นายอำเภอวอนทั้งน้ำตา ขออย่ารังเกียจคนแม่สอด เป็นด่านหน้าโควิดรับศึกหนักตลอด 1 ปี

นายอำเภอวอนทั้งน้ำตา ขออย่ารังเกียจคนแม่สอด เป็นด่านหน้าโควิดรับศึกหนักตลอด 1 ปี
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

นายอำเภอวอนทั้งน้ำตา ขออย่ารังเกียจคนแม่สอด เป็นด่านหน้ารับศึกโควิดหนักตลอด 1 ปี เพราะติดชายแดน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เป็นอำเภอเดียวที่ต้องต่อสู้กับโควิด-19 มาเป็นเวลากว่า 1 ปี เพราะมีชายแดนติดกับประเทศเมียนมากว่า 550 กิโลเมตร ที่แต่ละวันจะมีผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองทั้งชาวเมียนมา ชาวจีน รวมทั้งชาวไทยที่ไปทำงานฝั่งเมียวดี  

ประชาชนชาวอำเภอแม่สอดและใกล้เคียงต้องระทมทุกข์กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถูกคนจังหวัดอื่นๆ พากันรังเกียจ ทั้งที่ชาวอำเภอแม่สอด ทั้งบุคลากรทางการแพทย์ ฝ่ายความมั่นคง ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองต้องทำงานหนัก เพื่อเป็นด่านหน้าในการสกัดกั้นไม่ให้เชื้อโควิด-19 เข้าไปสู่พื้นที่จังหวัดอื่นๆ ได้ อย่างเช่นฝ่ายความมั่นคงที่ประจำตามแนวชายแดนที่ต้องเจอกับผู้หลบหนีเข้าเมืองที่ตรวจแล้วติดเชื้อโควิดจำนวนมาก ด่านจุดตรวจฝ่ายความมั่นคงบ้านห้วยหินฝน ถนนสายแม่สอด-ตาก ประตูด่านแรกเส้นทางสู่ภาคอื่นๆ ที่ต้องพบกับความเสี่ยงเพราะตรวจคนไทยลักลอบมาจากฝั่งเมียวดี ประเทศเมียนมา แทบทุกคนจะติดเชื้อโควิด

ล่าสุดทหารทั้งด่านและเจ้าหน้าที่อื่นๆ ต้องเดินพาเหรดเข้าตรวจเชื่อโควิดกันหมด โชคดีที่ทุกคนยังรอดมาได้ สถิติล่าสุดแม่สอดมีผู้ติดเชื้อสะสมรวมทั้งสิ้น 294 ราย เป็นผู้ติดเชื้อจากต่างประเทศมากถึง 122 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้เดินทางเข้ามาจากเมียวดี ประเทศเมียนมา และรักษาจนหายทุกคน 

นายชัยพฤกติ์ เชียรธานรักษ์ นายอำเภอแม่สอด กล่าวแบบน้อยอกน้อยใจน้ำตาคลอเบ้าว่า “เราจะทำยังไงให้อำเภอแม่สอด พ้นจากเป็นบัวใต้น้ำ เราเป็นคนทำงานแล้วถูกรังเกียจ จริงๆ แล้วเราเป็นคนช่วยจังหวัดต่างๆ หลายๆจังหวัดรอดจากโควิด เพราะคนไทยที่ไปทำงานต่างประเทศเช่นเมียวดี ประเทศเมียนมา เขาไปทำงานหาเงิน เขาป่วยกลับเข้ามา เราช่วยดูแลช่วยรักษาให้เขาหายแล้วเราก็ช่วยส่งกลับจังหวัดของเขา ทั้งที่หลายจังหวัดมีผู้ติดเชื้อ แต่เราต้องแบกรับดูแลเขาจนเขาหายแล้วให้กลับไป ขอความกรุณาอย่ารังเกียจคนแม่สอด เพราะขณะนี้คนแม่สอดดูแลคนทั้งประเทศ”