เพื่อไทย เชื่อฝ่ายค้านพึ่งได้กว่ารัฐบาล หวังข้อมูลไม่ไว้วางใจช่วยตัดสินเลือกตั้งครั้งหน้า

เพื่อไทย เชื่อฝ่ายค้านพึ่งได้กว่ารัฐบาล หวังข้อมูลไม่ไว้วางใจช่วยตัดสินเลือกตั้งครั้งหน้า

นางสาวจิราพร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จ.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ให้ความเห็นระหว่างงานคิดเพื่อไทย เมื่อวันอาทิตย์ (28 ก.พ.) ว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมาพิสูจน์ว่าพรรคร่วมฝ่ายเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนได้มากกว่ารัฐบาล หลังจากรัฐบาลดูถูกว่าฝ่ายค้านไม่มีข้อมูลใหม่มาอภิปรายไม่ไว้วางใจ

"ครั้งนี้ได้พิสูจน์การทำงานของพรรคเพื่อไทยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านแล้วว่ามีความเป็นเอกภาพ ทำงานอย่างเป็นระบบอะค่ะ ละก็... เราคิดว่าเราสามารถเป็นทึ่พึ่งที่หวังให้กับประชาชนได้มากกว่ารัฐบาลด้วยซ้ำ" นางสาวจิราพร กล่าว

การอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อกลางเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา สร้างการพูดถึงในวงกว้างในหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องตั๋วช้าง การแลกผลประโยชน์เพื่อไกล่เกลี่ยกับผู้ได้รับสัมปทานเหมืองทองอัครา เรื่อยไปถึงการทุจริตถุงมือยาง

ส.ส. จ.ร้อยเอ็ด รายนี้ กล่าวต่อไปว่า แม้ที่ผ่านมาจะทำให้เปลี่ยนแปลงตัวรัฐบาลไม่ได้ เพราะเสียงในสภาผู้แทนราษฎรของฝ่ายค้านมีน้อยกว่า แต่การอภิปรายไม่ไว้วางใจดังกล่าว แน่นอนว่ากดดันให้รัฐบาลปรับคณะรัฐมนตรี แม้ไม่มีคำตัดสินของศาลคดีการล้มการเลือกตั้ง ที่ทำให้รัฐมนตรี 3 คนพ้นจากตำแหน่งก็ตาม

"แผลที่เราได้เปิดไว้ ข้อมูลข้อเท็จจริง หลักฐานต่างๆ ที่เรานำเสนอต่อสภาฯ ละก็พี่น้องประชาชนเนี่ย คิดว่าจะสร้างแรงสั่นสะเทือนออกไปนอกสภา ทำให้ประชาชนเนี่ยได้ช่วยกันจับตา ขยายผลสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับประเทศไทย ได้ช่วยกันตัดสินว่าข้อมูลที่เรานำเสนอไปเนี่ย มันเพียงพอมั้ยที่เราจะให้รัฐบาลเนี้ยไม่มีความชอบธรรมแล้วที่จะอยู่บริหารประเทศต่อไป ซึ่งถึงแม้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงรัฐบาลในตอนนี้ได้ แต่เชื่อว่าข้อเท็จจริงเหล่านี้จะอยู่ในใจของประชาชน"

"และเมื่อถึงการเลือกตั้งคราวหน้า ไม่แน่ว่าข้อมูลเหล่านี้ที่เราได้นำเสนอไปจะเป็นส่วนสำคัญในการตัดสินใจของประชาชนในการที่จะเลือกรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศ ซึ่งไม่ใช้รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา แน่นอน"

ไม่ใช่แค่นั้น นางสาวจิราพร ยังชี้ให้เห็นว่า ฝ่ายค้านไม่ได้เป็นฝ่ายเดียวที่โหวตสวนมติพรรค แต่เกิดขึ้นกับ ส.ส. ฝั่งรัฐบาลด้วย อย่างเช่น กลุ่มดาวฤกษ์ของพรรคพลังประชารัฐ ที่ไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม