บีทีเอส ยื่นฟ้อง กทม. ทวงค่าจ้างเดินรถ 1.2 หมื่นล้าน หลังติดค้างกว่า 4 ปี เล็งยื่นอีกคดี

บีทีเอส ยื่นฟ้อง กทม. ทวงค่าจ้างเดินรถ 1.2 หมื่นล้าน หลังติดค้างกว่า 4 ปี เล็งยื่นอีกคดี
Infoquest

สนับสนุนเนื้อหา

บีทีเอส ฟ้องศาลปกครองกลาง ทวงหนี้ที่กรุงเทพมหานครค้างจ่ายค่าจ้างเดินรถอยู่ราว 1.2 หมื่นล้านบาท

วันนี้ (30 ก.ย.) นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC) บริษัทในกลุ่ม บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 64 ที่ผ่านมา บริษัทได้ยื่นต่อศาลปกครองกลาง ฟ้องกรุงเทพมหานคร (กทม.) และ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (KT) กรณีติดค้างหนี้ค่าจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวและศาลรับคำฟ้องเมื่อวันที่ 18 ส.ค. 64 โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอ กทม.และ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (KT) ทำคำชี้แจงต่อศาล

การฟ้องร้องครั้งนี้เป็นการฟ้องในส่วนของสัญญาจ้างเดินรถที่มีมูลหนี้ประมาณ 12,000 ล้านบาท ยังไม่ได้รวมหนี้ในส่วนของสัญญาการจ้างก่อสร้างงานระบบเดินรถและอาณัติสัญญาณประมาณ 20,000 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเพื่อดำเนินการฟ้องร้องต่อไป

“การที่ กทม.ค้างหนี้ค่าจ้างเดินรถนี้ถือว่าส่งผลกระทบต่อบริษัทอย่างมาก เพราะบริษัทต้องไปหาแหล่งเงินกู้เพื่อมาจ่ายค่าเดินรถในส่วนนี้ไปเรื่อยๆ “ นายสุรพงษ์ กล่าว

ปัจจุบัน รถไฟฟ้าส่วนต่อขยายยังคงให้บริการฟรีตามที่ กทม.กำหนด ไม่มีการแจ้งเปลี่ยนแปลง ซึ่งการจะจัดเก็บค่าโดยสารเมื่อใดเป็นอำนาจการพิจารณาของ กทม. ไม่เกี่ยวกับบริษัท ส่วนเรื่องสัมปทานของสายสีเขียวขณะนี้ก็ยังไม่ทราบความคืบหน้าใดๆ

ส่วนกรณีหากมีการพิจารณาโอนรถไฟฟ้าสายสีเขียวไปให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ดูแลนั้น นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องของนโยบายภาครัฐ แต่หากมีการโอนให้ รฟม. สัญญาที่ BTSC ทำกับ กทม. ก็จะต้องถูกโอนไปด้วย

สำหรับยอดหนี้ค่าจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่ 1 ช่วงสะพานตากสิน-บางหว้า ช่วงอ่อนนุช-แบริ่ง และส่วนต่อขยายที่ 2 ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการนั้น มีการค้างชำระตั้งแต่เดือน เม.ย.60 จนถึงปัจจุบัน ณ วันที่ BTSC ยื่นฟ้องศาลเป็นหนี้รวมกว่า 12,000 ล้านบาท และค่าติดตั้งระบบเดินรถและอาณัติสัญญาณ จำนวน 20,768 ล้านบาท บวกดอกเบี้ย 8-9% ต่อปี