"ฌอน" ยันไม่รับบริจาคแล้ว แจงไม่เคยเก็บเงินค่าปรึกษาไลฟ์โค้ช เล็งลงพื้นที่ช่วยโควิดอีก

"ฌอน" ยันไม่รับบริจาคแล้ว แจงไม่เคยเก็บเงินค่าปรึกษาไลฟ์โค้ช เล็งลงพื้นที่ช่วยโควิดอีก
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 14 พ.ค.64 ที่ สภ.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี  ฌอน บูรณะหิรัญ ได้เดินทางพร้อม นายอากาศ วสิกชาติ ทนายเข้าให้ปากคำกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปมเงินบริจาค พร้อมเปิดใจและชี้แจงกับสื่อมวลชนว่าเงินหายไปไหน เหลือเท่าไหร่ ทำอะไรไปบ้าง

หลังจากเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำเสร็จสิ้น นายฌอน เปิดเผยว่า วันนี้มาให้ปากคำเพิ่มเติม เงินที่ได้จากการบริจาค 1.3 ล้าน ใช้บริจาคไปประมาณ 1.1 ล้าน ยอดบริจาคเหลือประมาณ 2 แสน ซึ่งหวังว่าจะได้ลงพื้นที่อีกครั้งให้โควิด-19 เบาลง ซึ่งวันนี้นำหลักฐานการโอนเงินเข้าออกทั้งหมด มายื่นให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและสื่อมวลชน ซึ่งเงินบริจาคไม่มีเข้ามาแล้ว ต่อไปนี้ตนจะสอบถามจากผู้ใหญ่เพื่อขอคำแนะนำในการทำโครงการรักไม่มีเงื่อนไขต่อไป แต่จะไม่ขอรับบริจาคทุกช่องทาง

ส่วนเรื่องไลฟ์โค้ช ตนไม่เคยรับเงินกับผู้ที่มาปรึกษา ทั้งหมดเป็นการผลิตคอนเทนต์ ซึ่งตนจะหาคอนเทนต์ ปล่อยออกมาเรื่อยๆ และฝากขอบคุณสำหรับทุกคนที่ติดตาม

ทนายอากาศ วสิกชาติ ทนายความของ ฌอน กล่าวว่าวันนี้ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่เพิ่มเติม เนื่องจากสภ.ปากเกร็ดได้มีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความไว้ ก็จะมีการเพิ่มข้อหาส่วนของจำนวนผู้เสียหายที่เหลือก็จะเป็นการส่งหลักฐานที่นำมาทั้งหมด ตนจึงมาให้ปากคำเพิ่มเติมและได้มีการเรียกพยานมาให้ปากคำ แต่อาจจะมีช่วงที่โควิด-19 ระบาดหนัก คดีจึงชะลอตัวเล็กน้อย ตนได้นำเอกสารการเงินมายื่นให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่านำเงินไปใช้อะไรบ้าง ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตั้งข้อหาเดิมคือติดตาม พ.ร.บ เรี่ยไร โดยไม่มีใบอนุญาติ และจะนำไปสู่คดีฉ้อโกง

ซึ่งนำหลักฐานมาทั้งหมดนี้จะมีโครงการประมาณ 36 โครงการ ที่ฌอนไปบริจาคมาจริง จะแสดงให้เห็นว่าไม่มีการฉ้อโกง ซึ่งหลักจากนี้ขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวนพิจรณาว่าจะส่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง หลังจากที่ให้ปากคำเสร็จ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสรุปสำนวนต่างๆ ซึ่งจากที่ฟัง พนักงานสอบสวนค่อนข้างมั่นใจว่าหลักฐานเพียงพอแล้ว ซึ่งทางเราได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เพราะมีพยานหลักฐานครบถ้วน