ปรับ ครม. ฝุ่นตลบ! ส.ส.พปชร.ล่าชื่อต้านคนนอก ภูมิใจไทยหวังคุมคมนาคม-สธ.เบ็ดเสร็จ

ปรับ ครม. ฝุ่นตลบ! ส.ส.พปชร.ล่าชื่อต้านคนนอก ภูมิใจไทยหวังคุมคมนาคม-สธ.เบ็ดเสร็จ

จับตาการปรับคณะรัฐมนตรีที่กำลังจะเกิดขึ้น ดูเหมือนว่า ส.ส.พลังประชารัฐ อยากให้พิจารณาบุคคลในพรรคมากกว่าคนนอก งานนี้วัดใจนายกฯ ที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ อีกครั้ง

ในช่วงนี้แวดวงการเมืองติดตามความเคลื่อนไหวในการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) กันอย่างคึกคัก หลังจากศาลอาญาอ่านคำพิพากษาคดี กปปส. ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณื ชินวัตร เมื่อปี 2556-2557 จนส่งผลให้ 3 รัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ต้องหลุดจากตำแหน่งทันที ประกอบด้วย นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายถาวร เสนเนียม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าเมื่อวานนี้ (26 ก.พ.) แกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้นำส่งเอกสารที่ ส.ส.ในพรรคกว่า 90 คนร่วมลงชื่อสนับสุนให้พิจารณาบุคลากรในพรรคให้มารับตำแหน่งรัฐมนตรีที่ว่างลง หรือก็คือการส่งสัญญาณไม่เห็นด้วยกับการนำคนนอกพรรคมานั่งเป็นเสนาบดีนั่นเอง ให้กับ "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เรียบร้อยแล้ว

หากถามว่าเพราะเหตุใด ส.ส.พลังประชารัฐส่วนใหญ่ถึงต้องลงชื่อเพื่อแสดงออกแบบนั้น คำตอบที่เฉลยเรื่องนี้ได้ดีคือ ต้องย้อนไปดูเมื่อครั้งมีการปรับ ครม. เมื่อคราวกลุ่ม "สี่กุมาร" พ้นจากตำแหน่ง ทำให้เก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของนายอุตตม สาวนายน (อดีตหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ (อดีตเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ) ว่างลง ซึ่งในเวลานั้นบรรดาแกนนำกลุ่มก๊วนต่างๆ ในพรรคต่างพยายามเรียกร้องว่า 2 ตำแหน่งดังกล่าวนั้นเป็นโควตาของ พปชร. ควรให้คนของพรรคดำรงตำแหน่ง

แต่ทว่าสุดท้ายผู้ยิ่งใหญ่แห่งตึกไทยคู่ฟ้าเคาะเลือก นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ มาเป็นเสนาบดีคลัง และนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ได้นั่งรองนายกฯ ควบเจ้ากระทรวงพลังงาน จวบจนปัจจุบัน

พอมาถึงเวลานี้ที่ตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงดิจิทัลฯ ว่างลง ก็เป็นธรรมดาที่บรรดาผู้ทรงเกียรติในพรรคแกนนำรัฐบาลเบอร์หนึ่งต้องขยับตัวกันอีกครั้ง เพราะว่ากันว่าหนึ่งในสูตรปรับ ครม. ที่กำลังมีการพิจารณากันอยู่นั้นมีชื่อของ "คนนอก" คั่วเก้าอี้รัฐมนตรีอยู่ โดยชื่อที่ว่านั้นก็คือ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีในปัจจุบัน ผู้เคยเป็นหนึ่งในแคนดิเดตชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นั่นเอง เนื่องจากมีการมองกันว่าหาก "ลุงตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องการเก็บโควตากระทรวงศึกษาฯ ไว้และอยากให้งานเดินไปอย่างต่อเนื่อง ก็อาจต้องใช้บริการอดีตสมาชิกค่ายสีฟ้ารายนี้

ในขณะที่สูตรอื่นนั้น นาทีนี้คงปฏิเสธไม่ได้ถึงบทบาทการขับเคลื่อนในพรรคพลังประชารัฐของกลุ่ม 3 ช. ที่ประกอบด้วย 3 รัฐมนตรีช่วยว่าการในปัจจุบัน ได้แก่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน และนายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ที่กำลังลุ้นว่าจะมีโอกาสได้เลื่อนชั้นขึ้นไปนั่งว่าการในกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง โดย ร.อ.ธรรมนัส มีข่าวว่าจะขยับไปเป็น รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ที่เคยมีกระแสว่าเป็นโควตาของเจ้าตัวตั้งแต่ช่วงแรกของการจัดตั้งรัฐบาล ขณะที่แหล่งข่าวบางคนระบุว่า ผู้กองธรรมนัส อาจจะไปนั่งว่าการในตำแหน่ง รมว.แรงงาน แทนนายสุชาติ ชมกลิ่น ส่วนอาจารย์แหม่ม นฤมล ถ้าไม่ได้ขึ้นเป็น รมว.ศึกษาธิการ ก็มีความเป็นไปได้ที่จะขอขยับไปนั่ง รมช.คลัง สลับกับนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ในปัจจุบัน แต่ก็ต้องมีที่ทางใหม่ให้นายสันติเช่นกัน

ซึ่งหากมีการขยับในกลุ่ม 3 ช. จริง ก็จะมีเก้าอี้รัฐมนตรีช่วยว่าการว่างลงตามไปด้วย เลยมีข่าวว่า นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล ต้องการให้นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรค ได้นั่งเสนาบดีเป็นครั้งแรกในชีวิต พร้อมกับกระแสข่าวที่ว่า "ลุงป้อม" เคยรับปากเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าหากมีการปรับ ครม. จะพิจารณาตำแหน่งให้นายชัยวัฒน์ ทางด้าน ร.อ.ธรรมนัส และนางนฤมล ก็มีข่าวว่าพร้อมผลักดันนายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร ในขณะที่กลุ่ม 13 ส.ส.ภาคใต้ ก็เรียกร้องตำแหน่งรัฐมนตรี 1 เก้าอี้ให้กับ ส.ส.ในกลุ่มด้วยเช่นกัน

นอกเหนือจากที่ว่ามาแล้ว ก็มีกระแสข่าวว่าแกนนำพลังประชารัฐบางส่วนต้องการแลกโควตา รมว.ศึกษาธิการ กับ รมว.เกษตรฯ ของประชาธิปัตย์ แต่ดีลนี้อาจจะเป็นไปได้ยาก เพราะค่ายสะตอคงไม่ยอมง่ายๆ รวมทั้งนายกฯ ลุงตู่ ก็น่าจะอยากให้งานของกระทรวงเสมามีความต่อเนื่อง

ขณะที่ตำแหน่ง รมว.ดิจิทัลฯ ยังมีชื่อของ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ลูกชายของนายวิรัช ที่ปัจจุบันนั่งเป็น รมช.คมนาคม อาจได้ขึ้นชั้นมา ซึ่งหากเป็นจริงก็จะยืนยันข่าวที่ว่า นายวิรัช และผู้กองธรรมนัส หันมาจับมือกันอย่างแนบแน่นแล้ว ส่วนกลุ่มสามมิตรแม้จะดูเงียบๆ ไปบ้าง แต่ก็มีข่าวว่าจะขอเข้ามามีบทบาทในการขยับสับเปลี่ยนด้วย โดยนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ในฐานะเลขาธิการพรรค ก็เล็งไปที่ รมว.ดีอีเอส ด้วยเช่นกัน

มาที่พรรคภูมิใจไทยกันบ้าง เกจิการเมืองหลายคนพากันวิเคราะห์ว่าน่าจะมีการขยับรุกขอเก้าอี้เพิ่มตามจำนวน ส.ส.ที่เพิ่มขึ้น แต่ด้วยข้อจำกัดของจำนวนเก้าอี้รัฐมนตรี ทำให้เกิดกระแสข่าวว่าถ้าไม่ได้ตำแหน่งเสนาบดีเพิ่ม "เสี่ยหนู" จะยื่นคำขอด้วยการคุมกระทรวงคมนาคม และ กระทรวงสาธารณสุข แบบเบ็ดเสร็จ หมายถึงว่า สองกระทรวงนี้จะมีรัฐมนตรีว่าการและรัฐมนตรีช่วยว่าการ เป็นคนของพรรคภูมิใจไทย ด้วยการแลกสลับเก้าอี้ระหว่าง รมช.ของภูมิใจไทยกับประชาธิปัตย์ นั่นเอง

คงต้องจับตากันอย่างต่อเนื่องว่าที่สุดแล้วการปรับ ครม.รอบนี้ จะออกมาเป็นแบบไหน เพราะต้องไม่ลืมว่าหลังจากนี้ภารกิจในการกอบกู้ฟื้นฟูประเทศจากวิกฤตโควิดเป็นงานหินชิ้นสำคัญของรัฐนาวาภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่บอกได้เลยว่าหนักหนาสาหัสเอาการแน่ๆ