เปิดบทลงโทษผู้ต้องหากบฏ กปปส. กำนันสุเทพ-3 รัฐมนตรี ยังไม่ได้ประกัน ถูกคุมตัวเข้าคุก

เปิดบทลงโทษผู้ต้องหากบฏ กปปส. กำนันสุเทพ-3 รัฐมนตรี ยังไม่ได้ประกัน ถูกคุมตัวเข้าคุก
S! News (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

เปิดบทลงโทษจำเลยทั้งหมดในคดีกบฏ กปปส. มีแตกต่างกันทั้งถูกจำคุกและยกฟ้อง ขณะที่ "กำนันสุเทพ" พร้อม 3 รัฐมนตรี พร้อมพวกอีก 4 คน ถูกคุมตัวไปเรือนจำเนื่องจากศาลอาญาเห็นควรให้ส่งคำร้องขอประกันตัวให้ศาลอุทธรณ์เป็นผู้พิจารณาเพื่อมีคำสั่งต่อไป

วันนี้ (24 ก.พ.) ศาลอาญามีคำสั่งลงโทษจำคุก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (กปปส.) เป็นเวลา 5 ปี พร้อมด้วยแกนนำคนสำคัญ ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ทั้ง 3 คน ได้แก่ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม

ทั้งนี้ เป็นผลจากคดีจัดชุมนุมขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ช่วงปี 2556-2557 ที่มีการชัตดาวน์กรุงเทพฯ โดยมีความผิด 9 ข้อหา ได้แก่ ฐานร่วมกันเป็นกบฏ ก่อการร้าย ยุยงให้หยุดงานฯ กระทำให้ปรากฏด้วยวาจาหรือวิธีการอื่นใดฯ ทำให้เกิดความปั่นป่วนกระด้างกระเดื่องในราชอาณาจักรฯ อั้งยี่ ซ่องโจร มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ทำให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองฯ บุกรุกในเวลากลางคืนฯ และร่วมกันขัดขวางการเลือกตั้ง

จำเลยที่ถูกศาลอาญาสั่งลงโทษ ได้แก่

จำเลยที่ 1. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ โทษจำคุก 5 ปี

จำเลยที่ 3. นายชุมพล จุลใส โทษจำคุก 9 ปี 24 เดือน

จำเลยที่ 4. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โทษจำคุก 7 ปี

จำเลยที่ 5. นายอิสสระ สมชัย โทษจำคุก 7 ปี 16 เดือน

จำเลยที่ 6. นายวิทยา แก้วภราดัย โทษจำคุก 1 ปี ปรับ 13,333 บาท รอลงอาญา 2 ปี

จำเลยที่ 7. นายถาวร เสนเนียม โทษจำคุก 5 ปี

จำเลยที่ 8. นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ โทษจำคุก 6 ปี 16 เดือน

จำเลยที่ 9. นายเอกนัฏ พร้อมพันธ์ โทษจำคุก 1 ปี ปรับ 13,333 บาท รอลงอาญา 2 ปี

จำเลยที่ 10. น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก โทษจำคุก 1 ปี ปรับ 13,333 บาท รอลงอาญา 2 ปี

จำเลยที่ 12. นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ โทษจำคุก 1 ปี ปรับ 13,333 บาท รอลงอาญา 2 ปี

จำเลยที่ 14. นายถนอม อ่อนเกตุพล โทษจำคุก 1 ปี ปรับ 13,333 บาท รอลงอาญา 2 ปี

จำเลยที่ 15. นายสมศักดิ์ โกศัยสุข โทษจำคุก 3 ปี

จำเลยที่ 16. พระพุทธะอิสระ หรือ นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ โทษจำคุก 4 ปี 8 เดือน

จำเลยที่ 17. นายสาธิต เซกัลป์ โทษจำคุก 2 ปี ปรับ 26,666 บาท รอลงอาญา 2 ปี

จำเลยที่ 19. พล.อ.ท.วัชระ ฤทธาคนี โทษจำคุก 1 ปี ปรับ 13,333 บาท รอลงอาญา 2 ปี

จำเลยที่ 20. พล.ร.อ.ชัย สุวรรณภาพ โทษจำคุก 1 ปี ปรับ 13,333 บาท รอลงอาญา 2 ปี

จำเลยที่ 24. ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ ร.น. โทษจำคุก 4 ปี 16 เดือน

จำเลยที่ 25. นายมั่นแม่น กะการดี โทษจำคุก 1 ปี ปรับ 13,333 บาท รอลงอาญา 2 ปี

จำเลยที่ 26. นายคมสัน ทองศิริ โทษจำคุก 2 ปี

จำเลยที่ 29. นายสาวิทย์ แก้วหวาน โทษจำคุก 2 ปี

จำเลยที่ 30. นายสุริยะใส กตะศิลา โทษจำคุก 2 ปี

จำเลยที่ 33. นายสำราญ รอดเพชร โทษจำคุก 2 ปี 16 เดือน

จำเลยที่ 34. นายอมร อมรรัตนานนท์ โทษจำคุก 20 เดือน

จำเลยที่ 35. นายพิเชษฐ พัฒนโชติ โทษจำคุก 1 ปี ปรับ 13,333 บาท รอลงอาญา 2 ปี

จำเลยที่ 37. นายกิตติชัย ใสสะอาด โทษจำคุก 4 เดือน รอลงอาญา 2 ปี

จำเลยที่ 38. นางทยา ทีปสุวรรณ โทษจำคุก 1 ปี 8 เดือน ปรับ 26,666 บาท รอลงอาญา 2 ปี

ทั้งนี้ สำหรับจำเลยที่ต้องโทษจำคุกเป็นไปตามหลายฐานความผิดแตกต่างกัน ได้แก่ ความผิดฐานยุยงให้เกิดการหยุดงาน บังคับรัฐบาล ร่วมกันมั่วสุม 10 คนขึ้นไป ร่วมกันบุกรุกสำนักงานผู้อื่นในเวลากลางคืน ร่วมกันบุกรุกอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น ขัดขวางการเลือกตั้ง เป็นต้น

ส่วนจำเลยที่ 6, 9, 10, 12, 14, 17, 19, 20, 25, 35, 37, 38 ที่ได้รับการตัดสินโทษจำคุกนั้น ศาลเห็นว่าบางคนเป็นเพียงผู้เข้าร่วมชุมนุม หรือบางคนเป็นแกนนำ แต่กระทำความผิดน้อยกว่าบุคคลอื่น และไม่เคยปรากฎพฤติการณ์รุนแรง และไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน ควรให้โอกาสปรับตัวเป็นคนดี จึงให้รอการลงโทษอาญาเป็นเวลา 2 ปี

ขณะที่จำเลยอีกส่วนหนึ่งจำนวน 12 คน ไม่ได้รับโทษเนื่องจากศาลพิพากษายกฟ้อง ได้แก่ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย (จำเลยที่ 2), พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ (จำเลยที่ 11 เสียชีวิตแล้ว), นายยศศักดิ์ โกไศยกานนท์ (จำเลยที่ 13), น.ส.รังสิมา รอดรัศมี (จำเลยที่ 18), นายแก้วสรร อติโพธิ (จำเลยที่ 21), นายไพบูลย์ นิติตะวัน (จำเลยที่ 22), นายถวิล เปลี่ยนศรี (จำเลยที่ 23), พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ (จำเลยที่ 27), นายพิภพ ธงไชย (จำเลยที่ 28), นายสุริยันต์ ทองหนูเอียด (จำเลยที่ 31), พ.ต.ท.ภัทรพงศ์ สุปิยะพาณิชย์ (จำเลยที่ 32) นายสมบูรณ์ ทองบุราณ (จำเลยที่ 36) นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง (จำเลยที่ 39)

อย่างไรก็ตาม ผลการตัดสินคดีครั้งนี้เป็นของศาลชั้นต้น โดยจำเลยที่ถูกตัดสินลงโทษยังมีโอกาสใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์ ซึ่งในเวลาต่อมา บรรดาจำเลยที่ถูกลงโทษได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์กรมธรรม์ประกันอิสรภาพ ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์คดี

โดยศาลพิเคราะห์คำร้องพร้อมหลักทรัพย์แล้ว อนุญาตให้ประกันตัว นายสมศักดิ์ โกศัยสุข (จำเลยที่ 15), นายคมสัน (จำเลยที่ 26), นายสาวิทย์ (จำเลยที่ 29), นายสุริยะใส กตะศิลา (จำเลยที่ 30), นายสำราญ รอดเพชร (จำเลยที่ 33), นายอมร (จำเลยที่ 34) โดยตีราคาประกันคนละ 6 แสนบาท

ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ (จำเลยที่ 1), นายชุมพล จุลใส หรือ ลูกหมี (จำเลยที่ 3), นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ (จำเลยที่ 4), นายอิสสระ สมชัย (จำเลยที่ 5), นายถาวร เสนเนียม (จำเลยที่ 7), นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ (จำเลยที่ 8), นายสุวิทย์ (จำเลยที่ 16), ร.ต.แซมดิน (จำเลยที่ 24) ศาลอาญาเห็นควรให้ส่งคำร้องขอประกันตัวให้ศาลอุทธรณ์เป็นผู้พิจารณาเพื่อมีคำสั่งต่อไป

ส่งผลให้วันนี้นายสุเทพกับพวกจำเลยรวม 8 คน ต้องถูกควบคุมตัวไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครก่อน ระหว่างรอคำสั่งของศาลอุทธรณ์ในการพิจารณาปล่อยตัว