างกันอย่างไร เราทุกคนล้วนเป็นคนไทยด้วยกันและอยากเห็นประเทศไทยเจริญก้าวหน้าต่อไป ขอขอบคุณทุกท่านอีกครั้งที่สนับสนุนดิฉัน จะตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ในฐานะที่ปรึกษา แม้ไม่ใช่นักการเมืองแต่ขอมุ่งมั่นตั้งใจทำงานด้วยใจจริงในฐานะคนไทยคนหนึ่ง”

ทั้งนี้ "อุ๊งอิ๊งค์" ระบุว่า ตนตั้งใจที่จะผลักดันขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศทั้งสิ้น 3 ด้าน คือ การศึกษา เทคโนโลยี และซอฟต์ เพาเวอร์ ก่อนที่จะปิดท้ายการกล่าวบนเวทีว่า “ในฐานะลูกของคุณพ่อ ไม่เคยลืมบุญคุณแผ่นดินไทย ไม่เคยลืมพี่น้องคนไทยที่ไม่เคยลืมท่าน และท่านปรารถนาอย่างมากที่จะกลับมากราบแผ่นดินไทยอีกครั้ง กลับมากราบผู้มีพระคุณ”