หมอปลาช่วยด้วย! ลูกชายท้อแม่เปลี่ยนไป หลังเจอพระวัดป่าชื่อดัง หวั่นถูกล้างสมอง

หมอปลาช่วยด้วย! ลูกชายท้อแม่เปลี่ยนไป หลังเจอพระวัดป่าชื่อดัง หวั่นถูกล้างสมอง
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

หนุ่มวอน "หมอปลา" ช่วยพาแม่กลับบ้าน ขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบวัดป่าชื่อดัง จ.อุดรธานี หวั่นแม่โดนล้างสมองให้งมงายเรื่องไสยศาสตร์

วันนี้ (10 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับ นายศักย์ศรณ์ อายุ 26 ปี ชาว ต.หนองบัวศาลา อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งปัจจุบันได้มาพักอาศัยอยู่บ้านแฟนในพื้นที่ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ หลังมีรายงานว่า นายศักย์ศรณ์ได้มีการส่งเรื่องไปร้องขอความช่วยเหลือกับ หมอปลา มือปราบสัมภเวสีชื่อดัง โดยขอให้ช่วยพามารดา คือ นางเขมภัทร อายุ 43 ปี กลับมาสู่อ้อมกอดของครอบครัวเหมือนดังเดิม

เนื่องจากก่อนหน้านี้ มารดาได้เข้าไปหลงงมงายอยู่กับเรื่องของขลังไสยศาสตร์ อยู่ภายในวัดชื่อดังแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ จ.อุดรธานี มานานเกือบปี ไม่ยอมกลับมาอยู่บ้าน อีกทั้งพฤติกรรมของมารดายังเปลี่ยนแปลงจากเดิมไปอีกมากด้วย 

นายศักย์ศรณ์ เล่าว่า ก่อนหน้านี้เมื่อประมาณเดือนตุลาคม ปี 2563 ตนได้ไปบวชเป็นพระอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.อุบลราชธานี แต่เมื่อครั้นจะสึก กลับไม่มีวัดไหนทำพิธีสึกให้ จึงต้องขอย้ายไปจำวัดป่าแห่งหนึ่ง พื้นที่บ้านดงยาง ต.สุ่มเส้า อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี โดยได้ติดต่อกับ หลวงปู่คำตา อายุ 53 ปี พระเกจิชื่อดังประจำวัด เพื่อให้ช่วยหาฤกษ์และทำพิธีสึกให้

แต่ในระหว่างที่รอฤกษ์สึกนั้น ปรากฏว่ามารดาที่ได้เดินทางมาเยี่ยมตนที่วัดบ่อยๆ ก็ได้ไปรู้จักกับหลวงปู่คำตา โดยสนิทกันจนถึงขึ้นกลายเป็นศิษย์ และถูกชักชวนให้มาปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัด ซึ่งถึงแม้ตนจะสึกออกจากพระมาแล้ว แต่มารดาของตนกลับไม่ยอมกลับ ยังคงอยู่ที่วัดนั้น ไม่ยอมกลับบ้านมาอีกเลย

ตนจึงได้ส่งเรื่องไปยังหมอปลาเพื่อขอความช่วยเหลือ เนื่องจากตนทุกข์ใจมาก กลัวมารดาจะถูกหลวงปู่ล้างสมองไปเชื่องมงายกับสิ่งของไสยศาสตร์มนต์ขลัง 

“แม่ของผมเค้ามีแฟนใหม่เป็นชาวอังกฤษ ซึ่งก็ได้บินกลับไปอยู่ประเทศบ้านเกิดมานานเกือบ 3 ปีแล้ว แต่ก็ยังส่งเงินมาเลี้ยงแม่อยู่ตลอด ส่วนผมหลังจากสึกจากความเป็นพระก็ย้ายมาอยู่กับแฟนที่ จ.นครสวรรค์ จึงทำให้ไม่ได้พบเจอแม่อีกเลย แต่ในช่วงที่ผ่านมา ก็ยังติดต่อกันผ่านทางพูดคุยทางโทรศัพท์ และคุยไลน์กันอยู่เรื่อยๆ

แต่ก็สังเกตได้ถึงพฤติกรรมของแม่ที่เปลี่ยนไป เพราะเวลาที่ผมพูดทักท้วงหรือเตือนเรื่องหลวงปู่คำตา ก็มักจะถูกแม่ดุว่าอย่างรุนแรง ไม่ให้พูดจาลบหลู่หลวงพ่อ เพราะแม่มีความศรัทธาที่มีต่อหลวงปู่คำตาเป็นอย่างมาก” 

นายศักย์ศรณ์ ระบุอีกว่า ตนเคยไปจำวัดอยู่ที่นั่นมานานกว่า 10 วัน ถึงแม้จะไม่รู้อะไรมาก แต่ก็รู้สึกได้ว่า ที่วัดแห่งนี้สอนให้คนงมงาย ให้เน้นเชื่อในของขลังไสยศาสตร์ โดยเฉพาะเหล็กไหลมากเกินไป จึงทำให้ตนรู้สึกไม่ไว้ใจวัดแห่งนี้ จึงมักจะคอยบอกคอยเตือนมารดาของตนอยู่เป็นประจำ โดยขอให้ออกมาแล้วกลับไปอยู่บ้าน อย่าได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวอีก

แต่ปรากฏว่าล่าสุด มารดาตนได้โทรศัพท์มาหา บอกอยากให้ตนไปเป็นยูทูบเบอร์อยู่ประจำวัด เพราะได้เงินเยอะ และทางหลวงปู่จะเป็นผู้สอนให้ จึงทำให้ตนโต้แย้งกลับไป พร้อมกับปฏิเสธ ซึ่งทันทีที่ตนบอกไปอย่างนั้น ก็ไม่รู้อะไรดลใจมารดาถึงกลับส่งข้อความไลน์มาต่อว่าถึงขนาดตนเป็นลูกทรพีเลยทีเดียว ทำให้ตนรู้สึกเสียใจอย่างมาก 

“ที่ผมส่งเรื่องไปหาหมอปลา เพราะผมไม่มีทางออก ไม่รู้จะปรึกษาให้ใครช่วย จึงได้ไปขอความช่วยเหลือกับหมอปลา ให้ช่วยพาแม่กลับมาเป็นคนเดิมสำหรับผม และของครอบครัว ซึ่งหมอปลาได้รับปากที่จะช่วย แต่ติดที่ผมตอนนี้ยังไม่มีทุนจะเดินทางไปเจอหมอปลาได้ เพราะผมมีอาชีพเพียงแค่ขายน้ำแข็งใสอยู่ที่หน้าบ้านแฟนเท่านั้น รายได้ยังมีไม่มาก” 

นายศักย์ศรณ์ ได้ฝากผ่านสื่อด้วยว่า นอกจากตนจะขอวอนให้ช่วยพามารดาของตนกลับมาเป็นคนเดิมของครอบครัวแล้วนั้น ตนอยากขอให้ตรวจสอบพฤติการณ์วัดแห่งนี้ด้วย เพราะหากไม่นับมารดาของตน ก็จะพบว่ามีผู้คนถูกชักจูงให้ไปปฏิบัติธรรมที่วัด และปลูกฝังให้คนเหล่านั้นหลงงมงายไปกับเรื่องเวทมนต์ ไสยศาสตร์ ของขลัง อีกเป็นจำนวนมาก

โดยเฉพาะหลวงปู่คำตา ก็เป็นชื่อที่ถูกอุปโลกน์ขึ้นมาเรียนแบบหลวงปู่คำตา ศิริสุทธโร แห่งคำชะโนด โดยอ้างว่าเป็นร่างมาเกิดใหม่อีกด้วย