เปิดใจ "หมอปลา" ใช้บ้านพักบนเนื้อที่กว่า 5 ไร่ เป็นที่ช่วยผู้ป่วยไร้ที่พึ่งฟรี

เปิดใจ "หมอปลา" ใช้บ้านพักบนเนื้อที่กว่า 5 ไร่ เป็นที่ช่วยผู้ป่วยไร้ที่พึ่งฟรี
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ที่ นายจิรพันธ์ เพชรขาว หรือ หมอปลา ผู้ที่ได้รับฉายาว่าเป็นมือปราบสัมภเวสี ได้ใช้บ้านพักบนเนื้อที่กว่า 5 ไร่ ในพื้นที่ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี เป็นสถานที่ช่วยเหลือ ดูแลรักษาผู้ป่วยที่ไร้ที่พึ่งได้เข้ามาอยู่โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

หมอปลา เล่าว่าจุดเริ่มต้นที่ทำให้ตนเองมารักษาคนป่วยเพราะครั้งหนึ่งตนเองเคยเจ็บป่วยมาก่อนและหาโรคไม่เจอ ในทางไสยศาสตร์ก็ช่วยไม่ได้ จากนั้นได้ค้นพบอะไรในตัวเองบางอย่างจึงเริ่มช่วยเหลือคนที่เจอแบบเดียวกันเรื่อยมาซึ่งปัจจุบันมีผู้ป่วยที่เข้ามาพักรักษาตัวที่บ้านกว่า 200 คน แต่ละคนมีอาการป่วยแตกต่างกันไป หลายคนไม่มีที่พึ่งหลายคนหมดทางเยียวยารักษา ถูกญาติพี่น้องนำมาทิ้งไว้แต่ตนเองก็ยินดีรับเข้ามาดูแลรักษาหมด โดยไม่ได้เลือกว่าเป็นใครขอเพียงแค่เป็นคนดี

“คือถ้าคนไหนมันแย่มาก เราก็ยินดีที่จะให้พักที่นี่ บางคนไม่มีเงินไม่มีทองไม่มีที่อยู่ เราก็ให้มาพักที่นี่จนกว่าหายจนกว่าทำงานได้ปกติไปใช้ชีวิตเหมือนคนปกติไงคือเราไม่เลือกเลยนะ บางคนมาไม่มีที่อยู่ เราก็ให้อยู่ เราไม่เคยเลือกปฏิบัติว่าเคสนั้นจะต้องเป็นคนคนจนคนรวยขอให้เขามีสามัญสำนึกของการเป็นคนดีพอจากคนชั่วแต่ถ้าสำนึกแล้วว่าเป็นคนดีเราก็ช่วย”

หมอปลาได้พาทีมข่าวเดินสำรวจบ้านพักบริเวณโดยรอบ ซึ่งแบ่งเป็นหลายส่วน ทั้งที่นอนโรงครัว เราพบว่าภายในบ้านมีคนป่วยด้วยโรคต่างๆ ตั้งแต่อาการหนักสุดเดินไม่ได้ บ้างก็มีอาการคล้ายคนป่วยทางจิตเดินไปมาส่งเสียงโวยวาย หลายคนที่ได้พูดคุยด้วยยอมรับว่าไม่มีเงินไปรักษาตัว เมื่อรู้ว่ามาหาหมอปลาจะไม่ถูกทอดทิ้งจึงเดินทางมา

นอกจากนี้ หมอปลา ยังเล่าว่าตนเองไม่เคยคิดจะเปิดรับบริจาคเงินเพื่อนำมาช่วยเหลือ โดยเงินส่วนใหญ่ที่นำมาช่วยในการดูแลก็เป็นเงินของน้ำฟ้าภรรยา ที่ผ่านมามีหลายคนอยากให้เปิดรับบริจาคแต่ก็ไม่ทำ ส่วนการลงพื้นที่ไปช่วยเหลือแต่ละครั้งทั้งที่เป็นข่าวและไม่เป็นข่าวก็ไม่เคยเรียกรับเงินซึ่งผู้ที่อยากช่วยเหลือหากนำสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับคนป่วยก็จะรับไว้

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาการช่วยเหลือของหมอปลากลายเป็นข่าวโด่งดัง แต่แต่ละครั้งก็มีทั้งคนที่เห็นด้วยและวิพากษ์วิจารณ์ โดยล่าสุดการเข้าไปช่วยเหลือผู้เข้ารับบำบัดยาเสพติดที่วัดแห่งหนึ่ง อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี หลังรับการร้องขอจากสื่อมวลชนให้ช่วยลงไปตรวจสอบ เนื่องจากพบว่าไม่เป็นไปตามมาตรฐานรวมถึงยังมีพฤติกรรมเข้าข่ายความผิดค้ามนุษย์ เรียกรับเงินผลประโยชน์กักขังทรมานทำร้ายทุบตีไม่ต่างจากขุมนรก แต่สุดท้ายกลับถูกดำเนินคดี ซึ่งยอมรับว่ารู้สึกจุกและท้อแท้ใจแต่อนาคตจากนี้ก็จะเดินหน้าช่วยเหลือผู้คนต่อไป

“ก็คือท้อ งานนี้ถือว่าท้อมากเลยเพราะเราช่วยเหลือคนเบ็ดเสร็จ 300 กว่าชีวิตแล้วนะ ใช่ไหม ที่เอาไปแอบไว้อีก เราสามารถเปิดโปงขบวนการ ก็เหมือนการค้ามนุษย์ได้ออกมาคือแต่พอเรามาเจอแบบนี้ เราจุก”