"หมอปลา" แฉศูนย์บำบัดยาวัดดังหรือนรกบนดิน กินอยู่แออัด จนมีคนตาย 3 ศพ

"หมอปลา" แฉศูนย์บำบัดยาวัดดังหรือนรกบนดิน กินอยู่แออัด จนมีคนตาย 3 ศพ
S! News (Rewrite)

สนับสนุนเนื้อหา

ผู้บำบัดยาเสพติด เฮลั่น! ผู้ว่าฯ กาญจนบุรี สั่งย้ายไปที่เขาชนไก่เป็นการชั่วคราว จากกรณี หมอปลา ออกมาแฉ คน 200 กว่าคน แออัดอยู่ข้างในที่มีห้องน้ำ 2 ห้อง จนมีคนตาย 3 ศพ 

จากกรณีที่ หมอปลา มือปราบสัมภเวสี ออกมาแฉวัดท่าพุราษฎร์บำรุง อำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเปิดเป็นศูนย์บำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด คิดค่าบำบัด 10,000 บาท อยากให้ออกต้องมีเงินมาจ่ายไม่งั้นไม่ให้ออก คน 200 กว่าคน แออัดอยู่ข้างในที่มีห้องน้ำ 2 ห้อง จนมีคนตาย 3 ศพ พร้อมตั้งชื่อว่าที่นี่คือ นรกบนดิน 

ล่าสุด วานนี้ (21 ก.ย.) นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี หลังได้รับโทรศัพท์ร้องเรียนจากหมอปลา ได้ลงพื้นที่ด้วยตนเอง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยทันทีที่มาถึง หมอปลาและทนายไพศาล ได้พาผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ไปยังเรือนนอนของผู้เข้ารับการบำบัดพร้อมพูดคุยกับกลุ่มผู้เข้ารับการบำบัดที่ถูกขังอยู่ภายใน

โดย ผู้ว่าฯ กาญจนบุรี รับปากว่าจะพยายามพูดคุยหาทางออก เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นให้ได้โดยเร็วที่สุด จากนั้นได้ร่วมพูดคุยกับทางพระและเจ้าหน้าที่ของศูนย์บำบัด รวมถึงหมอปลาและทนายไพศาล

ซึ่ง หมอปลา ยืนยันว่า ตนเองได้รับการร้องเรียน รวมถึงมีหลักฐานยืนยันว่าสถานบำบัดแห่งนี้ มีการทำร้ายร่างกายผู้เข้ารับการบำบัด มีการกักขังผู้เข้ารับการบำบัดไว้ในโรงนอนที่มีความแออัด และมีห้องน้ำเพียง 2 ห้อง

ในขณะที่มีผู้เข้ารับการบำบัดอาศัยอยู่ภายในเรือนนอนถึง 216 คน พร้อมขอให้ผู้ว่าฯ กาญจนบุรี พูดคุยสอบถามข้อมูลกับกลุ่มผู้บำบัดโดยตรง เนื่องจากเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ของศูนย์จะปิดบังข้อมูลไม่ให้ข้อเท็จจริงกับทางผู้ว่าฯ และส่วนราชการ ซึ่งทำให้กลุ่มเจ้าหน้าที่ของศูนย์บำบัดเกิดความไม่พอใจจนมีปากเสียงโต้เถียงกันไปมาหลายครั้ง

หลังการพูดคุยราว 20 นาที ผู้ว่าฯ กาญจนบุรี จึงได้สรุปว่า จะได้ประสานเจ้าหน้าที่ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 17 นำรถทหาร มารับกลุ่มผู้บำบัดที่อยู่ในเรือนนอนจำนวน 216 คน รวมถึงกลุ่มผู้บำบัดที่บวชเป็นพระสงฆ์อยู่ภายในกุฏิอีกหลายสิบคน ไปอยู่ที่ค่ายทหารเป็นการชั่วคราว

เนื่องจากเห็นว่าสถานที่เรือนนอนภายในศูนย์บำบัดมีความคับแคบ แออัด และไม่มีความพร้อมในการดูแลผู้เข้ารับการบำบัดจำนวนมาก จึงให้มีการเคลื่อนย้ายผู้เข้ารับการบำบัดทั้งหมดกว่า 300 คนไปอยู่ที่ค่ายฝึก เขาชนไก่เป็นการชั่วคราวโดยทันที

โดยหลังขนย้ายกลุ่มผู้บำบัดเสร็จเรียบร้อย จะได้มีการจัดทำประวัติของกลุ่มผู้เข้ารับการบำบัดพร้อมติดต่อครอบครัว ให้เข้ามาพบกับเจ้าหน้าที่และตัดสินใจว่าจะรับกลุ่มผู้บำบัดกลับบ้าน หรือจะส่งไปเข้ารับการบำบัดที่อื่นต่อ

ในส่วนของศูนย์บำบัดแห่งนี้ จำเป็นที่จะต้องมีการปรับปรุงให้มีความเหมาะสมและพร้อมรองรับผู้เข้ารับการบำบัดจำนวนมาก แต่หากไม่สามารถปรับปรุงได้ก็อาจจะต้องปิดรับ ผู้เข้ารับการบำบัดไปโดยปริยาย ซึ่งในเรื่องนี้ก็จะต้องขึ้นอยู่กับการหารือกับทางศูนย์บำบัดอีกครั้ง

โดยทันทีที่กลุ่มผู้เข้ารับการบำบัด ซึ่งถูกขังอยู่ภายในเรือนนอน ทราบข่าวว่าจะได้ออกจากศูนย์บำบัดแห่งนี้ ต่างตะโกนโห่ร้องด้วยความดีใจและกล่าวขอบคุณผู้ว่าฯ กาญจนบุรี รวมถึงหมอปลาและทนายไพศาล และเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน ที่ช่วยให้กลุ่มผู้เข้ารับการบำบัดได้หลุดพ้นออกไปจากสถานที่แห่งนี้

 

ล่าสุด เมื่อช่วงเวลา 19.30 น. รถทหารจากมณฑลทหารบกที่ 17 ได้เริ่มเดินทางมารับ กลุ่มผู้บำบัดไปอยู่ที่ค่ายฝึกเขาชนไก่ทันที โดยจะขนย้ายผู้เข้ารับการบำบัดทั้งหมดกว่า 300 คนให้เสร็จสิ้นภายในคืนนี้ เนื่องจากผู้บำบัดส่วนใหญ่เกรงว่าหากยังต้องนอนค้างคืนที่ศูนย์บำบัดในคืนนี้อาจจะเกิดอันตรายขึ้นได้

จากการสอบถามข้อมูลกับกลุ่มผู้เข้ารับการบำบัด ทำให้ทราบว่า ในการมาเข้ารับการบำบัดนอกจากจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นเงิน 12,000 บาท ทันทีที่เข้ามารับการบำบัดแล้ว ผู้กำกับทุกคนจะต้องถูกส่งมาอยู่ในเรือนนอนซึ่งเป็นอาคารชั้นเดียว ที่มีความแออัด และมีห้องน้ำเพียง 2 ห้อง ไม่เพียงพอกับจำนวนผู้เข้ารับการบำบัดที่มากถึง 216 คน

แต่หากผู้เข้ารับการบำบัดรายใดไม่อยากอยู่ในเรือนนอน ก็จะต้องยินยอมบวชเป็นพระสงฆ์ เพื่อจะได้ไปอาศัยอยู่ในกุฏิของพระสงฆ์ แต่ในการจะบวชพระนั้นจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเองอีก 20,000 บาท แลกกับการจะได้บวชเป็นพระและไม่ต้องอยู่ในเรือนนอน