สลด ผู้ป่วยรักษาโควิดจนหมอให้กลับบ้านได้ เดินยังไม่ถึงบ้าน ล้มลงเสียชีวิตตรงปากซอย

สลด ผู้ป่วยรักษาโควิดจนหมอให้กลับบ้านได้ เดินยังไม่ถึงบ้าน ล้มลงเสียชีวิตตรงปากซอย
อีจัน

สนับสนุนเนื้อหา

ผู้ป่วยโควิด วัย 62 ปี เสียชีวิตหน้าปากซอยบ้านตัวเอง ญาติคาใจผู้ป่วยรักษาตัวไม่ถึง 14 วัน ทำไมโรงพยาบาลถึงปล่อยให้กลับบ้าน

เหตุการณ์นี้ถูกเผยแพร่โดย ผู้ใช้เฟซบุ๊ก นายไผ่อาสา ตึ๊งยี่ขัน โดยผู้โพสต์ระบุข้อความว่า "ได้รับแจ้งจากชาวบ้านใกล้ที่เกิดเหตุว่า เป็นผู้ป่วยโควิดไปรักษาตัว แต่ยังไม่หายดี อยู่ดีๆ ทางหมอก็ออกใบให้กลับบ้านได้ คนป่วยจึงเรียกแท็กซี่กลับมาบ้านเอง พอมาถึง ก่อนถึงบ้านได้ล้มลงและเสียชีวิตเลย"

เรื่องราวนี้ ทำให้มีผู้เข้ามาวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก ว่าเหตุใดทางโรงพยาบาล หรือ Hospitel ถึงได้ปล่อยให้ผู้ป่วยกลับบ้าน ทั้งที่ยังรักษาตัวไม่ครบ 14 วัน ซ้ำยังให้นั่งแท็กซี่กลับมาเองด้วย

ญาติคาใจ ปล่อยคนไข้นั่งแท็กซี่กลับมาได้อย่างไร ทั้งที่ยังไม่ครบ 14 วัน

อีจันได้ติดต่อไปหาญาติของผู้ตาย เพื่อสอบถามประเด็นดังกล่าวที่เกิดขึ้น โดยญาติเล่าว่า ผู้ตายไม่มีครอบครัวใกล้ชิด อาศัยอยู่กับหลาน แต่เมื่อวันที่ 24 เม.ย.2564 คุณลุงได้ตรวจพบเชื้อโควิด และวันที่ 27 เม.ย. เข้ารักษาตัวที่ Hospitel แห่งหนึ่ง เป็นเวลา 11 วัน จนถึงเมื่อวานนี้ (7 พ.ค.64)

ตลอดระยะเวลาการรักษา คุณลุงได้โทรมาอัปเดตอาการตลอดว่าอาการเริ่มดีขึ้น จนกระทั่งคืนวันที่ 6 พ.ค.64 ได้โทรมาบอกว่าพรุ่งนี้จะได้กลับแล้ว จนเช้าตรู่ของวันที่ 7 พ.ค. คุณลุงได้นั่งแท็กซี่มาลงที่หน้าปากซอย เวลา 05.30 น. แต่พอเดินเข้าซอย ประมาณ 10 เมตร ก็ได้นั่งพักหน้าร้านแห่งหนึ่ง ก่อนที่จะหลับ และฟุบลงไปเสียชีวิต ซึ่งเหตุการณ์นี้กล้องวงจรปิดจับภาพได้หมด ทางญาติของผู้เสียชีวิตยืนยันว่าไม่มีโรคประจำตัว และตอนนี้ยังต้องการคำชี้แจงทั้งหมด

ซึ่งญาติพยายามติดต่อโรงพยาบาลและหน่วยงานที่รับผิดชอบ แต่ยังไม่ได้คำตอบใดๆ ไม่คิดจริงๆ ว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดกับคนในบ้าน ไม่คิดด้วยซ้ำว่าการทำงานของภาครัฐจะห่วยแตกมาก ชีวิตคนๆ หนึ่งไม่ใช่ของเล่น ที่จะปล่อยตัวกลับโดยที่ไม่ไยดี เขาไม่ได้มีที่ไหนปล่อยกลับ โดยการนั่งแท็กซี่กลับมาเอง แทนที่รถพยาบาลควรพามาส่ง แต่ไม่เลย ให้กลับเอง จนเขาต้องมาเสียชีวิตที่บ้าน ระยะเวลาในการเดินลงจากแท็กซี่แล้วเดินเข้าบ้านประมาณ 10 เมตร อยู่ดีๆ แล้วฟุบหลับไปเลยแบบนี้ก็คงไม่ใช่

แพทย์ยัน รักษาครบ 14 วันแล้ว นับจากวันที่พบเชื้อ ผู้ป่วยเลือกจะกลับแท็กซี่เอง

นพ.จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ เผยว่า คนไข้รายนี้ ตรวจ (SWAB) เมื่อวันที่ 24 เม.ย. 64 แต่ผลออกว่าติดเชื้อเมื่อวันที่ 27 เม.ย. 64 (ไม่มีโรคประจำตัว) จากนั้นก็มีการประสานให้ไปรับผู้ป่วยรายนี้มากักตัวที่ Hospitel เนื่องจากเป็นผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรง

เมื่อผู้ป่วยมาถึง Hospitel ในวันที่ 28 เม.ย. 64 แพทย์ได้ทำการเอกซเรย์ปอด เพื่อเช็กดูว่าเชื้อลงปอดหรือไม่ ซึ่งผลตรวจไม่พบความผิดปกติของปอด จึงให้คุณลุงสังเกตอาการในห้องนอนคู่ โดยจะมีทีมพยาบาลคอยสอบถามเช็กอาการของผู้ป่วยตลอด ซึ่งผู้ป่วยรายนี้ก็ไม่มีอาการป่วยใด ๆ จนกระทั้งสังเกตอาการจนครบ 14 วัน

แต่คำว่า 14 วัน ไม่ได้นับจากวันเข้ามาอยู่ใน Hospitel เป็นวันที่ 1 แต่จะนับตั้งแต่วันที่ตรวจ SWAB จมูก อันนั้นจะนับเป็นวันที่ 1 ของการสังเกตอาการ หากพบว่า ในระยะเวลา 14 วัน อาการไม่รุนแรงขึ้น ไม่มีอาการเสี่ยง ก็จะส่งตัวผู้ป่วยไปสังเกตอาการต่อที่บ้านพัก อีกทั้งยังมีผู้ป่วยรายอื่นที่นอนโรงพยาบาลไม่ถึง 14 วัน แต่ทำการสังเกตอาการครบตามกำหนด 14 วัน ก็ออกจากโรงพยาบาล หรือ Hospitel ไปกักตัวต่อที่บ้านได้

หลังจากผู้ป่วยรายนี้ สังเกตอาการครบ 14 วัน แพทย์ได้ทำการตรวจร่างกาย วัดอุณหภูมิก็ปกติดี ความเสี่ยงที่จะแพร่เชื้อโควิด-19 มีน้อย หรือแทบไม่มี แพทย์จึงอนุญาตให้กลับบ้านได้ ซึ่งการเดินทางกลับจะให้ผู้ป่วยเลือกว่าจะกลับเอง หรือให้ญาติมารับ โดยผู้ป่วยรายนี้เลือกเดินทางกลับเอง แพทย์จึงเรียกแท็กซี่มารับผู้ป่วยไปส่งที่บ้าน พร้อมแจ้งกับแท็กซี่ว่า ผู้โดยสารเป็นผู้ที่มีความเสี่ยง แต่ผู้ขับยินดีที่จะนำผู้โดยสารไปส่งที่บ้าน

ส่วนสาเหตุที่ผู้ป่วยเสียชีวิตเฉียบพลัน สิ่งนี้เราตอบไม่ได้แน่ชัด ต้องรอผลผ่าชันสูตรพลิกศพอีกครั้ง ยืนยันว่าเราทำตามขั้นตอนการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 อาการน้อย ตามกฎของกระทรวงสาธารณสุข ทุกขั้นตอน และเข้าใจญาติผู้ป่วยดีว่าเสียใจกับเหตุการณ์นี้ เราก็ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกินขึ้นด้วย