ชูวิทย์ ลั่นคนเที่ยว-ทำงานเลานจ์ไม่ผิด แต่ผิดที่ปกปิดไทม์ไลน์ พาผับอื่นโดนผลกระทบ

ชูวิทย์ ลั่นคนเที่ยว-ทำงานเลานจ์ไม่ผิด แต่ผิดที่ปกปิดไทม์ไลน์ พาผับอื่นโดนผลกระทบ

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง แถลงเมื่อวันพฤหัสบดี (8 เม.ย.) เรียกร้องผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ไปเที่ยวและผู้ที่ทำงานที่เลานจ์ ให้เปิดเผยไทม์ไลน์ของตัวเอง เพราะไม่ใช่เรื่องน่าอายและไม่ใช่เรื่องผิดที่ใช้บริการหรือทำงานสถานที่เหล่านี้

"เราไม่ได้ขายยา เราไม่ได้ไปปล้นใคร ผู้ชายพวกนี้เราไม่ได้เอาปืนไปจี้เขามา เขาเดินมาเอง" นายชูวิทย์ กล่าว

อดีตนักการเมืองชื่อดังรายนี้ กล่าวว่า แต่การปกปิดไทม์ไลน์ ทำให้ภาครัฐไม่มีข้อมูลว่าเกิดการแพร่ระบาดที่ใดบ้าง จึงต้องออกมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 ที่กระทบกับสถานบันเทิงหรือสถานที่อื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำของบุคคลเหล่านี้ไปด้วย นี่ต่างหากคือความผิดของคนกลุ่มนี้

"ก็ขอความกรุณาคนที่ไป ก็อยากให้พูดความจริง เพราะชาวบ้านที่เขาไม่รู้เรื่องรู้ราวด้วยโดนปิดไปหมด" นายชูวิทย์ กล่าว

"เวลามีเรื่องแบบนี้ รัฐไทยหว่านแห ปิดหมด"

"รัฐบาลควรจำกัดกับคนที่คุณควรจะจำกัด"

นายชูวิทย์ เผยคลิปในเลานจ์แห่งหนึ่ง ซึ่งพบว่าแขกให้ผู้ที่แสดงบนเวทีดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากแก้วซ้ำกัน จึงไม่แปลกใจที่จะเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างรวดเร็ว

โควิดระลอกนี้หนัก เพราะระบาดจากคนรวย

นอกจากนี้ นายชูวิทย์ ยังประเมินว่าการระบาดระลอกนี้น่าจะหนักกว่าหลายครั้งที่ผ่านมา เพราะเป็นการติดเชื้อที่เริ่มในกลุ่ม "คนรวย" และคนรวยมักพบปะกับคนจำนวนมากในแต่ละวัน ไม่ใช่แค่นั้นเลานจ์ลักษณะนี้ไม่ได้มีแค่ในกรุงเทพมหานคร ขณะเดียวกันภาครัฐก็ยังไม่มีความชัดเจนต่อการปิดเลานจ์และสถานบันเทิง

อดีตนักการเมืองรายนี้ เชื่อว่า แม้มีคำสั่งปิดเลานจ์และสถานบันเทิง 14 วัน แต่ไม่น่าจะช่วยอะไร เพราะเมื่อกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งก็น่าจะมีการแพร่เชื้ออีก เพราะพฤติกรรมของคนที่ใช้บริการและให้บริการ อย่าง ดื่มสุราร่วมกัน เพศสัมพันธ์ ยังเกิดขึ้นเช่นเดิม เพราะฉะนั้นควรใช้วิธีการจำกัดจำนวนผู้ใช้บริการเหมือนในต่างประเทศมากกว่า