เครือข่ายเอชไอวียื่นขอเปลี่ยนสูตรยาสกัดติดเชื้อเอดส์

เครือข่ายเอชไอวียื่นขอเปลี่ยนสูตรยาสกัดติดเชื้อเอดส์

เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี ยื่นกรมอนามัยขอเปลี่ยนสูตรยา 2ตัวเป็นสูตร 3ตัว ผลวิจัยยัป้องกันติดเชื้อจากแม่สู่ลูกได้เหลือ2% อธิบดีหนุน

เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวีแห่งประเทศไทย นำโดยนายสุริยา วิงวอน ผู้ประสานงานเครือข่าย ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ นพ.สมยศ ดีรัสมิ์ อธิบดีกรมอนามัย เพื่อเรียกร้องให้กรมอนามัยปรับสูตรยาต้านไวรัสเพื่อป้องกันการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก

นายสุริยา กล่าวว่า จากการที่ทางกรมอนามัยได้มีการจ่ายยาต้านไวรัสเพื่อป้องกันการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก ซึ่งปัจจุบันเป็นสูตรยา 2 ตัว คือ AZT+single dose NVP แม้ว่าจะช่วยลดจำนวนทารกที่ติดเชื้อเอชไอวีได้มากขึ้น โดยมีอัตราการติดเชื้ออยู่ที่ร้อยละ 3.5 แต่จากการติดตามพบว่า ยังมีปัญหาการดื้อยาที่สูง แต่จากความก้าวหน้าในการศึกษาวิจัย "โครงการประเมินความคุ้มค่าและความเป็นไปได้ของการใช้ยาต้านไวรัสสูตรยา 3 ตัว ที่เป็นสูตรมาตรฐานของการป้องกันการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูกในประเทศไทย" ทำการวิจัยโดยคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช

การวิจัยดังกล่าวได้เก็บข้อมูลในโรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชนทุกแห่งใน จ.นครสวรรค์ ศรีสะเกษ สตูล และสระแก้ว พบว่า การใช้สูตรยา 3 ตัว จะให้ผลในการป้องกันการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูกได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยลดโอกาสการถ่ายทอดเชื้อเหลือเพียงแค่ร้อยละ 2 ยังเป็นเป็นผลดีเพราะไม่ทำให้เกิดการดื้อต่อยา NVP ที่เป็นตัวยาผสมในสูตรเดิม ทั้งนี้สูตรยา 3 ตัว ประกอบด้วย 2 สูตร คือ 1. สูตร AZT+3TC+EFV และ 2.สูตร AZT+3TC+LPV/r

นายสุริยา กล่าวว่า เมื่อเปรียบเทียบราคายา หากเป็นสูตรยา 2 ตัว ราคายา NVP จะอยู่ที่ 1,165 บาทต่อเดือน ขณะที่ในสูตรยา 3 ตัวนั้น ราคายา EFV จะอยู่ที่ 1,625 บาทต่อเดือน และยา LPV/r อยู่ที่ 3,000 บาทต่อเดือน แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายในการให้ยาเพิ่มมากขึ้น แต่จากการประเมินความคุ้มค่าของการให้สูตรยา 3 ตัวจากรายงานพบว่า ในระยะยาวจะมีความคุ้มค่ามากกว่า อีกทั้งหน่วยบริการยังมีความพร้อมในการดำเนินการจ่ายยาตามผลการวิจัยได้

นอกจากนี้ จากการประชุมคณะอนุกรรมกรรมการพัฒนาระบบการให้บริการผู้ติดเชื้อเอชไอวีหรือผู้ป่วยเอดส์ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่ได้ประชุมเมื่อวันที่ 6 พ.ย. ที่ผ่านมา ยังได้มีมติเห็นชอบต่อหลักการใช้ยาต้านไวรัสูตรยา 3 ตัวนี้ และขอให้ดำเนินการเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ดังนั้นจึงขอให้กรมอนามัยเปลี่ยนสูตรการให้ยาเพื่อป้องกันการถ่ายทอดยาจากแม่สู่ลูกโดยเร็ว ทั้งนี้หลังจากยื่นหนังสือในวันนี้ ในวันที่ 30 พ.ย. ทางเครือข่ายผู้ติดเชื้อฯ จะมาติดตามผลอีกครั้ง

ด้าน นพ.สมยศ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ทางกรมอนามัยได้มีการประชุมนักวิชาการเพื่อพิจารณาผลการวิจัยดังกล่าว รวมมติคณะอนุกรรมการการพัฒนาระบบยาฯ แต่ทั้งนี้ยังต้องรอผลการวิจัยโดยละเอียดเกี่ยวปริมาณการใช้ยา ความปลอดภัย และขนาดการใช้ยา รวมถึงความพร้อมในการจ่ายยาของสถานพยาบาลทั่วประเทศด้วย ทั้งนี้ที่ผ่านมาทางกรมอนามัยได้มีการนำร่องในพื้นที่ 4 จังหวัด และ 1 เขตสาธารณสุขแล้วเป็นระยะเวลา 1 ปี อย่างไรก็ตามหากพบว่าเป็นประโยชน์ก็พร้อมเห็นด้วยและสนับสนุน แต่ต้องมีข้อมูลรองรับชัดเจนก่อน