ประจวบฯ จับกุม 33 แรงงานเถื่อนลักลอบผ่านแดนเข้าไทย หวังไปทำงานมหาชัย-ปราณบุรี

ประจวบฯ จับกุม 33 แรงงานเถื่อนลักลอบผ่านแดนเข้าไทย หวังไปทำงานมหาชัย-ปราณบุรี
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

จับแรงงานเถื่อนลักลอบผ่านแดน 33 ราย หวังไปทำงานที่ตลาดกลางกุ้งมหาชัยและโรงงานปราณบุรี บางคนตกงานจะกลับบ้าน

(5 มี.ค.64) นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล ปลัดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์  เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง นำโดย จ่าเอกแก้ว  คงวงศ์  ป้องกันจังหวัดประจวบคีรีขันธ์  พร้อมด้วยหน่วยงานความมั่นคง , ทหารหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก กองกำลังสุรสีห์ , ตชด.146 , ตำรวจภูธรประจวบคีรีขันธ์ ฯลฯ ได้สนธิกำลังกันจับกุม กลุ่มแรงงานชาวเมียนมา ลักลอบข้ามแดนเข้ามาในประเทศไทย โดยใช้เส้นทางธรรมชาติช่องเขาหลัก หมู่ 5 บ้านเนินแก้ว ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์

โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ จำนวน 25 คน เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 4 มีนาคม หลังตรวจพบหลบซ่อนตัวในสวนปาล์มน้ำมันแห่งหนึ่ง เพื่อรอนายหน้ามารับไปส่งเพื่อไปทำงานที่มหาชัย จ.สมุทรสาคร และโรงงานใน อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์  จากนั้นในช่วงเช้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้สแกนพื้นที่โดยรอบอีกครั้ง กระทั่งสามารถจับกลุ่มแรงงานชาวเมียนมาได้เพิ่มอีก  8  คน ซึ่งกลุ่มนี้เตรียมลักลอบข้ามชายแดนไทย หวังกลับบ้านเกิดไปยังสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์

ปลัดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวด้วยว่า แรงงานที่จับกุมได้กลุ่มแรก จำนวน 25 ราย มาจากเมืองย่างกุ้ง เมืองมะริด และเมืองทวาย  ซึ่งเป็นพื้นที่ระบาดของเชื้อโควิด–19 จากการสอบสวนทราบว่า แรงงานจะไปทำงานที่ ตลาดกลางกุ้งมหาชัย จ.สมุทรสาคร และโรงงานแปรรูปสับปะรดกระป๋องใน อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ส่วนอีกกลุ่มจำนวน 8 คน เป็นคนงานกรีดยาง จากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ต้องการกลับบ้านเกิดเพราะนายจ้างหยุดจ้างงาน  

สำหรับแรงงานชาวเมียนมาทั้งหมด 33 คน ที่จับกุมได้แบ่งเป็น ชาย 21 คน หญิง 12 คน เพื่อความไม่ประมาทเจ้าหน้าที่ได้ตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ทุกคน โดยส่งตรวจที่ห้องปฏิบัติการโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ล่าสุดผลตรวจทั้งหมดไม่พบเชื้อโควิด-19

ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้สั่งการให้ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์  เข้มงวดกวดขันเกี่ยวกับการตั้งด่านตรวจโควิด ทั้งหมด 11 ด่านในพื้นที่รอยต่อ 3 ตำบลของ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ มานานกว่า 5  เดือน เพื่อปิดโอกาสการลักลอบค้าแรงงานข้ามชาติดังกล่าว

ล่าสุดได้สั่งให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง เร่งสืบสวนขยายผลหาผู้ขบวนการ ซึ่งเชื่อว่ามีทั้งคนไทยและชาวเมียนมา ทำเป็นขบวนการเพื่อตัดวงจรการค้ามนุษย์ นำแรงงานเถื่อนไปส่งที่เป้าหมาย

ทางด้าน จ่าเอกแก้ว  คงวงศ์  ป้องกันจังหวัดประจวบคีรีขันธ์  กล่าวเพิ่มเติมว่า  ตลอดแนวชายแดนไทย-เมียนมากว่า 200 กิโลเมตร  ซึ่งมีเทือกเขาตะนาวศรีเป็นจุดกั้นแนวชายแดน  พบมีช่องทางธรรมชาติ ไม่น้อยกว่า  54  ช่องทาง ทางจังหวัดได้มีมาตรการป้องกัน โดยนำกำลัง อส.จังหวัด และ อส.อำเภอ ผลัดเปลี่ยนเวรตลอด 24  ชั่วโมง ตรวจตราบริเวณจุดเสี่ยงเพื่อป้องกันการลักลอบข้ามแดนในเขตอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ คือ ต.คลองวาฬ ต.เกาะหลัก และ ต.อ่าวน้อย และพบว่า กลุ่มแรงงานต่างชาติลักลอบบุกเบิกเส้นทางธรรมชาติเส้นทางใหม่เพิ่มขึ้นด้วย ทำให้เพิ่มความยากในการติดตาม ป้องกันและจับกุม แต่อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ ได้ใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ในการป้องกันการลักลอบข้ามแดนเข้ามาในประเทศไทยดังกล่วา