น่ายินดี เด็กชายวัย 1 เดือนเศษ รักษาโควิดหายได้กลับบ้านพร้อมคุณแม่

น่ายินดี เด็กชายวัย 1 เดือนเศษ รักษาโควิดหายได้กลับบ้านพร้อมคุณแม่
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

เด็กชายวัย 1 เดือนเศษ รักษาโควิด-19 หายแล้ว ด้าน กุมารแพทย์โรคติดเชื้อ เผยไม่ใช่ทุกครอบครัวจะโชคดี ทารกหรือเด็กเล็กมีภาวะเสี่ยงสูง ครอบครัวจึงควรป้องกันตัวเอง โดยเพราะการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ถือเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน

วันนี้ (15 พ.ค.) แพทย์หญิงสุชาดา เรืองเลิศพงษ์ กุมารแพทย์ด้านโรคติดเชื้อ โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ทางโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ได้รับการส่งต่อผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 จากโรงพยาบาลบางสะพาน เมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา เป็นเด็กชายวัยเพียง 1 เดือน 14 วัน ถือเป็นผู้ป่วยอายุน้อยที่สุดของโรงพยาบาล ซึ่งติดเชื้อจากบุคคลในครอบครัว จากคลัสเตอร์งานศพ จ.สุราษฎร์ธานี

โดยเด็กชายเข้ารับการรักษา ด้วยอาการหายใจเหนื่อยหอบจนหน้าอกบุ๋ม มีภาวะปอดติดเชื้อ อาการอยู่ในเกณฑ์รุนแรง แต่ยังไม่ถึงขั้นต้องใช้ท่อช่วยหายใจ ซึ่งเด็กชายได้รับการรักษาตามขั้นตอนเช่นเดียวกันกับผู้ใหญ่ โดยได้รับยาต้านไวรัส "ยาฟาวิพิราเวียร์" ตามขนาดน้ำหนักตัว และดูแลป้องกันอาการแทรกซ้อน เนื่องจากเด็กเล็กมีความเปราะบางและเสี่ยงมากกว่าผู้ใหญ่เช่นเดียวกับผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว  

ทีมแพทย์และพยาบาลได้ดูแลรักษา จนอาการดีขึ้นตามลำดับและล่าสุดรักษาหายดี น้องหน้าตาสดใสอ้วนท้วนสมบูรณ์ และสามารถกลับบ้านได้พร้อมคุณแม่ ซึ่งป่วยติดเชื้อโควิด-19 เช่นเดียวกัน แต่รักษาตัวหายก่อนแล้ว และรอกลับบ้านพร้อมกับลูกชาย

โดยทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ดูแลรักษา ได้ออกมาส่งหนูน้อยกับคุณแม่กลับคืนสู่อ้อมกอดของครอบครัว โดยมีคุณตาคุณยายเดินทางมารับกลับบ้าน เป็นภาพที่ประทับใจอย่างยิ่ง โดยทางครอบครัวผู้ป่วยยินดีและอนุญาตให้นำเรื่องราวมาเผยแพร่ เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้เกิดการตื่นตัว เพิ่มความระมัดระวังในการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ให้มากขึ้น

แพทย์หญิงสุชาดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางการแพทย์ไม่แนะนำให้เด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ สวมหน้ากากอนามัย เพราะอาจเป็นอุปสรรคต่อการหายใจของเด็กจึงเกิดอันตรายได้ สิ่งที่ควรทำคือ ให้พ่อแม่และบุคคลในครอบครัวสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันแทน และครอบครัวควรป้องกันตัวเอง ลดความเสี่ยงที่อาจจะติดเชื้อโควิด-19

ซึ่งเราไม่อาจรู้ได้ว่าที่ใดมีเชื้อโควิดหรือมีความเสี่ยงหากยังไม่พบผู้ป่วย เมื่อไหร่ก็ตามที่มีคนป่วยให้รีบตรวจรักษาเพื่อป้องกันการติดต่อสู่เด็ก สำหรับครอบครัวนี้ไม่ได้ไปพื้นที่เสี่ยงอย่าง สถานบันเทิง แต่มีคุณตาคุณยายไปร่วมงานศพ ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีใครรู้ว่ามีผู้ป่วย และเกิดการแพร่ต่อในครอบครัว ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นได้กับทุกคน

โดยสิ่งที่เป็นห่วงคือ คาดการณ์ว่าอนาคตจำนวนผู้ป่วยเด็กจะเพิ่มสูงขึ้นจากการติดเชื้อจากบุคคลในครอบครัว หากเรายังควบคุมการติดเชื้อโควิดไม่ได้ บุคคลในครอบครัวนอกจากจะต้องป้องกันตัวเองด้วยการสวมหน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่างแล้ว

หมออยากแนะนำให้ทุกคนฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เพื่อเป็นเกราะป้องกันตัวเองไม่ให้ติดเชื้อ และยังได้ป้องกันลูกหลานในบ้านที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งไม่สามารถฉีดวัคซีนได้ ให้ปลอดภัยจากโควิด-19 ไปด้วยในตัว

ซึ่งการฉีดวัคซีนไม่ว่าจะเป็นซิโนแวคหรือแอสตร้าเซนเนก้า ถือเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน เพราะไม่ใช่ผู้ป่วยทุกเคสจะโชคดีรักษาหายกลับบ้านได้พร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ได้ วัคซีนจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยให้เกิดการสร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยป้องกันความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นจากการติดเชื้อโควิด-19 ได้

ด้าน นายแพทย์พงษ์พจน์ ธีรานันตชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ปัจจุบันโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ รักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 19 ราย มีเตียงสำหรับผู้ป่วยโควิด 48 เตียง ในขณะที่เจ้าหน้าที่ทุกคน ทั้งแพทย์ พยาบาล ทีมด้านหน้า ยังคงปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ตั้งแต่เริ่มเกิดสถานการณ์

แม้จะอ่อนล้าดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ไปบ้าง แต่เจ้าหน้าที่ทุกคนยังมีกำลังใจที่ดี ทีมบริหารทุกคนได้ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และจัดสรรวัสดุอุปกรณ์ด้านการทำงานทุกอย่างให้ครบถ้วน เพื่อให้การทำงานมีความสะดวกและปลอดภัยต่อเจ้าหน้าที่และผู้ป่วยทุกคน  

สำหรับ Hospitel หรือ หอผู้ป่วยเฉพาะกิจโรงแรมประจวบสามอ่าว ซึ่งใช้เป็นสถานที่รองรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่ไม่มีอาการหรือมีอาการน้อย ล่าสุดได้ปิด Hospitel ดังกล่าวแล้วเนื่องจากรักษาหายกลับบ้านได้เกือบหมดแล้ว แต่หากในอนาคตมีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นสามารถเปิด Hospitel ขึ้นใหม่เพื่อรองรับผู้ป่วยได้ทันที

ส่วนความพร้อมในการให้บริการประชาชนเพื่อฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในต้นเดือนมิถุนายน นี้ ให้กับประชาชนจำนวนมากในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ จึงเปิดรับสมัครจิตอาสา เพื่อช่วยปฏิบัติงานระบบให้บริการวัคซีนโควิด-19 ด้านการรักษาพยาบาลและสนับสนุนด้านต่างๆ อาทิ จิตอาสาด้านการรักษาพยาบาล, จิตอาสาด้านบริการน้ำดื่ม, จิตอาสาด้านประชาสัมพันธ์ และ จิตอาสาด้านบริการทั่วไป เช่น ให้บัตรคิว อำนวยความสะดวกแก่ประชาชน

โดยคุณสมบัติของจิตอาสาจะต้องเป็นผู้ที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และผ่านการคัดกรองตามแบบสอบถามคัดกรองโควิด-19 โดยเป็นความสมัครใจที่จะเข้ามาปฏิบัติงานวันใดก็ได้ สำหรับผู้สนใจสมัครเป็นจิตอาสาสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์สุขภาพชุมชนเมือง (ศสม.) โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ โทร. 032 601060–4 ต่อ 2008 หรือที่ 097 1178998 เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2564 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ บุคลากรทางการแพทย์ การสาธารณสุข ของโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ตลอดจนผู้ร่วมปฏิบัติภารกิจทุกภาคส่วนได้ร่วมกันควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 อย่างเต็มกำลังความสามารถด้วยความทุ่มเท โดยมีเป้าหมายร่วมกันเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้ดีขึ้นโดยเร็วที่สุด