รับชมที่นี่! รวมหนังผีสุดสยอง

ชาวบ้านตกใจแทบช็อก โลงเย็นโผล่กลางทุ่งนา มวลน้ำป่าซัดมาไกลจากวัด 5-6 กม.

ชาวบ้านตกใจแทบช็อก โลงเย็นโผล่กลางทุ่งนา มวลน้ำป่าซัดมาไกลจากวัด 5-6 กม.
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมหมู่บ้าน-วัดดงตะเคียน จ.เพชรบูรณ์ ซัดโลงเย็นไปโผล่กลางทุ่งนา ชาวบ้านเจอตอนกลางคืน ตกใจแทบช็อก

จากกรณี ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า อํานาจ เผือกโคกสูง ได้โพส์ภาพโลงศพตั้งอยู่กลางทุ่งนา พร้อมข้อความว่า "พบแล้วครับ โลงเย็นวัดบ้านดงตะเคียน พัดมากะน้ำป่าอยู่กลางทุ่งนาป่าข้าวท้ายบ้านผมครับ กำลังรอผู้ช่วยสะอ้านประสานงานมาเอาไปเก็บรักษาต่อไปครับ" 

ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย อาทิ อํานาจ เผือกโคกสูง มาไกลมาก, นั่นโลงนะไม่ใช่เรือ และ คนข้างในปลอดภัยดีนะคะ ขณะที่บางส่วนก็ถามหาเลขฝาโลงและทะเบียนบ้านของผู้โพสต์

ล่าสุด เย็นวานนี้ (27 ก.ย.) ผู้สื่อข่าว ได้ติดต่อไปยังเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าว ทราบชื่อคือ นายอำนาจ เผือกโคกสูง อายุ 34 ปี เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ตำแหน่งพิทักษ์ป่า หน่วยพิทักษ์ป่าชั่วคราวดงตะเคียน เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าซับลังกา เปิดเผยว่า เหตุการณ์ทั้งหมด เริ่มจากช่วงเย็นวานนี้ (25 ก.ย.) ได้มีน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมหมู่บ้าน และท่วมวัดดงตะเคียน หมู่ 12 บ้านดงตะเคียน ตำบลบ่อรัง อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งตั้งอยู่ริมคลอง

โดยกระแสน้ำไหลเชี่ยว และลึกราว 2 เมตร ได้พัดเอาโลงเย็น ที่ตั้งเก็บไว้ภายในศาลาธรรมสังเวช ไหลตกคลอง และถูกมวลน้ำซัดไปไกลกว่า 5-6 กิโลเมตร ต่อมาในช่วงเวลากลางคืน ก็ได้มีชาวบ้านบางส่วน ได้ใช้ไฟออกไปส่องหาสิ่งของภายในบ้าน ที่ถูกน้ำป่าพัดหาย

กระทั่งเดินไปถึงกลางทุ่งนา ก็ต้องตกใจแทบช็อก เมื่อพบโลงเย็น ตั้งตระหว่านอยู่กลางทุ่งนายามวิกาล จึงรีบกลับเข้าบ้าน แจ้งนางสะอ้าน เผือกโคกสูง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 12 ให้รับทราบ และในช่วงเช้า ผู้ช่วยฯ ก็มาแจ้งให้ตนทราบ จึงรีบขี่รถจักรยานยนต์วิบากออกไปตรวจสอบ ก็พบโลงเย็นตั้งอยู่กลางทุ่งนาจริง เลยเกณฑ์กำลังชาวบ้าน ออกไปช่วยกันยกขึ้นรถอีแต๊ก นำกลับมาทำความสะอาด และส่งมอบคืนแก่ทางวัดต่อไป

ขณะที่ช่วงเย็นที่ผ่านมา นายปกรณ์ ตั้งใจตรง นายอำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ก็ได้เดินทางมาตรวจสอบพื้นที่ถนนสายวิเชียรบุรี-บ่อรัง บริเวณบ้านทุ่งใหญ่ ซึ่งถนนสายดังกล่าวถูกกระแสน้ำเซาะขาด จนรถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้ ทหารช่าง ช.พัน.8 กองพลทหารม้าที่ 1 ก็ได้นำสะพานแบริแออร์มาวาง เพื่อให้รถใช้สัญจรไปมาได้ตามปกติ