คดีฆ่า "ดร.อัครนันท์" ศาลอุทธรณ์ตัดสินประหารชีวิต 4 ราย "สจ.เก่ง" โดนจำคุกตลอดชีวิต

คดีฆ่า "ดร.อัครนันท์" ศาลอุทธรณ์ตัดสินประหารชีวิต 4 ราย "สจ.เก่ง" โดนจำคุกตลอดชีวิต
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

ศาลอุทธรณ์ ตัดสินประหารชีวิตทีมฆ่านักธุรกิจโซลาร์เซลล์ พ่อผู้พิพากษา จำนวน 4 คน จำคุกตลอดชีวิต 1 คน โดยในทีมมีทหาร และ สจ. รวมอยู่ด้วย

(3 มี.ค.64) ที่บัลลังก์ 22 ชั้น 4 ศาลจังหวัดสมุทรปราการ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 อ่านคำพิพากษา และตัดสินประหารชีวิตผู้ต้องหา 4 ราย คือ จำเลยที่ 1. นายโชติวัตถ์ จิรภัทรพุฒิธนา, จำเลยที่ 2. นายสมศักดิ์ มุ่ยแฟง (ทหาร ยศ พันเอก) , จำเลยที่ 4. วรวุฒิ ผาสุข, และ จำเลยที่ 5. นายวัชรพงษ์ พราหมณี และจำคุกตลอดชีวิต 1 ราย จำเลยที่ 3. นายวิฑูรย์ กรีธาธร (สจ.เก่ง เพชรบุรี) คดีร่วมกันใช้จ้างงานด้วยวิธีการอื่นใดให้ผู้อื่นกระทำผิดฐาน ร่วมกันฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันมีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืน ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธไปในเมืองหมูบ้าน โดยไม่มีเหตุอันควร 

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้รถยนต์ฮอนด้า ซีวิค สีดำ ติดป้ายทะเบียนปลอม ขับรถตาม นายอัครนันท์ มงคลชลสวัสดิ์ อายุ 56 ปี ประธานบริษัทฟินิกซ์ เวิลด์ เอนเนอจี จำกัด ธุรกิจให้บริการระบบโซลาร์เซลล์แบบครบวงจร และเป็นพ่อของผู้พิพากษาท่านหนึ่ง ขณะขับรถยนต์ฮอนด้า แอคคอร์ด สีขาว ทะเบียน 4กว 6451 กรุงเทพมหานคร มาถึงบริเวณสะพานข้ามคลองทางเข้าหมู่บ้านลัลลี่วิลล์ ต.แพรกษา อ.เมืองสมุทรปราการ ที่ผู้ตายอาศัยอยู่ โดยทำทีเป็นเหตุขับรถปาดหน้ากันหาเหตุทะเลาะวิวาท ซึ่งเป็นข่าวใหญ่ตามหน้าสื่อในเวลานั้น

ต่อมากลางเดือนกันยายน 2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตาม มือปืนและขยายผลจับกุมทีมสังหารได้คือ จำเลยที่ 1. นายโชติวัตถ์ จิรภัทรพุฒิธนา ผู้จ้างวานฆ่า, จำเลยที่ 2 นายสมศักดิ์ มุ่ยแฟง หรือเสธมุ่ย คนสนิทของนายโชติวัตถ์ ผู้จ้างวาน, จำเลยที่ 3. วิฑูรย์ กรีธาธร เป็นอดีต สจ. อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี และเป็นคนจัดหามือปืน, จำเลยที่ 4. วรวุฒิ ผาสุข ทีมมือปืน และ จำเลยที่ 5. นายวัชรพงษ์ พราหมณี มือปืนที่ลั่นไกสังหาร นอกจากนี้ยังมีผู้ต้องหาในคดี แต่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ รถชนท้ายรถพ่วงเสียชีวิตไปก่อน คือนายวงศธร พูลศักดิ์ ซึ่งเป็นคนจัดหาปืนและเครื่องกระสุน และเป็นมือปืนที่จะลงมือลั่นไกสังหาร แต่เมื่อถึงเวลาลงมือ นายวงศธร กลับเปลี่ยนใจ ทำให้ จำเลยที่ 5. นายวัชรพงษ์ ต้องเป็นคนลั่นไกสังหารเอง จนต้องจบชีวิตตัวเองจากอุบัติเหตุหลังจากเกิดเหตุได้ไม่นาน

ต่อมาวันที่ 20 มกราคม 2563 ศาลชั้นต้นจังหวัดสมุทรปราการ ได้ตัดสินประหารชีวิต จำเลยที่ 1. นายโชติวัตถ์ จิรภัทรพุฒิธนา, จำเลยที่ 2. นายสมศักดิ์ มุ่ยแฟง, จำเลยที่ 4. วรวุฒิ ผาสุข และจำคุกตลอดชีวิต 2 รายคือ จำเลยที่ 3. วิฑูรย์ กรีธาธร และ จำเลยที่ 5. วัชรพงษ์ พราหมณี เพราะจำเลยที่ 3 และ 5 ให้การในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ซึ่งทางฝ่ายจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

กระทั่งล่าสุดศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้ยืนตามคำตัดสินของศาลชั้นต้นของจำเลยที่ 1,2,3,4 แต่เพิ่มโทษจำเลยที่ 5 คือ นายวัชรพงษ์ พราหมณี มือปืนที่ลั่นไกสังหาร เพราะคำให้การของจำเลยถือเป็นการจำนนต่อหลักฐาน ไม่ใช่การให้การที่เป็นประโยชน์ เพราะสิ่งที่นายวัชรพงษ์ ให้การนั้น จำเลยที่ 3. นายวิฑูรย์ ได้ให้การไว้หมดแล้ว