ญาติไม่ติดใจผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงยิงตัวตาย 3 ศพ ตำรวจแจงดราม่าล้อมจับ 40 ชั่วโมง

ญาติไม่ติดใจผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงยิงตัวตาย 3 ศพ ตำรวจแจงดราม่าล้อมจับ 40 ชั่วโมง
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

ญาติผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงเดินทางเข้ารับศพ เผยแม่ผู้ตายทำใจไว้แล้ว ตำรวจคาดตายพร้อมกัน 3 ศพ ตั้งแต่สิ้นเสียงปืนดังเมื่อวานนี้ (5 มี.ค.)

ความคืบหน้าหลัง นายสุเมธ อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงประชาชนตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองแทนการถูกจับกุมดำเนินคดี โดยใช้อาวุธปืนยิงนางสาววิชชุดา อายุ 22 ปี และ นางสาวอาณดา อายุ 18 ปี (มีหมายจับ) ก่อนยิงตัวเองจนเสียชีวิตด้วยกัน 3 ศพ หลังตำรวจปิดล้อมเพื่อจับกุมตามหมายจับนานกว่า 40 ชั่วโมง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (6 มี.ค.) นายนิวัฒน์ อายุ 67 ปี ลุงเขยนายสุเมธ กล่าวว่า เดินทางมาพร้อมกับแม่และน้องของนายสุเมธ ในส่วนของตนเองไม่ทราบรายละเอียดมากนัก ทราบเพียงที่ตำรวจได้แจ้งมา แต่ด้วยนิสัยของนายสุเมธที่เป็นคนเด็ดขาด ก็เชื่อว่าแม่ของนายสุเมธจะทำใจไว้ล่วงหน้าแล้ว  

สำหรับศพของทั้ง 3 เจ้าหน้าที่ได้ ส่งไปชันสูตรที่แผนกนิติเวช โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ก่อนจะให้ญาติติดต่อรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนา ส่วนในทางคดีถือว่าสิ้นสุดเนื่องจากการตายของผู้ต้องหา  

ด้าน พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เปิดเผยว่า เหตุที่เกิดขึ้นญาติไม่ติดใจอะไร เนเพราะทราบขั้นตอนการทำงานของตำรวจทุกขั้นตอน ตั้งแต่การช่วยเหลือนำตัวลูกสาวของนายสุเมธออกมาได้ตั้งแต่วันที่ 5 มี.ค. ที่ผ่านมา ส่วนภรรยาทั้งสองคนก็ยืนยันไม่ยอมออกมาด้วย

ขณะที่ตำรวจเองก็ใช้วิธีการเจรจาไกล่เกลี่ย โดยให้ญาติช่วยเจรจา แต่ก็ไม่เป็นผล โดยคาดว่านายทั้งหมดจะเสียชีวิตหลังสิ้นเสียงปืนที่ดังขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. วานนี้  

ส่วนพฤติกรรมของผู้ต้องหามีการเปิดเว็บไซต์หลอกขายป้ายทะเบียนเลขสวยในราคาหลักหมื่นถึงหลายแสนบาท แต่เมื่อเหยื่อโอนเงินให้แล้วก็จะบล็อกการติดต่อ  ที่ผ่านมามีผู้เสียหายเข้าแจ้งควาสมหลายคดี จนกระทั่งศาลอาญาพระโขนงออกหมายจับ โดยพบว่านายสุเมธมีรถยนต์หรูหลายคันและคาดว่าจะมีทรัพย์สินอื่นๆ รวมมูลค่าหลายสิบล้านบาท  

รายงานแจ้งว่าในเวลา 15.00 น. วันนี้ พล.ต.ท.ประจวบ จะแถลงรายละเอียดเพิ่มเติมรวมทั้งชี้แจงขั้นตอนการทำงานของตำรวจในภารกิจครั้งนี้ หลังจากมีกระแสในโลกออนไลน์ตั้งคำถามว่าเหตุใดตำรวจจึงใช้เวลานานกว่าจะตัดสินใจพังประตูเข้าไปในห้อง

เบื้องต้น พล.ต.ท.ประจวบ ระบุว่า ทางตำรวจทำงานตามขั้นตอนอย่างละมุนละม่อม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสีย โดยเลือกเจรจาเกลี้ยกล่อมให้ยอมมอบตัวและทุกขั้นตอนพยายามหลีกเลี่ยงการกดดันเนื่องจากผู้ต้องหามีอาวุธ