"ณัฏฐพล" โพสต์ ตระหนักผลของการกระทำเสมอ ฝากสานต่อนโยบายปฏิรูปการศึกษาด้วย

"ณัฏฐพล" โพสต์ ตระหนักผลของการกระทำเสมอ ฝากสานต่อนโยบายปฏิรูปการศึกษาด้วย
Voice TV

สนับสนุนเนื้อหา

ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีต รมว.ศึกษาธิการ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)ระบุผ่านเฟซบุ๊ก ภายหลังศาลอาญาพิพากษาคดีชุมนุมของ กปปส.

ณัฏฐพล ระบุว่า ตระหนักในผลของการกระทำของอยู่เสมอว่า สิ่งที่ตัดสินใจทำไปนั้นเพื่ออะไร เมื่อได้รับโอกาสให้เข้ามาอยู่ ณ ตำแหน่งนี้ก็ยังคงอยู่ในหลักการนั้น จึงตั้งมั่นอยู่เสมอว่าจะต้องพลิกการศึกษาไทยให้ได้ เพราะคือปัจจัยหลักที่ช่วยสร้างศักยภาพที่สำคัญให้กับประเทศ

สิ่งที่ได้วางรากฐานไว้ในกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหาร ข้าราชการ บุคลากรในกระทรวงศึกษาธิการ

"ผมเพียงแค่หวังว่าสิ่งเหล่านี้จะได้รับการถ่ายทอดต่อไป เดินหน้าทำงานต่อ ทำให้ระบบการศึกษาไทยแข็งแกร่งเป็นพื้นฐานที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคน"

ณัฏฐพล กล่าวว่า ขอขอบคุณบุคลากรทุกท่านในกระทรวงศึกษาธิการที่เห็นด้วยกับแนวทางการแก้ไขปัญหาระบบการศึกษาไทยและร่วมเดินทางกันมากว่า 1 ปีครึ่ง ถึงตนจะไม่สามารถอยู่ตรงนี้ได้จนเห็นแผนงานทั้งหมดสัมฤทธิ์ผล แต่ขอฝากอนาคตของการศึกษาไทยไว้กับพวกท่านด้วย

ทั้งนี้ ณัฏฐพล ถูกศาลสั่งจำคุกเป็นเวลา 6 ปี 16 เดือน ฐานร่วมกันเป็นกบฏ ขัดขวางการเลือกตั้งส.ส.ทั่วไป บุกยึดสถานที่ราชการ และข้อหาอื่น ๆ กรณีชุมนุมขับไล่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีให้ออกจากตำแหน่ง

ด้าน ทยา ทีปสุวรรณ ภรรยาณัฏฐพล ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Taya Teepsuwan" ระบุว่า 

"ส่งสามีเข้าเรือนจำ เป็นความรู้สึกที่พูดไม่ออก แต่ก็น้อมรับคำตัดสินศาล พรุ่งนี้เตรียมยื่นประกันตัว ขอบคุณทุกกำลังใจ"

ขณะที่ ถาวร เสนเนียม ส.ส.จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยความรู้สึกภายหลังศาลชั้นต้นมีคำ"ณัฏฐพล"พิพากษาจำคุก 5 ปี ว่า ตามบทบัญญัติกฎหมายตนยังไม่ขาดจากความเป็น ส.ส.เนื่องจากกฎหมายเปิดโอกาสให้คดีถึงที่สุด

ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมนั้น ขาดคุณสมบัติทันที ซึ่งเป็นการแสดงสปิริต ไม่ต้องร้องศาลรัฐธรรมนูญว่าขาดคุณสมบัติเมื่อไหร่

“ผมน้อมรับคำพิพากษา พรุ่งนี้จะไปขนของออกจากระทรวงคมนาคม พร้อมลาพี่น้องข้าราชการ จากนั้นเขียนคำอุทธรณ์ศาลให้พิจารณาคำพิพากษาด้วยความเคารพศาล แต่ไม่เห็นด้วย ซึ่งกฎหมายเปิดโอกาสให้ยื่นได้ จะรีบคัดคำพิพากษามาใช้เขียนคำอุทธรณ์ หลังจากนี้ผมทำหน้าที่ ส.ส. ไม่น้อยอก น้อยใจ ยังมุ่งมั่นช่วยเหลือประชาชน ในบทบาทการเป็น ส.ส. ขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ห่วงใยทุกคน”