"ศักดิ์สยาม" คาดได้ออกจากโรงพยาบาล 21 เม.ย. ยันไทม์ไลน์เป็นเรื่องจริงทั้งหมด

"ศักดิ์สยาม" คาดได้ออกจากโรงพยาบาล 21 เม.ย. ยันไทม์ไลน์เป็นเรื่องจริงทั้งหมด
S! News (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

"ศักดิ์สยาม" คาดได้ออกจากโรงพยาบาล 21 เม.ย. ยันไทม์ไลน์เป็นเรื่องจริงทั้งหมด เข้าใจโซเชียลมีเดียโจมตีเพราะเป็นบุคคลสาธารณะ

(13 เม.ย.64) นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้าอาการป่วยภายหลังเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ เนื่องจากติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้อาการโดยรวมปกติทั้งการหายใจ ความดัน และไม่มีไข้ คาดว่า แพทย์จะอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลได้ในวันที่ 21 เม.ย.

ส่วนที่ตอนนี้ในโซเชียลมีเดียวิพากษ์วิจารณ์โจมตีหนักถึงไทม์ไลน์ นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ความคิดคนห้ามกันไม่ได้ ทุกอย่างอยู่ที่ความจริงที่ผ่านมามีเฟคนิวส์ หรือ ข่าวปลอมเยอะมาก มีการใส่รูปใส่ข้อความพยายามสื่อสารว่าคนในภาพเหมือนหรือคล้ายกับตน ซึ่งก็ได้มอบหมายให้ทนายความแจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว 2 เคส และตนเองก็ไม่สบายด้วย แต่ทั้งนี้เข้าใจดีว่าความสงสัยก็เป็นสิทธิของแต่ละคนอีกทั้งตนก็เป็นบุคคลสาธารณะ แต่ทุกอย่างต้องดูข้อเท็จจริง ตนก็ถือเป็นผู้ติดเชื้อคนหนึ่ง ไม่ได้เป็นผู้แพร่เชื้อ และที่ผ่านมาก็มีคนติดเชื้อมากมาย ไม่ใช่ตนเพียงแค่คนเดียว ทั้งนี้เราต้องช่วยกันลดการแพร่ระบาดให้ลดลง เพื่อประโยชน์ของทุกคน สิ่งที่น่าห่วงคือเราต้องไม่การ์ดตก

นายศักดิ์สยาม ยังกล่าวกรณีที่ นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เตรียมเชิญเข้าให้ข้อมูลและชี้แจงไทม์ไลน์ ว่า ขอให้ตนหายดีก่อน เพราะตอนนี้ยังไม่หายดี เนื่องจากต้องพักรักษาตัวเพื่อรอดูอาการและกักตัวเพื่อควบคุมโรค รวมถึงยังไม่เห็นเอกสารที่นายสิระทำเรื่องเชิญมา ขอให้เห็นเอกสารก่อน

ส่วนกรณีที่นายสิระ ระบุว่าหากนักการเมืองหรือรัฐมนตรีคนใดปกปิดไทม์ไลน์ถือว่าขัดจริยธรรม ต้องแสดงสปิริตลาออก มองว่าประเด็นนี้จะทำให้เกิดความสั่นคลอนความเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า อย่าไปคิดไกลขนาดนั้น ขอให้ตนรักษาตัวให้หายดีก่อน อย่างไรก็ตามขอให้ทุกคนยกการ์ดระวังตนเอง เพราะเชื้อโควิด-19 ไม่เลือกเพศ อายุ และการศึกษา ดังนั้นต้องระมัดระวัง คนที่สัมผัสผู้ติดเชื้อมีโอกาสติดเชื้อต่อได้เสมอ แต่เมื่อเป็นแล้วก็พบแพทย์ ต้องเข้าใจโรคนี้ และปฏิบัติตามที่แพทย์สั่ง