เด็กหญิงวัย 13 ขี่มอเตอร์ไซค์ไปรับแม่กลางดึก ถูกคนร้ายถีบรถล้ม-ชิงทรัพย์

เด็กหญิงวัย 13 ขี่มอเตอร์ไซค์ไปรับแม่กลางดึก ถูกคนร้ายถีบรถล้ม-ชิงทรัพย์
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

เมื่อเวลา 22.45 น.วันที่ 19 ต.ค.64 เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเพียวเยี่ยงไท้ศรีราชา ได้รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ชนกัน 2 คัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ส่วนคู่กรณีขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปแล้ว เหตุเกิดบริเวณถนนคู่ขนานมุ่งหน้าเข้าพัทยา ก่อนถึงแยกไฟแดงหนองยายบู่ ต.สุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุเข้าร่วมตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เข้าไปตรวจสอบพบ เด็กหญิงเอ(นามสมมติ) อายุ 13 ปี นั่งอยู่ข้างถนน โดยมีรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟิออร์เร่ สีดำ ล้มคว่ำอยู่กลางถนนในเลนซ้ายสุด โดยได้รับบาดเจ็บบริเวณขาข้างซ้ายเป็นแผลถลอกที่หัวเข่าและหลังเท้า โดยเด็กหญิงเอ บอกเจ้าหน้าที่กู้ภัยว่า ถูกคนร้ายถีบรถจักรยานยนต์จนล้มแล้วชิงทรัพย์เป็นกระเป๋าสะพายสีขาว ข้างในกระเป๋ามีโทรศัพท์มือถือไอโฟน 12 บัตรประชาชน และเงินสดประมาณ 400 บาท ก่อนคนร้ายจะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป เจ้าหน้าที่กู้ภัยทราบดังนั้นจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองขามให้รับทราบ เพื่อมาตรวจสอบในที่เกิดเหตุ

จากการสอบถามเด็กหญิงเอ ทราบว่า เมื่อเวลาประมาณ 22.30 น.ได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกมารับแม่ที่ร้านอาหารที่กำลังเตรียมปิดร้าน ขณะออกมาจากบ้านได้สังเกตเห็นคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์อยู่บริเวณหน้าบ้านของตนเอง บริเวณสะพานสวนเสือศรีราชา แต่ไม่ได้คิดอะไร จึงขี่จักรยานยนต์ออกมาตามถนน และพอถึงสะพานสวนเสือ ตนเองก็ขี่เลี้ยวออกไปตามถนนคู่ขนานมอเตอร์เวย์ ส่วนคนร้ายได้ขี่ขึ้นไปบนสะพานสวนเสือเพื่อมุ่งหน้าไปทางตัวเมืองศรีราชา ก่อนคนร้ายจะเห็นว่าตนเองไม่ขึ้นสะพาน จึงวนรถจักรยานยนต์กลับมาขี่ตามตนเองไป ก่อนที่คนร้ายจะถีบรถจักรยานยนต์ตนเองจนล้มลง แล้วชิงกระเป๋าสะพายที่วางอยู่ที่เก็บของตรงที่เสียบกุญแจหลบหนีไป ซึ่งในกระเป๋ามีโทรศัพท์มือถือไอโฟน 12 จำนวน 1 เครื่อง บัตรประชาชน และเงินสดประมาณ 400 บาทขี่หลบหนีไป โดยมีคนขับรถบรรทุก 6 ล้อที่เห็นเหตุการณ์ขับตามไป ส่วนคนขับรถเทรลเลอร์ก็ได้จอดลงมาช่วยเหลือ ให้ยืมโทรศัพท์มือถือโทรหาแม่ ให้รีบมาในที่เกิดเหตุ

ด้านนายสัมฤทธิ์ อิ่มเอิบ คนขับรถบรรทุก 6 ล้อที่เห็นเหตุการณ์เปิดเผยว่า ตนเองขับรถบรรทุกมาทางถนนคู่ขนานมุ่งหน้าไปพัทยา เพื่อมุ่งหน้าไปส่งสินค้าที่จังหวัดระยอง พอมาถึงที่เกิดเหตุเห็นรถจักรยานยนต์ 2 คันเกี่ยวกันจนล้ม จึงชะลอรถดู และเห็นว่าคนขี่รถจักรยานยนต์อีกคันเป็นผู้ชายมาคนเดียวกำลังกระชากกระเป๋าจากน้องผู้หญิงที่ล้มลงแล้วขี่รถจักรยานยนต์หนีไป ตนเห็นดังนั้นจึงขับรถบรรทุกตามไปและบีบแตรไล่ จนถึงไฟแดงหนองยายบู่ซึ่งเป็นสัญญาณไฟแดง คนร้ายได้เลี้ยวซ้ายเข้าแยก ก่อนวนรถออกมาวิ่งบนเส้นทางคู่ขนานแล้วหลบหนีไป ส่วนตนเองไม่กล้าขับตามไปเพราะติดสัญญาณไฟแดงเกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุ จึงถอยรถกลับมาที่จุดเกิดเหตุ

หลังจากนั้นนางนงเยาว์ มาอ่อน อายุ 50 ปี แม่ของเด็กหญิงเอ พร้อมญาติ ได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุจึงใช้โทรศัพท์มือถือของแม่จับสัญญาณจีพีเอสของมือถือพบว่า สัญญาณจีพีเอสอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 3 กิโลเมตร อยู่ในซอยกังวานพณิชย์ ม.11 ตำบลหนองขามใกล้กับสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ ทางนายวุฒิชัย คำมา อายุ 34 ปี คนขับรถเทรนเลอร์พลเมืองดีจึงขึ้นรถจักรยานยนต์เจ้าหน้าที่กู้ภัยขี่ตามสัญญาณจีพีเอสไปยังจุดที่พบสัญญาณ พร้อมโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจหนองขามเข้าร่วม

นางนงเยาว์ มาอ่อน แม่ผู้ได้รับบาดเจ็บเปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุแม่โทรให้น้องเค้าไปรับกลับบ้าน ที่ร้านที่กำลังตกแต่งเป็นร้านอาหารเตรียมจะเปิดให้บริการในวันที่ 24 ต.ค.นี้ ซึ่งร้านที่จะเปิดอยู่ไม่ห่างจากบ้านประมาณ 3 กม. ซึ่งน้องก็ขี่รถจักรยานยนต์เป็นประจำอยู่แล้ว หลังจากนั้นก็ได้รับโทรศัพท์มาว่าลูกสาวถูกคนร้ายถีบรถจักรยานยนต์ล้มแล้วชิงทรัพย์ จึงให้แฟนขับรถมาดูในที่เกิดเหตุ โดยน้องบอกว่า น้องกำลังขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้าน คนร้ายคงขี่จักรยานยนต์มาเห็นพอดีจึงขับตามมา พอถึงจุดเกิดเหตุจึงถีบรถของน้องเลย ซึ่งน้องก็รู้แล้วว่าคนร้ายตามมาตั้งแต่น้องอยู่ที่บ้านที่เปิดเป็นร้านแพปลา ขายอาหารทะเลสด ก็รู้สึกตกใจที่เจอเหตุการณ์แบบนี้ ปกติไม่เคยให้ลูกออกมาแบบนี้เลย ก็ยังย้ำถามว่า มาได้ไหมลูก มาได้ไหม ก็ไม่อยากให้ออกมา น้องก็ยืนยันว่าออกมาได้ ถือว่ายังโชคดีที่ไม่เป็นอะไรมากกว่านี้ ยังดีที่มีพี่ๆ คนขับรถหกล้อและรถเทรนเลอร์เข้าช่วยเหลือได้

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำเด็กหญิงเอไปส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาล ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจและญาติก็ได้ติดตามจีพีเอสจากโทรศัพท์มือถือของเด็กหญิงเอไปยังจุดที่สัญญาณหยุดอยู่ โดยไปพบกับนายวุฒิชัย คำมา อายุ 34 ปีคนขับรถเทรลเลอร์พลเมืองดีที่จอดรถทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุ ก่อนจะขึ้นรถจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาตามหาตัวคนร้ายตามจีพีเอสที่แจ้งพิกัดอยู่ โดยเดินทางมาถึงบริเวณหอพักต่อศักดิ์ หมู่ 11 ตำบลหนองขาม จากการตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุไม่พบตัวคนร้าย จึงได้สอบถาม นายบัญชา ชวดเชื้อ อายุ 47 ปี ผู้ที่พักอาศัยอยู่บริเวณดังกล่าวเปิดเผยว่า ตนเองได้ยินเสียงสุนัขเห่าจึงออกมาดู เห็นเด็กผู้ชายนั่งค่อมรถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อจอดอยู่บริเวณถังขยะหน้าห้อง โดยหันหัวรถออกไปตามถนน นั่งเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ ตนเองเกรงว่าจะเป็นพวกลักขโมยจึงแอบมองดูและยังส่งเสียงกระแอม ทำให้คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ออกไป ซึ่งลักษณะของคนร้ายรูปร่างเล็ก ใส่เสื้อคลุมสีดำ กางเกงขาสั้นสามส่วนสีเขียวขี้ม้า ใส่แมส ซึ่งหลังจากนั้นก็มีกู้ภัยและพลเมืองดีขี่เข้ามา คาดว่าน่าจะขี่รถสวนกับคนร้ายเข้ามาสอบถามหาคนร้ายดังกล่าว

จากการตรวจสอบสัญญาณจีพีเอสหยุดอยู่ที่บริเวณดังกล่าวทำให้ญาติผู้เสียหายค้นหาตามถังขยะและบริเวณป่าหญ้าในจุดดังกล่าว ซึ่งคิดว่าคนร้ายอาจทิ้งโทรศัพท์มือถือไว้ที่บริเวณดังกล่าวแต่ไม่พบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.หนองขามก็ร่วมกันค้นหา ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้สอบถามข้อมูล ก่อนจะดำเนินการสืบสวนและตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่อยู่ใกล้เคียง เพื่อติดตามคนร้ายรายนี้มาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป