"บิ๊กป้อม" ลั่นไม่ได้สั่งพลังประชารัฐทำโพล ย้ำให้ความสำคัญ ส.ส.เก่า ลงสนามเลือกตั้ง

"บิ๊กป้อม" ลั่นไม่ได้สั่งพลังประชารัฐทำโพล ย้ำให้ความสำคัญ ส.ส.เก่า ลงสนามเลือกตั้ง
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

"พล.อ.ประวิตร" ยืนยันพลังประชารัฐยังไม่ทำโพล ย้ำตนเองไม่ได้สั่งแล้วใครจะทำ รอใกล้เลือกตั้ง ย้ำให้ความสำคัญ ส.ส.เก่า เป็นอันดับแรก

วันนี้ (25 ต.ค.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวยืนยันว่า พรรคพลังประชารัฐยังไม่ได้ทำโพลประเมินความนิยมของ ส.ส. ในพรรค เพราะตนยังไม่ได้สั่งให้ทำ แต่คิดไว้ว่าจะทำ และยังไม่ได้เลือกตั้งจะทำโพลทำไม คนไหนอยากทำก็ให้ไปถามคนนั้นดู

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่ามีการประเมิน ส.ส.ภาคใต้ไปแล้ว 14 คน แต่ผ่านเพียง 4 คนนั้น แสดงถึงความเคลื่อนไหวภายในพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ถามกลับสื่อมวลชนว่า ไปเอามาจากไหน ยืนยันว่าไม่มีใครเคลื่อนไหว พร้อมบอกให้ไปถามคนที่เคลื่อนไหว

เมื่อถามว่ากระแสข่าวดังกล่าวพุ่งเป้าไปที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ว่าเป็นคนสั่งทำ พล.อ.ประวิตร ยืนยันว่า ไม่ทำ ทำไม่ได้ ไม่ได้สั่งแล้วใครจะทำ มีความจำเป็นที่จะต้องทำหรือไม่ พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า รอใกล้เลือกตั้งก่อน ซึ่ง ส.ส.เก่า ก็ต้องได้ลง โดยย้ำว่าให้ความสำคัญกับ ส.ส.เก่า เป็นอันดับแรก

“ชัยวุฒิ” ยันพรรคยังไม่เคยทำโพล บอกถ้าอยากรู้ใครทำงานหรือไม่ทำงาน ถามประชาชนในพื้นที่ก็รู้แล้ว

ขณะที่ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการทำโพลเพื่อคัดเลือกผู้รับสมัครลงเลือกตั้งว่า ยังไม่เคยมีการพูดคุยกันเพราะยังไม่ถึงเวลาเลือกตั้ง แต่ปกติเมื่อใกล้ถึงเวลาเลือกตั้งก็จะมีการคัดเลือกผู้สมัครเป็นกระบวนการของพรรคอยู่แล้ว ซึ่งถ้าใครเสียงไม่ดีประชาชนไม่นิยมก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งหลายพรรคก็มีการทำโพลแข่งกันระหว่างผู้สมัครเป็นเรื่องปกติ แต่ตนคิดว่ายังไม่ถึงเวลา ส่วนตอนนี้จะดูว่าผู้สมัครใครเป็นอย่างไรก็คงไม่ต้องทำโพล เราพูดคุยกันหรือถามคนในพื้นที่ก็รู้อยู่แล้วว่าใครทำพื้นที่ ใครเป็นอย่างไร

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า ส.ส.ในพื้นที่ภาคใต้ของพรรคพลังประชารัฐมีคะแนนเสียงไม่ผ่านเกณฑ์เลยนั้น นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าสื่อเอาข้อมูลมาจากไหน และได้สอบถามกันภายในพรรค ก็ยังไม่เห็น ข้อมูลนี้น่าจะเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง

ส่วนจะมีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะเปลี่ยนตัวผู้สมัครของพรรค หากผลออกมาไม่ผ่านเกณฑ์ เช่น ในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่มีหลายคนไม่ผ่านเกณฑ์ นายชัยวุฒิ ระบุว่า ต้องดูถึงช่วงการเลือกตั้ง ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา ซึ่งการจะส่งผู้สมัครต้องดูว่าจะมีใครมาขอลงกับทางพรรคบ้าง จากนั้นมาคัดเลือกกันเป็นกระบวนการที่เรียกว่าไพรมารีโหวต ซึ่งต้องทำอยู่แล้วตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายพรรคการเมือง ก็เป็นเรื่องปกติอย่าไปคิดมาก เพราะพรรคมีคะแนนนิยม คนอยากมาขอสมัครกันจำนวนมาก ก็ต้องคัดเลือกคนที่ดีที่สุดเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ว่าอยากจะส่งใครลงก็ส่ง ก็ต้องดูคนที่มีความเหมาะสม ประชาชนนิยม สามารถที่จะทำงานให้พรรคได้