ทูตสหรัฐยืนยันกำลังร่วมมือทำเอกสารให้เสร็จ หลัง ส.ว.แทมมี่ เผยไทยยังไม่ตอบกลับรับวัคซีน

ทูตสหรัฐยืนยันกำลังร่วมมือทำเอกสารให้เสร็จ หลัง ส.ว.แทมมี่ เผยไทยยังไม่ตอบกลับรับวัคซีน

สถานทูตสหรัฐในไทยยืนยันกำลังทำเอกสารให้เสร็จสมบูรณ์ เตรียมบริจาควัคซีนโควิดเพิ่มให้ไทยอีก 1 ล้านโดส

วันนี้ (25 ก.ย.) สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้แปลข้อความที่นายไมเคิล ฮีธ อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ทวีตข้อความเป็นภาษาอังกฤษผ่านบัญชีทวิตเตอร์ว่า “ดังที่เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนกรกฎาคม สหรัฐฯ จะบริจาควัคซีนที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพอีก 1 ล้านโดสให้กับไทย โดยสหรัฐฯ และไทยกำลังทำงานร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเพื่อให้การจัดทำเอกสารที่จำเป็นทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์ เราตั้งตารอที่จะได้รับการจัดส่งวัคซีนล็อตที่ 2 มายังไทยโดยเร็วที่สุด เมื่อร่วมมือกัน เราจะช่วยชีวิตของผู้คนต่อไป”

us-embassy-tweet-250921

ขณะที่มีรายงานข่าวว่า เมื่อเย็นวานนี้ (24 ก.ย.) ตามเวลาสหรัฐฯ นายมนัสวี ศรีโสดาพล เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงวอชิงตัน เปิดเผยว่า “ผมได้โทรศัพท์ไปหารือกับวุฒิสมาชิก แทมมี่ ดักเวิร์ธ พรรคเดโมแครต และได้สอบถามถึงเรื่องความคืบหน้าของวัคซีน 1 ล้านโดส ซึ่ง ส.ว.แทมมี่ แจ้งว่า มีข้อมูลว่าเอกสารติดค้างอยู่ที่ไทย และขอความร่วมมือให้ผมช่วยตรวจสอบ ผมจึงได้กลับมาตรวจสอบกับทุกฝ่าย ก่อนจะกลับไปแจ้ง ส.ว.แทมมี่ ทราบ เมื่อเย็นวันที่ 24 กันยายนนี้เองว่า ทางการสหรัฐฯ ยังไม่ได้จัดส่งเอกสารใดๆ ให้ฝ่ายไทย และทางการไทยก็ไม่ได้รับเอกสารใดที่เกี่ยวข้องจากฝ่ายสหรัฐฯ และวันนี้มีข่าวดีคือ สถานเอกอัครราชทูตไทยได้รับแจ้งจากทางการสหรัฐฯ เพื่อนัดหารือคณะทำงานระหว่างกันอย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้าแล้ว”

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย ซึ่งมีโอกาสเข้าพบและประชุมหารือกับ ส.ว.แทมมี่ ดักเวิร์ธ ก่อนที่จะมีการเปิดเผยในเวลาต่อมาว่ากระบวนการที่สหรัฐอเมริกาตั้งใจจะบริจาควัคซีนโควิดเพิ่มอีกประมาณ 1 ล้านโดส เพื่อให้ครบตามจำนวนที่ประกาศว่าจะบริจาคให้ไทยรวม 2.5 ล้านโดสนั้น ยังอยู่ระหว่างรอเอกสารตอบรับจากทางการไทย

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องของไทยทั้งกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงการต่างประเทศต่างออกมายืนยันว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับเอกสารจากทางการสหรัฐว่าจะส่งมอบวัคซีนโควิดมาให้เพิ่มอีก 1 ล้านโดส ก่อนที่จะมีความเคลื่อนไหวจากทางสถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทยดังกล่าวข้างต้น