หนุ่มช่างทาสีลั่น ไม่รับคำขอโทษสาวใหญ่ตัดเชือก แถมเหตุผลก็ฟังไม่ขึ้น

หนุ่มช่างทาสีลั่น ไม่รับคำขอโทษสาวใหญ่ตัดเชือก แถมเหตุผลก็ฟังไม่ขึ้น
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 27 สิงหาคม 2564 ที่สภ.ปากเกร็ด น.ส.วริยา สวัสดิ์วิมล อายุ 34 ปี นายเด่นภูมิ สวัสดิ์วิมล สองสามีภรรยา(นายจ้าง) พร้อมด้วยนายสอง ชาวไทยใหญ่ อายุ 21 ปี ได้เดินทางมาที่สภ.ปากเกร็ดเพื่อเจรจากับทางนางสาวณิชานันท์ แซ่โต๊ะ อายุ 40 ปี และได้นำหลักฐานเป็นเชือกที่ถูกตัดในวันเกิดเหตุใส่ลังมาจำ 2 ลังมามอบให้กับพนักงานสอบสวน

 ต่อมาทั้ง 2 ฝ่ายได้มีการพูดคุยเจรจากันภายในห้องพนักงานสอบสวนใช้เวลาประมาณ 1 ชัวโมง ก่อนที่ทาง น.ส.วริยา (นายจ้าง) เปิดเผยแทนนายสองว่า หลังจากมีการพูดคุย ทางคู่กรณีขอโทษ บอกว่าไม่ได้ตั้งใจตัดเชือก แค่ป้องกันตัว นายสองมองว่ามันฟังไม่ขึ้น ไม่รับคำขอโทษ และมองว่าพยายามฆ่าชัดๆ ถ้านายสองอยู่ชั้นที่ต่ำลงไปจากจุดตัดเชือก คงตายไปแล้ว ตอนนี้ก็ฝังใจรู้สึกระแวงทุกครั้งที่ทำงาน ยืนยันไม่ให้อภัยแน่นอน

น.ส.วริยา สวัสดิ์วิมล นายจ้าง กล่าวอีกว่า ผู้ต้องหาก็ขอโทษและบอกว่าไม่ได้มีเจตนาจะฆ่า หลังจากนี้จะดำเนินตามกฏหมาย ส่วนเรื่องค่าเสียหายยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน ตอนนี้ตนเหนื่อยและเสียความรู้สึก ก็จะให้ศาลตัดสิน ผู้ต้องหาบอกว่าที่ตัดเพราะไม่ได้รับแจ้งทางนิตืตามข่าวที่ออกไป ส่วนตนไมีมรอะไรจะพูดให้เป็นไปตามกฏหมายต่อไป

พ.ต.อ.พงศ์จักร ปรีชาการุณพงศ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ด เปิดเผยว่า ทางตำรวจมีหลักฐานว่าผู้ต้องหาทำผิดจริง  แต่ถ้าหากพบกันแล้วเกิดการทะเลาะกันจะไม่ให้พบ แต่ผู้เสียหายถามจากปากผู้ต้องหาว่าทำไปเพราะอะไร  ส่วนทางผู้ต้องหาก็อยากขอโทษ คดีนี้ยอมความไม่ได้เพราะเป็นพยายามฆ่า  เป็นความประสงค์ของผู้เสียหายที่จะพบผู้ต้องหา และผู้ต้องหาก็อยากจะขอโทษผู้เสียหาย จะฟ้องศาลให้เร็วที่สุดภายใน 15 วัน  ส่วนในกรณีนี้เป็นการเจรจาไม่ใช่การยอมความใดๆ

ส่วนทางด้านนางสาวณิชานันท์ แซ่โต๊ะ อายุ 40 ปี (ผู้ต้องหา)ไม่ให้สัมภาษณ์ใดกับผู้สื่อข่าวได้แต่กล่าวคำขอโทษก่อนรีบเดินขึ้นรถกลับพร้อมด้วยทนายความ