ฟังอีกมุม ดราม่าครูดอย! สำนักงานเขตยัน ไม่ได้แกล้ง "ครูบีม" แต่คะแนนประเมินไม่ผ่านจริงๆ

ฟังอีกมุม ดราม่าครูดอย! สำนักงานเขตยัน ไม่ได้แกล้ง "ครูบีม" แต่คะแนนประเมินไม่ผ่านจริงๆ
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

จากกรณี ครูบีม ครูที่สอนเด็กๆ บนดอย และเจ้าของเพจ แฟนเพจเฟซบุ๊ก Beam Channel สาวลัวะอยากเป็นยูทูปเบอร์  ที่เล่าเรื่องราวของตนเองว่า ตนต้องรับการรักษาผ่าตัดอาการมดลูกฉุกเฉิน แต่พอกลับไปทำงานอีกครั้งกลับถูกบีบบังคับให้ลาออกจากถูกประเมินให้ไม่ผ่าน จนเกิดกระแสในโลกออนไลน์ เรียกร้องความเป็นธรรมให้คุณครูบีม

ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ (23 ก.ย.64) ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 2 นางสาวกัญญาพัชร พงษ์ดี รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 2, นางสาวสิริกร ชุ่มเชย ผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงานบุคคล, ว่าที่ ร.ต. คมกริช พิกุล นิติกรชำนาญการ, พ.ต.ท. สนั่น กาวิ ได้รับมอบหมายจาก ผกก.ตชด. 33 , ร.ต.อ. กิตติกร พงษ์ไทย รรท.ผบ.ร้อย ตชด. 337 และ ด.ต. อริยะ ธันยพรประทาน ครูใหญ่ ศกร.ตชด.บ้านวาทู ได้ร่วมชี้แจงข้อเท็จจริง กรณี นางสาววรกานต์ เกตุรัตนสมบูรณ์ หรือ ครูบีม อดีตครูอัตราจ้างได้ร้องผ่านสื่อ ที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวานนี้ ระบุ ถูกบีบให้ลาออกอย่างไม่เป็นธรรมในปี 2562 หลังมีความจำเป็นต้องเข้ารักษาตัวหลังพบอาการป่วยเป็นเนื้องอกที่ปีกมดลูกทั้งสองข้าง ทำให้ต้องผ่าตัดและรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นเวลาหลายเดือน ได้มีการส่งใบลาย้อนหลัง แต่กลับถูกครูใหญ่ของโรงเรียนดังกล่าวบีบให้ลาออก และมีการประเมินให้ไม่ผ่านเกณฑ์

นางสาวกัญญาพัชร พงษ์ดี รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 2 กล่าวชี้แจ้งเบื้องต้นว่า กรณี นางสาววรกานต์ เกตุรัตนสมบูรณ์ ที่ร้องผ่านสื่อว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมหลังถูกบีบออกจากงานเพราะป่วยหนัก ไม่สามารถไปสอนได้นานหลายเดือน นั้น ทาง สพป.มส.2 ขอชี้แจ้งว่า ทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่ทาง สพฐ.กำหนด ทั้งนี้ ทาง ศูนย์การเรียนรู้ตำรวจตระเวนชายแดนบ้านวาทู ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินผลการปฏิบัติงานลูกจ้างชั่วคราว เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ สพฐ กำหนด ผลคะแนนของผู้ร้อง ออกมา ประเมินเฉลี่ย ร้อยละ 59.33 ซึ่ง ผลการประเมินต่ำกว่าร้อยละ 60 กรรมการลงความเห็นควรเลิกจ้าง การดำเนินการเป็นไปอย่างถูกต้องไม่มีการกลั่นแกล้งแต่อย่างใด ซึ่งเรื่องนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2562 โดยผู้ร้องได้มีการฟ้องเป็นคดีต่อศาลปกครองเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2562 ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม และมีเจตนากลั่นแกล้งให้การประเมินไม่ผ่านเกณฑ์ การพิจารณาเพื่อเป็นข้ออ้างในการไม่ต่อสัญญา ซึ่งทางเขตได้มีการทำคำให้การแก้ฟ้องไปเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2563 และ ทำคำให้การเพิ่มเติมไปเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2563 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการะบวนการของศาลในการแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมก่อนดำเนินการตามกระบวนการพิจารณาคดี ซึ่งทาง สพป.มส.2 และ ศกร.ตชด.บ้านวาทู ยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบและขั้นตอนการปฏิบัติไม่ได้มีการกลั่นแกล้งผู้ร้องแต่อย่างใด

ทั้งนี้ นางสาววรกานต์ เกตุรัตนสมบูรณ์ ได้รับการจ้างให้เป็นลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่งครูรายเดือนแก้ปัญหาสถานศึกษาขาดแคลนครูขั้นวิกฤติ ให้โรงเรียนคู่พัฒนาของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) วิชาเอกภาษาอังกฤษ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2560

โดย สพฐ. ได้จัดสรรอัตราลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่งดังกล่าวเพื่อให้ไปปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 2 มีหน้าที่ดำเนินการสรรหาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ สพฐ. กำหนด และเบิกจ่ายค่าจ้าง เมื่อครบกำหนดการว่าจ้างต้องมีการประเมินเพื่อจ้างต่อ ซึ่ง สพป.แม่ฮ่องสอน เขต 2 จะดำเนินการจ้างเมื่อได้รับการจัดสรรงบประมาณจาก สพฐ. และผู้ที่จะได้รับการทำสัญญาจ้างต้องมีผลการประเมินการปฏิบัติงาน มากกว่าร้อยละ 60

ที่ผ่านมา ศูนย์การเรียนรู้ตำรวจตระเวนชายแดนบ้านวาทู ได้แต่งตั้งคณะกรรมการประเมินผล การปฏิบัติงานของลูกจ้างชั่วคราวที่ได้รับจัดสรรจาก สพฐ. ที่ 16/2562 ลงวันที่ 20 กันยายน 2562 ประกอบด้วย

  1. ด.ต. อริยะ ธันยพรประทาน ครูใหญ่ ศกร.ตชด.บ้านวาทู ประธานกรรมการ
  2. นายสุภัค อมรใฝ่วจี ประธานกรรมการสถานศึกษา กรรมการ
  3. ส.ต.ท.ณัฐภูมิ จันทร์บ่อแก้ว ครู ต.ช.ด.บ้านวาทู กรรมการและเลขานุการ

เพื่อประเมินผลการปฏิบัติงาน นางสาววรกานต์ เกตุรัตนสมบูรณ์ ตำแหน่งครูขาดแคลนขั้นวิกฤต โดยสรุปผล การประเมินต่ำกว่าร้อยละ 60 (ประเมินเฉลี่ย ร้อยละ 59.33) และกรรมการลงความเห็นควรเลิกจ้าง พร้อมทั้งแจ้ง ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 2 ทราบ และมีหนังสือแจ้งรายละเอียด การประเมินผลการปฏิบัติงาน (เพิ่มเติม) และ ในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมถึงเหตุผล ที่ไม่ผ่านการประเมินประเด็นการปฏิบัติงานราชการ ดังนี้

1) ระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม – 24 มิถุนายน 2562 ผู้ถูกประเมินรายดังกล่าวไม่มาปฏิบัติหน้าที่สอนในโรงเรียนโดยไม่ทราบสาเหตุ และไม่รายงานผู้บังคับบัญชาตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม – 24 มิถุนายน 2562

2) ผู้ถูกประเมินลาป่วยตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน – 15 กรกฎาคม 2562 (ลาตามสิทธิ์ที่ผู้อำนวยการโรงเรียน ตชด.บ้านวาทู ลงนาม) ตามใบรับรองแพทย์ที่ให้พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลระหว่างวันที่ 25 – 29 มิถุนายน 2562 และให้พักรักษาตัวที่บ้านระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน – 30 กรกฎาคม 2562 (ตามความเห็นแพทย์)

3) ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม – 28 สิงหาคม 2562 ผู้ถูกประเมินไม่มาปฏิบัติหน้าที่และไม่แจ้งผู้บังคับบัญชาทราบแต่อย่างใด

4) ระหว่างวันที่ 16 – 30 กันยายน 2562 ผู้ถูกประเมินไม่มาปฏิบัติหน้าที่และไม่แจ้งผู้บังคับบัญชาทราบแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ได้มีกล่าวตักเตือนผู้รับการประเมินด้วยวาจาหลายครั้ง แต่กลับถูกตอบโต้ด้วยถ้อยคำที่ประชดประชัน ไม่ยอมรับในสิ่งที่ผู้บังคับบัญชาว่ากล่าวตักเตือนและไม่ปรับปรุงแก้ไขตัวเอง คณะกรรมการจึงได้ประชุมหารือร่วมกัน และให้ครูในโรงเรียนและชุมชนมีส่วนร่วมเพื่อใช้ประกอบการประเมินการปฏิบัติงาน พร้อมทั้งได้แจ้งให้เจ้าตัวรับทราบผลการประเมินทางวาจา และแจ้งให้เจ้าตัวทราบทางไลน์แล้ว แต่เจ้าตัวไม่ยอมมาเซ็นต์รับทราบผลการประเมิน (มีหลักฐานยืนยันจากโรงเรียน)

อย่างไรก็ตามการประเมินในครั้งนี้ มีครูอัตราจ้าง ได้รับคะแนนประเมินผลการปฏิบัติงานต่ำกว่าร้อยละ 60 และไม่ได้รับการต่อสัญญาจ้างจำนวน 2 ราย อีกรายยอมรับในหลักเกณฑ์ แต่ทาง นางสาววรกานต์ แจ้งขอเข้าพบ ผอ.สพป.แม่ฮ่องสอน เขต 2 เพื่อขอดูผลคะแนนการประเมินจากครูใหญ่ รร.ต.ช.ด. บ้านวาทู ในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 แต่เนื่องจาก ผอ.สพป.แม่ฮ่องสอน เขต 2 ติดราชการ จึงให้เข้าพบรอง ผอ.สพป.แม่ฮ่องสอน เขต 2 ผู้รักษาราชการแทน โดย นางสาววรกานต์ ได้ยื่นแบบประเมินผลการปฏิบัติงานที่ไม่มีผู้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้ง และ มีกรรมการประเมินจำนวน 2 ราย ซึ่งกรรมการตามคำสั่งที่อ้างถึงไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ สพฐ. กำหนด

หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ทาง สพป.แม่ฮ่องสอน เขต 2 ได้มีแผนในการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น แก่ผู้ร้อง คือ ให้จ้างเป็นลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่งครูดูแลนักเรียนประจำโรงเรียนพักนอน ก่อนที่ผู้ร้องจะยื่นเรื่องฟ้องศาลปกครอง จนเป็นเรื่องราวมาถึงปัจจุบัน