"กุ้งพลอย" ไลฟ์สดฟาด "ศรราม" ไม่ยั้ง ทนมาเกินพอแล้ว คนๆ นี้กำลังจะตายทั้งเป็น

"กุ้งพลอย" ไลฟ์สดฟาด "ศรราม" ไม่ยั้ง ทนมาเกินพอแล้ว คนๆ นี้กำลังจะตายทั้งเป็น

ทำเอาอินสตาแกรม @mama.veeji แทบลุกเป็นไฟกันเลยทีเดียว เมื่อ กุ้งพลอย กนิษฐรินทร์ หรือชื่อเดิม ติ๊ก-กนิษฐรินทร์ พัชรภักดีโชติ นักแสดงสาวชื่อดัง ตัดสินใจลุกขึ้นมาไลฟ์สดส่งตรงไปถึงอดีตสามี หนุ่ม-ศรราม เทพพิทักษ์ หลังจากที่เธอได้โพสต์ข้อความระบายความในใจ เกี่ยวกับพัฒนาการของลูกสาว น้องวีจิ ที่เธอเองรู้สึกว่า

"10 เดือนที่ผ่านมาไม่มีการพัฒนาขึ้นจากที่แม่เคยสอนหนูสักอย่างลูกเอ๋ย เท่าที่แม่เฝ้ามองลูกอยู่ กลับมาสู่อ้อมแขนแม่ได้แล้วลูกเอ๋ย แม่สอนลูกมาเป็นทุกอย่างแต่ละอย่างเริ่มหายไปไหน นี่ 10 เดือนแล้ว แม่คงยอมไม่ได้แล้วลูก WHY? ทำไมมีประสบการณ์เลี้ยงเด็กมาถึง 20 ปี ช่วยบอกแม่ทีสิค่ะว่าทำไมถึงพัฒนาช้ากว่าที่แม่จ๋าเลี้ยงวีจิมาไม่กี่ปีค่ะ"

ซึ่งเนื้อหาในการไลฟ์สดครั้งนี้ กุ้งพลอย กนิษฐรินทร์ ได้เผยว่า "เวลาเจอลูกมันยากมาก แต่คุณเอาลูกไปเที่ยวได้ทุกอาทิตย์เลย แล้วคนเป็นแม่ได้อะไร ได้อะไรจากคุณบ้าง ความเจ็บปวดเหรอ... ครั้งนี้มันไม่ใช่คนตายนะ แต่มันเป็นคนที่ตายทั้งเป็น คนเป็นแม่กำลังจะตายทั้งเป็นถ้าหากคุณไม่รู้ (สะอื้น) เลิกโทษคนอื่นได้แล้ว โทษตัวเองซะบ้าง"

"ฉันไม่กลัวอะไรอีกแล้ว วันนี้คุณทำอะไรเพื่อลูกบ้าง ตอนนี้พี่เลี้ยงสอนให้ลูกถอดกางเกงเองได้หรือยัง หมอบอกไม่ให้เปิดทีวีแต่คุณก็ยังเปิด คุณเลี้ยงลูกตอนไหน ตี 2 คุณยังตอบคอมเมนต์แฟนคลับอยู่เลย และคุณทำแบบนี้มาสักพักใหญ่ๆ แล้ว ฉันมีหลักฐานของคุณหมอ คุณเลี้ยงลูกได้เหรอ เอาความจริงมาพูดกัน ความเป็นสิ่งไม่ตาย ฉันรู้ว่าฉันทำอะไรอยู่ และฉันเองก็นิ่งมานานแล้วด้วย"

"บอกแล้วอย่ากดดันมาก ถ้ากดดันมากมันจะหลุดหมดแหละ ไม่มีใครเลยสักฝ่ายหนึ่งที่ดี ทำคนอื่นเขามาเยอะแล้ว บาปกรรมกลัวบ้างก็ดีนะ และถ้าวันนี้ไม่มีวีจิไม่มีลูก ตั้งแต่ออกจากบ้านมานะเรื่องความรักบอกไว้เลย คุณเลือกเองที่จะหมดรักฉัน คุณเลือกที่จะทำอย่างนั้นกับฉันเอง คุณต้องกลับไปคิดนะทำมากี่ครั้ง ถ้าวันนี้ฉันไม่มีลูก ฉันจะไม่มาจอแจอะไรกับคุณอีกเลย ฉันเคยบอกกับคุณแล้วตอนที่แต่งงานกับคุณใหม่ๆ ว่า... ถ้าใครคนๆ นั้นจะไม่เหลืออะไรเลย คุณก็เลือกเอง"

"และวันนี้ฉันไม่มีอะไรให้เสียแล้ว ถึงได้บอกไงอย่ากดดัน ความจะแตก! ก็เขาเลือกเอง เป็นพระเอกต้องเป็นพระเอกนอกจอด้วยสิ วันนี้ไม่ยอมหรอกอะไรจะเกิดก็เกิดบอกแล้วว่าอย่ากดดัน ดิฉันพูดวันนี้เพื่อให้ลูกได้แบ่งกันเลี้ยง อย่าทำร้ายลูก ถ้าคุณบอกว่าฉันเป็นแม่ที่เล่นการพนัน ฉันไม่ได้เล่น หรือถ้าคุณบอกว่าฉันเป็นแม่ที่เสพยา ฉันไม่ได้เสพยา ใครกันแน่ (หัวเราะ)"

"ช่างมันเถอะค่ะ ฉันตัวคนเดียว ฉันไม่กลัวอะไรอีกแล้ว มันมีอะไรอีกหลายอย่างมากๆ เอาเถอะค่ะ คิดเรื่องลูกได้แล้ว คุณก็รู้ว่าฉันต้องการลูก ลูกเท่านั้น ฉันไม่ได้ต้องการเอาลูกมาเลี้ยงเลย ฉันแค่ต้องการให้ความอบอุ่นกับลูก ช่วยกันเลี้ยงลูก ทุกคนบอกว่าวิดีโอคอลคุยกับน้องสิ คือมันดูง่ายมากเลยนะ แต่มันไม่มีอะไรง่าย มันยากมาก มันไม่เหมือนกับตอนที่เซ็นหย่าให้ ไม่เคยเรียกร้องแบ่งสมบัติ ไม่เคยเรียกร้อง ให้พูดบ้างไหม"

"ตอนออกกระแสที่พูดทำให้งงๆ แสดงเองแหละค่ะ แสดงให้งงๆ ตอบให้เอ๋อๆ ไป จะได้ไม่ต้องมาตอบอะไรที่ไม่ควรจะพูด มันคือการรักษาครอบครัวของเรา ไม่ตอบ ตอบให้ไม่ชัดเจน ตอบให้มันงง แต่ว่าบางอย่างก็ผิดจริงๆ ค่ะ ก็ยอมรับผิด ทุกวันนี้ในส่วนของลูกก็มีเก็บไว้ให้ลูกแล้ว ทดแทนไว้ให้ลูกแล้วเหมือนกัน อะไรที่ดีก็ทำแก้ไขตลอด"

กุ้งพลอย กนิษฐรินทร์

"วันนี้พูดไปอาจจะไม่ได้เจอลูกอีกยาวเลยก็ได้ แค่เพราะกระดาษใบเดียว กระดาษใบเดียวกับความผิดความถูกบางทีมันวัดอะไรกันไม่ได้หรอกค่ะ เพราะความจริงแม่ก็มีสิทธิ์เหมือนกัน และวันนี้ฉันก็มีประสิทธิภาพพร้อม คุณได้ถามลูกไหมในสิ่งที่คุณตัดสินใจทำแบบนี้ ฉันผิดฝ่ายเดียวเหรอ ตลก ที่ต้องโชว์ใบหย่าเพราะอะไรกันแน่ อยากให้พูดไหม อย่าเลยเนอะ"

"ที่วันนี้ไม่กลัวอะไรแล้ว ต่อให้ต้องไปยืนอยู่ในศาลฉันก็ยอม เพราะว่าฉันปล่อยให้คุณดูแลลูกต่อไปไม่ได้จริงๆ คุณจะเกลียดฉันก็ไม่เป็นไรเพราะคุณก็เกลียดฉันอยู่แล้ว"

"ความรักที่ฉันมีให้เธอมากที่สุดแล้ว หนูมีให้พี่มากมายมากแล้ว และหนูก็ไม่กลัวอะไรแล้ว ประชาชนอยากรู้อะไรก็ต้องรู้แล้ว ทำไมเรื่องในบ้านเราไม่คุยกันเองล่ะ โถเอ๋ย... หนูโง่มามากแล้ว โง่ด้วยความซื่อสัตย์และรัก หนูไม่เคยนอกใจพี่นะ หนูมีพี่เป็นสามีคนเดียวไม่เคยนอกใจ ไม่เคยไปนั่งกินไวน์กับใคร ไม่เคยต้องนัดกันไปกองเวลาไหน นัดกันถึงกองพร้อมกันอะไรแบบนี้ก็ไม่ต้อง (หัวเราะ)"

"กลัวความจริงไหม เวลาที่เราจะรักใครสักคน จะสอนให้... รักไม่ควรจะทำลาย ถ้าไม่คิดจะปกป้องเขา ก็อย่าทำลายเขา อย่าเอาสิ่งพฤติกรรมของเขาที่เขาทำผิดเอามาเป็นปมผูกไว้ให้เขาและก็ฆ่าเขา เลิกทำแบบนี้ซะ ทำมากี่คนแล้ว เลิกเถอะ เวลาเราทำผิดอะไรคุณอยากให้เขาพูดว่าเขาทำผิดอะไร แล้วคุณล่ะพูดแล้วหรือยังว่าคุณทำผิดอะไร คุณได้พูดบ้างไหม คุณกล้าไหม"

"ในวงการอาจจะกลัวคุณ คุณศรราม แต่ฉันไม่กลัวคุณหรอก ไม่งั้นฉันจะเอาคุณอยู่ได้ยังไง ฉันไม่เคยกลัวคุณอยู่แล้วนะคะ เพราะฉะนั้นถ้าวันนี้ฉันพูดการเจอลูกมันจะไม่ได้เจอ ฉันจะทำให้ฉันเจอลูกให้ได้ คุณก็มีจุดบอดเหมือนกัน บางทีคุณจะไม่ได้เลี้ยงลูกเลยก็ได้ จำเอาไว้นะ รีบคิด ไตร่ตรองให้ดี คนอื่นเขากลัวคุณ แต่ฉันไม่กลัวคุณ คนที่ทำให้ครอบครัวพังเราหาทางออกกัน เงินที่มันหมดไปเราก็หามาเติมได้ แต่คุณเลือกที่จะถีบฉันออกมา และให้ฉันเจอลูกได้ยากมาก เหมือนเป็นแม่ขอทาน มันยากมาก"

"คุณไม่ได้มองถึงฉันมานานมากแล้ว คุณมองแต่ตัวเอง ต้องคิดถึงแม่เขาด้วยก่อนที่แม่เขาจะมีวีจิ คุณต้องนึกถึงความดีความชอบของเขามากๆ แค่ข้าวจานเดียวที่คุณหาให้ฉันกิน ทำให้ฉันนึกถึงบุญคุณคุณมาตลอดเลย แล้วคุณล่ะ คุณคิดถึงบุญคุณของใครบ้าง"

"เพราะคุณกดดันฉัน ให้ฉันมาถึงจุดนี้เอง อาจจะเป็นเพราะว่าถึงเวลาที่ต้องพูดแล้ว ถึงเวลาแล้ว เพราะเวลามันไม่รอใครหรอก เวลาที่มีอยู่มันเหลือน้อยเหลือเกิน อะไรที่ทำดีๆ ต่อกันได้ก็ควรจะทำดีๆ ซะ ทำดีต่อกันเข้าไว้ หมดรักแล้วจะไปอะไรกับใครก็ไปเถอะ สิ่งเดียวที่สนใจคือลูก โอเควันนี้เลิกเป็นผัวเมียกันแล้วอย่างน้อยก็อย่าสร้างเวรสร้างกรรม"

"ฉันไม่เคยกลัวคุณ คุณศรราม คนที่คุณจะกลัว ฉันเคยพูดก่อนออกจากบ้านแล้ว คนที่จะกลัวในชีวิตมากที่สุดคือฉัน คือฉันนี่ คุณต้องควรจะรักษาครอบครัวเอาไว้ คุณแก่ใครจะไปดูแลคุณ ถามหน่อยว่า... จะมีใครคนไหนแต่งงานกับคุณโดยไม่เอาสินสอดบ้าง ไม่มีงานแต่ง ฉันก็ไม่ใช่ลูกตาสีตาสานะ ฉันก็มีผลงานในวงการบันเทิงเหมือนกัน แต่ฉันยอม ฉันรักคุณ แต่ตอนนี้ฉันหมดรักคุณแล้ว เพราะฉันไม่รู้ว่าฉันจะรักคนที่ไม่เคยเห็นค่าแม่ของลูกได้ยังไง"

"คุณคิดว่าไม่ต้องมีแม่ก็ได้เหรอ คนที่คิดว่าไม่ต้องมีแม่ก็ได้เป็นความคิดที่ป่วยมาก เป็นตรรกะที่ป่วยมาก ครับผม ครับผม ผมต้องเลี้ยงลูกคนเดียวครับ ผมต้องเป็นพ่อสามูไร ความคิดป่วยมาก คุณเคยถามวีจิไหมว่าเขาอยากมีแม่ไหม คุณเอาอะไรคิดแทนลูก ลูกอาจจะไม่เอาคุณก็ได้ ทำไมคุณไม่คิดสองแบบล่ะ"

"วันนี้คุณคิดผิด คุณคงลืมไปว่าใครคนหนึ่งที่เป็นผ้าซับทุกอย่างให้คุณได้ตั้งแต่เขาเข้ามาในชีวิตคุณ คุณคงลืมไปเนอะ คุณคงลืมอะไรหลายๆ อย่างไป อย่าเอาเวรกรรม อย่าเอาทุกอย่างไปลงกับลูก เพราะมันไม่แฟร์กับวีจิ ฝากไว้เท่านี้แหละค่ะ ฝากไว้ให้คิด และสุดท้ายคนที่ต้องเจ็บมากที่สุดก็คือเราสามคน คนที่เจ็บมากที่สุดคือ คุณ ฉัน และลูก คุณจำเอาไว้ คนข้างนอกก็คือคนข้างนอกเขาไม่สามารถมาตัดสินใจแทนลูกแทนเราได้หรอก แต่คุณเลือกทางที่ผิดไปแล้ว และคุณจะรู้ว่าวันหนึ่งเมื่อลูกโตขึ้นมาและลูกมองกลับมา ลูกรู้ในสิ่งที่ฉันมีอยู่ในมือคุณจะไม่ได้รับความรักจากลูกไปหรอก แน่นอน 1,000 เปอร์เซ็นต์"