“ชวน” ย้ำเปิดประชุมสภาฯ 22 พ.ค.เข้มมาตรการสูงสุดป้องกันโควิด-19

“ชวน” ย้ำเปิดประชุมสภาฯ 22 พ.ค.เข้มมาตรการสูงสุดป้องกันโควิด-19
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

“ชวน” ย้ำ เปิดประชุมสภาฯ 22 พ.ค. เข้มมาตรการสูงสุด ให้ ส.ส.- จนท.ฉีดวัคซีนภายในสัปดาห์นี้ ติง ส.ส. อย่ากลัวจนละเลยหน้าที่

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ยังยืนยันที่จะเปิดประชุมสภาฯตามพระราชกฤษฎีกาเปิดสมัยประชุมในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้ โดยสัปดาห์หน้าจะหารือกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมการเปิดการประชุมอย่างไรภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 เพราะการประชุมต้องเกิดขึ้นตามกฎหมาย โดยพยายามให้ฝ่ายการเมืองและเจ้าหน้าที่ฉีดวัคซีน ซึ่งจะต้องดำเนินการให้ทันภายในสัปดาห์นี้ก่อนเปิดประชุมสภาฯ เนื่องจากได้ไปสำรวจมาแล้วว่า บุคลากรทางการแพทย์ได้ฉีดวัคซีนแล้วร้อยละ 99 ดังนั้น สามารถให้หน่วยงานที่เป็นกลุ่มเสี่ยงอื่นได้ฉีดวัคซีนได้ นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำให้ทุกคนระมัดระวังและจะมีการเข้มงวด เรื่องการทำความสะอาดและตรวจค้นเข้ามาในสภา โดยย้ำว่า เราต้องทำงานร่วมกับโควิด-19 จะปฏิเสธไม่ได้ ไม่ว่ายอดผู้ติดเชื้อจะเพิ่มขึ้นหรือลดลง งานที่ต้องทำก็ยังต้องเดินหน้าต่อไป เพราะมีกฎหมายสำคัญที่รอการพิจารณาอยู่ เช่น ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 เพราะหากช้าจะเป็นปัญหาและส่งผลกระทบต่อคนทั้งประเทศ

นายชวน ยืนยันว่า ขณะนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่ที่ติดเชื้อในสภา แต่เป็นการติดเชื้อมาจากภายนอกสภา ซึ่งได้กำชับเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรว่าหากใครเป็นกลุ่มเสี่ยงก็ไม่ต้องเข้ามาทำงานในรัฐสภา ดังนั้น จึงถือว่า ยังสามารถควบคุมได้พอสมควร ซึ่งตนเคยคาดหวังว่า จะควบคุมได้ 100% แต่ไม่รู้ว่าจะตลอดรอดฝั่งได้หรือไม่ เพราะในที่สุด เจ้าหน้าที่สภาก็มีการติดเชื้อมา โดยรายล่าสุดมีการชี้แจงว่าติดเชื้อจากการไปตรวจโควิด-19 และติดจากแพทย์ ซึ่งเป็นไปได้อย่างไร

ส่วนกรณีที่หากส.ส.กลัวเรื่องการติดเชื้อจนไม่กล้ามาร่วมประชุมแล้วทำให้องค์ประชุมไม่ครบ จะทำอย่างไร นายชวน กล่าวว่า ค่อยว่ากันอีกที เมื่อเกิดสถานการณ์ดังกล่าวขึ้น แต่ก็เห็นใจ ส.ส.บางคนที่กลัว แต่ย้ำว่าทุกคนก็เสี่ยงไม่ใช่แค่ ส.ส.

“เห็นใจเหมือนกันบางคนก็กลัวส.ส.ก็เสี่ยง ทุกคนก็เสี่ยงเหมือนกัน คนที่ทำหน้าที่เสี่ยง และจะไปกลัวเสี่ยง จนกระทั่งละเลยหน้าที่ มันก็จะกระไรอยู่นะครับ ในแง่ของความร่วมมือ คิดว่า ส.ส.ส่วนใหญ่คงให้ความร่วมมือด้วยดี แต่ใครที่มีปัญหา เช่น มีโรคประจำตัว ก็ค่อยว่ากันอีกที”