เอ็นดู..หนูน้อย 3 ขวบ ปลอบพ่อหลังรถล้ม บอก "จะไม่ชวนพ่อแหลงแล้ว"

เอ็นดู..หนูน้อย 3 ขวบ ปลอบพ่อหลังรถล้ม บอก "จะไม่ชวนพ่อแหลงแล้ว"
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

จากกรณี โซเชียลแห่แชร์เรื่องราวความน่ารักน่าเอ็นดู ของหนูน้อย 3 ขวบ เตือนพ่อที่ได้รับบาดเจ็บหลังรถมอเตอร์ไซค์ประสบอุบัติเหตุ จนได้รับบาดเจ็บทั้งพ่อทั้งลูก ด้วยประโยคน่ารักน่าเอ็นดู  "ไม่ชนตรงนี้แล้วนะ ไม่ขับรถเร็วแล้วนะ น้องเจ็บน้องกลัวเลือด" และ "น้องจะไม่ชวนพ่อแหลงแล้วนะเวลาพ่อขับรถ"  ขณะที่ชาวเน็ตแห่ให้กำลังใจเด็กน้อยและชื่นชมจำนวนมาก 

ผู้โพสต์เรื่องราวดังกล่าวคือ น.ส.รัตนมณี สายนุ้ย หรือ น้องแพร อายุ 19 ปี  เจ้าหน้าที่อาสาชีพมูลนิธิ มิราเคิลออฟไลฟ์ จ.กระบี่ ที่ออกช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ  เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อเวลา ประมาณ 20.00 น. เมื่อคืนที่ผ่านมา  รับแจ้งจาก ศูนย์นพรัตน์ ว่าเกิดอุบัติเหตุ  รถจักรยานยนต์ล้ม บริเวณจุดยูเทิร์น ถนนเพชรเกษม ก่อนถึงห้างแมคโคร สาขากระบี่ ตำบลทับปริก อำเภอเมืองกระบี่ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย เป็นพ่อลูกกัน ผู้เป็นพ่อ อายุ 33 ปี มีบาดแผลฉีกขาดบริเวณหัวแม่เท้าด้านซ้าย มีแผลถลอกทั่วไปตามร่างกาย รายที่ 2 เป็นลูกสาว อายุ 12 ปี ปวดข้อแขนด้านซ้าย แผลถลอกทั่วไปตามร่างกาย และรายที่ 3 ลูกชาย อายุ 3 ขวบ  มีแผลถลอกทั่วไปตามร่างกาย มีรอยฟกช้ำที่หน้าผาก เจ้าหน้าที่ให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาล ก่อนนำส่ง รพ.กระบี่ ซึ่งระหว่างที่เจ้าหน้าที่นำตัวพ่อขึ้นบนรถกู้ภัย ลูกชาย 3 ขวบที่นั่งข้างๆ ก็พูดกับพ่อในลักษณะดังกล่าว ได้ยินแล้วก็รู้สึกเอ็นดู ในความน่ารักของเด็ก ที่พยายามที่จะเตือนพ่อด้วยความเป็นห่วงทั้งที่ตัวเองก็เจ็บจากอุบัติเหตุเช่นกัน โดยบทสนทนาระบุว่า

น้อง :  พ่อครับพ่อเจ็บม้าย(สำเนียงภาษาใต้) พ่อเจ็บตรงไหนม้าย เเต่น้องก็เจ็บนะ น้องมีเลือดออกด้วย แต่ว่าน้องเป็นห่วงพ่อมากนะครับ 

พ่อ: พ่อไม่เจ็บครับพ่อขอโทษนะลูกนะ

น้อง: น้องจะไม่ชวนพ่อแหลงแล้วนะเวลาพ่อขับรถ พ่อจำไว้เลยนะ พ่อไม่ชนตรงนี้แล้วนะ พ่อไม่ขับรถเร็วแล้วนะทีนี้ น้องเจ็บน้องกลัวเลือด

พ่อ: ครับลูก    

ภายหลังเผยแพร่เรืองราวดังกล่าวออกไป ปรากฏว่ามีผู้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นและชื่นชมในความน่ารักน่าเอ็นดูของหนูน้อยคนดังกล่าว และแชร์ต่อกันเป็นจำนวนมาก

ล่าสุดวันที่ 18 เม.ย.64  ผู้สื่อข่าวเดินทางสอบถามผู้เป็นพ่อที่อยู่ในภาพ นายอนุวัตร เพ็ชรกุล อายุ 30 ปี ชาว ต.กระบี่ใหญ่ อ.เมือง จ.กระบี่ กล่าวว่า ตนเองมีลูกชายเพียงคนเดียว คือ น้องเป็นต่อ ตนเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว เลี้ยงดูลูกตามลำพัง ปัจจุบันได้เลิกรากับภรรยาได้ 2 ปี น้องเป็นต่อ อัธยาศัยดี เป็นคนร่าเริง  เป็นคนพูดเก่ง 

วันเกิดเหตุได้เดินทางไปทำธุระ โดยมีลูกพี่ลูกน้องเป็นเด็กหญิงวัย 12 ปี นั่งซ้อนท้าย น้องเป็นต่อนั่งตรงกลาง เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ ตรงจุดกลับรถ ในพื้นที่ตำบลไสไทย น้องเป็นต่อได้ชวนคุย  จังหวะนั้นตนได้หันไปคุยกับลูกชาย โดยไม่ได้มองทาง รถเกิดปีนขึ้นฟุตปาธเสียหลักล้มลง จนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ต่อมากู้ภัยเข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งระหว่างนำส่ง รพ.กระบี่ น้องเป็นต่อก็นั่งคุยอยู่ข้างๆ ทำนองว่ารู้สึกผิด ที่ชวนพ่อคุยเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุ ตอนแรกตนก็ไม่ได้คิดอะไร มารู้อีกทีว่ามีกู้ภัยนำเรื่องราวดังกล่าวโพสต์ขึ้นโซเชียล จนเป็นข่าวออกไป จนมีคนเข้ามาให้การชื่นชมและเอ็นดูกันเป็นจำนวนมาก