ดับ 2 ศพ! กระบะป้ายแดงพุ่งชนท้ายรถพ่วงจอดไหล่ทาง คนขับเจ็บเล็กน้อยบอกวูบหลับ

ดับ 2 ศพ! กระบะป้ายแดงพุ่งชนท้ายรถพ่วงจอดไหล่ทาง คนขับเจ็บเล็กน้อยบอกวูบหลับ
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

กระบะป้ายแดงพุ่งชนท้ายรถพ่วงจอดไหล่ทาง ดับคาที่ 2 ราย คนขับเจ็บเล็กน้อย อ้างวูบหลับขณะขับจากกรุงเทพฯ กลับบ้านที่ยโสธร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (17 เม.ย.) เมื่อเวลา 03.30 น. ร.ต.อ.พศิน ทองสระคู รองสารวัตรสอบสวน สภ.เกษตรวิสัย ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถกระบะชนท้ายรถบรรทุกพ่วง บนถนนทางหลวงหมายเลข 202 สายเกษตรวิสัย-พยัคฆภูมิพิสัย กม.ที่ 185 บริเวณปากทางเข้า บ้านสำราญ ตำบลน้ำอ้อม อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ 

ถึงจุดเกิดเหตุเป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจร พบรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 8675 สระบุรี บรรทุกแท่นพาเลทไม้มาเต็มคันรถ พบว่าบริเวณด้านท้ายรถ มีรอยเฉี่ยวชนยุบพังเสียหายยับเยิน ทราบชื่อคนขับคือ นายปรีชา อายุ 56 ปี ใกล้กันพบรถกระบะสี่ประตู ยี่ห้อเอ็มจี สีดำ ทะเบียนป้ายแดง หมายเลข 2681 นนทบุรี ด้านหน้ารถฝั่งซ้ายยับพังเสียหายถึงห้องโดยสาร

ภายในพบศพผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ราย ทราบชื่อคือ นายธนากร อายุ 30 ปี นั่งเบาะหน้าข้างคนขับ และ นายทนงชัยค์ อายุ 49 ปี นั่งเบาะหลังด้านซ้าย ทราบชื่อคนขับคือ นายสิปประวิชญ์ อายุ 47 ปีได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย อาสาสมัครกู้ภัยให้การช่วยเหลือปฐพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บ และนำศพผู้เสียชีวิตนำส่งโรงพยาบาลเกษตรวิสัยเพื่อทำการชันสูตรพลิกศพต่อไป

จากการสอบสวน นายสิปประวิชญ์ คนขับรถกระบะ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถออกจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนาที่ จ.ยโสธร พร้อมกับผู้โดยสารอีก 3 คน มาถึงจุดเกิดเหตุตนได้เกิดวูบหลับ จนทำให้รถเกิดเสียหลักไปพุ่งชนท้ายรถพ่วงที่จอดอยู่ข้างทาง จนส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว

ด้าน นายปรีชา ยุทธทหาร คนขับรถพ่วง เปิดเผยว่า ตนได้ขับรถบรรทุกแท่นพาเลทไม้มาจาก จ.นครราชสีมา เพื่อนำไปส่งที่ จ.ยโสธร แต่มาถึงจุดเกิดเหตุได้จอดรถเพื่อนอนพักผ่อนบนริมไหล่ทางโดยมีไฟส่องสว่างเพียงพอ

ตนพักผ่อนได้ประมาณ 30 นาที จู่ๆ ได้มีเสียงชนดังสนั่นบริเวณท้ายรถ ตนจึงได้รีบลงไปดูซึ่งก็พบผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต จึงได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าให้การช่วยเหลือในเวลาต่อมา

เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เพื่อเก็บภาพไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะเชิญตัวคนขับรถคู่กรณีมาสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป