เตือนมือดีทิ้งขยะในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ หวั่นสัตว์ป่าได้รับอันตราย

เตือนมือดีทิ้งขยะในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ หวั่นสัตว์ป่าได้รับอันตราย

เตือนมือดีทิ้งขยะในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ หวั่นสัตว์ป่าได้รับอันตราย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ผู้พิทักษ์ป่าวังน้ำเขียว เตือนมือดีทิ้งขยะในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ หวั่นสัตว์ป่าได้รับอันตรายจากการทิ้งขยะ วอนทุกภาคส่วนช่วยกันดูแล

นายชาตรี ศรีทอง พนักงานพิทักษ์ป่า หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่ ขญ.5 (กม.80) ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยนายพงษ์เทพ มาลาชาสิงห์ ประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอวังน้ำเขียว ได้ไปดูแนวถนนเขตกันไฟช่วง กม.80 บ้านบุพราหมณ์ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี ไปบ้านเขาแผงม้า ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา พบขยะจำนวนมากที่มีคนนำมาทิ้งข้างชายป่า เป็นจำนวนมาก ส่วนหนึ่งเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่ ขญ.5 (กม.80) ได้ทำการฝั่งกลบไปแต่ก็ยังมีเศษขยะอีกจำนวนมากเกลื่อนอยู่กระจัดกระจายตามพงไม้ และนอกจากนี้ยังพบซากศาลพระภูมิ มากองทิ้งอีกด้วย  ซึ่งนายชาตรี ศรีทอง พนักงานพิทักษ์ป่า เปิดเผยว่า ในบริเวณนี้จะมีกระทิง มีกวาง ออกมาหากิน อาจจะทำให้สัตว์ป่าเหล่านี้ กินถุงพลาสติกเข้าไปทำให้เกิดอันตรายได้ และที่สำคัญเป็นเขตอุทยาน การทิ้งขยะในเขตอุทยานมีความผิดทางกฎหมาย จึงขอให้ผู้ที่กระทำอย่าได้นำขยะมาทิ้งอีก

นายพงษ์เทพ มาลาชาสิงห์ ประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอวังน้ำเขียว กล่าวว่า อำเภอวังน้ำเขียวเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีอากาศดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ช่วงนี้เริ่มเขาสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว จึงขอวิงวอนผู้ที่น้ำขยะมาทิ้งในเขตอุทยาน ขอให้เลิกพฤติกรรมนี้ เพราะนอกจากสิ่งสกปรกจากขยะที่โดนฝนซะล้างลงสู่ลำคลองแหล่งน้ำ เป็นบ่อเกิดของโรคต่างๆ เป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมที่ดีๆ ของวังน้ำเขียว ที่สำคัญยังทำให้เกิดอันตรายต่อสัตว์ป่าที่อาจจะกินถุงพลาสติก เศษอาหาร ถึงแก่ชีวิตได้ นอกจากนี้นายพง์เทพ ยังกล่าวต่ออีกว่า ในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้จะเข้าสู่ฤดูหนาว ประกอบกับมีมาตรการผ่อนคลายโควิด-19 ทางชมรมจะจัดปั่นจักรยานเพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2564 ด้วย ซึ่งรายละเอียดจะแจ้งให้ทราบทางเพจของชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอวังน้ำเขียวต่อไป.

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook