คันดินพังที่สิงห์บุรี น้ำทะลักท่วมบ้าน 300 กว่าหลังในพริบตา ชาวบ้านเก็บของไปร้องไห้ไป

คันดินพังที่สิงห์บุรี น้ำทะลักท่วมบ้าน 300 กว่าหลังในพริบตา ชาวบ้านเก็บของไปร้องไห้ไป
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

วันที่ 20 ต.ค. 2564 หลังจากที่เขื่อนเจ้าพระยาปล่อยน้ำลงท้ายเขื่อนอยู่ที่ 2,766 ลบ.ม/วินาที ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาหลังจากที่เคยลดลงไปกลับเพิ่มขึ้นมาอีก ในส่วนของหมู่ที่ 4 ที่มีพนังกั้นน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเข้าท่วมตลาดเก่าอินทร์บุรี และพื้นที่ของส่วนราชการหลายแห่ง อีกทั้งวัดวาอาราม และโรงพยาบาลอินทร์บุรี ซึ่งเดิมจุดที่พังนั้นเป็นช่อง เปิด-ปิด หรือเรียกว่ารอยฟันหลอของกำแพงที่ก่อสร้างโดยกรมโยธาธิการฯ เว้นช่องไว้เป็นทางเข้า-ออกยามเหตุการณ์ปกติ แต่ช่วงหน้าน้ำหลากชาวบ้านจะเอากระสอบทรายมาเรียงเพื่อป้องกันน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลเข้ามาท่วมพื้นที่ด้านใน ที่ผ่านมาระดับน้ำสูงขึ้นมาอีกจึงทำให้คันดินพัง มวลน้ำจึงไหลท่วมเข้าบ้านเรือนประชาชนและสถานที่ราชการอย่างรวดเร็วกว่า 320 หลังคาเรือน ซึ่งประชาชนไม่สามารถขนย้ายของได้ทัน ต่างอพยพขนของหนีน้ำกันจ้าละหวั่น ชาวบ้านเร่งนำรถยนต์ รถมอเตอร์ไซด์ ไปจอดยังถนนสิงห์บุรี-ชัยนาท (สายเก่า) และพยายามเก็บข้าวของที่จำเป็น แต่ก็ไม่ทัน ข้าวของเครื่องใช้ โต๊ะ ตู้เตียง จมไปกับน้ำเกิดความเสียหายเป็นอย่างมากนั้น

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่และได้สอบถามแม่ค้าขายสุกี้โบราณ ซึ่งเล่าว่า เพิ่งลงทุนซื้อของเพื่อที่จะเปิดขายวันนี้เป็นวันแรก แต่ตอนเช้ามีเสียงประกาศว่าให้ประชาชนเก็บข้าวของ แต่น้ำก็มาแล้วตนจึงรีบเก็บของใช้ที่ใกล้ตัวเก็บไปร้องไห้ไปเพราะไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ สถานที่ราชการที่ถูกน้ำท่วมก็จะมีสถานีตำรวจภูธรอินทร์บุรี ที่ว่าการอำเภออินทร์บุรี และสถานที่ราชการอีกหลายแห่ง วัดปราสาท ซึ่งพระสงฆ์หลายรูปต้องอพยพให้เรือของมูลนิธิฯ มารับไปจำวัดที่วัดอื่น โดยทาง ชลประทานสิงห์บุรี ปภ.สิงห์บุรี และเจ้าหน้าที่ฯ พยายามให้นำบิ๊กแบ็คมาเสริมเพื่อกั้นน้ำโดยคาดว่าคืนนี้จะสามารถกั้นน้ำเพื่อไม่ให้ไหลท่วมไปยังหมู่อื่นๆ โดยเฉพาะหมู่ 1 ซึ่งมีโรงพยาบาลอินทร์บุรี ตั้งอยู่ และไม่ให้น้ำท่วมขยายวงกว้างไปมากกว่านี้

โดยขณะที่ผู้สื่อข่าวได้ลงเรือเพื่อสำรวจน้ำท่วมอยู่นั้นได้เจอกับคณะของมูลนิธิร่วมกตัญญู นำโดย บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ที่ได้มาให้กำลังใจและเยียวยาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยในครั้งนี้ โดย บิณฑ์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า เพิ่งกลับมาจากการช่วยเหลือประชาชนที่ จ.ชัยภูมิ หลังจากได้ทราบข่าวว่า คันดินที่ อ.อินทร์บุรี พัง ชาวบ้านเก็บของไม่ทัน จึงรีบกลับมาช่วยประชาชนชาวอินทร์บุรีก่อน โดยชาวบ้านเล่าว่าเก็บของไม่ทัน ร้องไห้ไปด้วยเก็บของไปด้วย สิ่งที่ทำคือการให้กำลังใจและเยียวยาช่วยเหลือชาวบ้าน และช่วยอพยพชาวบ้าน ซึ่งคิดว่าทางส่วนราชการของจังหวัดสิงห์บุรีจะได้แก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็ว ตนเป็นกำลังใจให้ทุกฝ่าย