สสจ.กระบี่ ชี้แจงหลังผู้ป่วยแฉคลิป รพ.สนาม แออัด หลังคารั่ว ต้องแย่งข้าวกันกิน

สสจ.กระบี่ ชี้แจงหลังผู้ป่วยแฉคลิป รพ.สนาม แออัด หลังคารั่ว ต้องแย่งข้าวกันกิน
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

สสจ.กระบี่ ชี้แจงหลังผู้ป่วยแฉคลิป รพ.สนาม แออัด นอนฟูกบนพื้น หลังคารั่ว เวลารับข้าวกล่องก็แย่งกันไม่มีระเบียบจนมีบางคนไม่ได้กินข้าว

จากกรณีที่มีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 รายหนึ่ง ถ่ายภาพคลิปวิดีโอสภาพความเป็นอยู่ของผู้ป่วย จ.กระบี่ ที่พักรักษาตัวกันอยู่ใน รพ.สนามพลบดี มหาวิยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตกระบี่ โดยแจ้งว่าสภาพความเป็นอยู่ ต้องนอนบนฟูก ปูนอนบนพื้น และที่นอนมีไม่เพียงพอ รวมทั้งเวลาแจกจ่ายอาหาร ก็ต้องแย่งกันไม่เป็นระเบียบ ทำให้บางคนไม่ได้อาหารไปรับประทานนั้น

ล่าสุด ทางศูนย์สื่อสารความเสี่ยง สสจ.กระบี่ ได้ออกเอกสารชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้น โดยมีเนื้อหาว่า จากกรณีที่มีผู้เผยแพร่คลิปวิดีโอที่ถ่ายโดยผู้ป่วยโควิด-19 รายหนึ่ง ที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสนามพลบดี ในมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตกระบี่ โดยบรรยายว่า ผู้ป่วยโควิด-19 มีการแย่งข้าวกล่อง ผู้ป่วยหญิง และเด็ก ต้องนอนกันอย่างแออัดบนฟูกที่ปูบนพื้น หลังคาของอาคาร มีน้ำรั่วตอนฝนตก ซึ่งต้องการให้ภาครัฐจัดระบบในโรงพยาบาลสนามให้ดีขึ้น

โรงพยาบาลสนามพลบดี มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ จ.กระบี่ (รพ.สนามแห่งที่ 3 ของ จ.กระบี่) เป็นโรงพยาบาลสนาม 2 ชั้น ขนาด 500 เตียง ปัจจุบันรับผู้ป่วย 450 เตียง แบ่งเป็น 2 ชั้น โดยชั้น 1 เป็นหอผู้ป่วยชาย และชั้น 2 เป็นหอผู้ป่วยหญิง สำหรับการบริหารจัดการ ทั้งด้านการดูแลรักษาผู้ป่วย และอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ในแต่ละวัน มีแพทย์ 2 คน พยาบาล 4 คน ผู้ช่วยฯ 5 คน ตามประเด็นในคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ตามข่าว รพ.สนามพลบดี ขอชี้แจง ดังนี้

1.ผู้ป่วยมีที่นอนทุกคน แม้แต่เด็ก ๆ ก็จัดเตียงให้ แต่เนื่องจากช่วงนี้มีเด็กติดเชื้อที่มากับมารดาประมาณ 60 คน จึงมักเลื่อนที่นอนมาชิดกัน หรือมานอนด้วยกัน ข่าวที่ว่าไม่มีที่นอน ต้องนอนพื้น ไม่เป็นความจริง

2.เรื่องอาหาร ได้รับทราบปัญหาและผู้อำนวยการโรงพยาบาลสนาม ได้ดำเนินการดังนี้ ได้จัดการให้มีตัวแทนผู้ป่วยจัดแจกอาหารให้เป็นระเบียบ, จัดอาหารให้เป็นชุด และเพิ่มอาหารอีก 10-20 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนผู้ป่วย, ผู้ป่วยที่ไม่ได้รับอาหาร สามารถแจ้ง และทางโรงพยาบาลจะสั่งอาหารเพิ่มมาให้, ให้ร้านอาหารที่รับผิดชอบ ถ่ายรูปคุณภาพ และปริมาณอาหารส่งให้ดูทุกมื้อ และ ขอความร่วมมือผู้ป่วยรับอาหารตามสิทธิพึงได้ของตัวเองในแต่ละมื้อ

3.เรื่องความแออัด การวางที่นอน ยึดหลักระยะห่างระหว่างเตียง ตามมาตรฐาน และโรงพยาบาลสนาม มีอัตราการครองเตียง 82 เปอร์เซ็นต์

อย่างไรก็ตาม จะมีการย้ายผู้ป่วยสีเขียว ออกจากโรงพยาบาลสนาม ให้ไปอยู่ระบบ Ci คาดว่าจะทำให้ความหนาแน่นลดลง พร้อมทั้งประสานให้หน่วยงานที่รับผิดชอบด้านอาคารสถานที่ สำนักงานโยธาธิการและผังเมือง จ.กระบี่ ดำเนินการแก้ไขปัญหาด้านอาคารสถานที่ (หลังคารั่ว) เข้ามาดำเนินการแล้ว