งานเข้าไม่หยุด! “โดนัลด์ ทรัมป์” อาจต้องเข้าให้ปากคำ “คดีคุกคามทางเพศ” เร็ว ๆ นี้

งานเข้าไม่หยุด! “โดนัลด์ ทรัมป์” อาจต้องเข้าให้ปากคำ “คดีคุกคามทางเพศ” เร็ว ๆ นี้

หลังจากอี.จีน แคร์โรล อดีตคอลัมนิสต์ประจำนิตยสาร ELLE ยื่นฟ้องอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในข้อหาหมิ่นประมาท เมื่อปี 2019 เนื่องจากเหตุการณ์ที่ทรัมป์คุกคามทางเพศเธอเมื่อ 23 ปีก่อน เธอก็เฝ้ารอวันที่จะได้นั่งประจันหน้ากับทรัมป์อีกครั้ง ในวันที่เขาต้องขึ้นให้การกับศาล 

แคร์โรลหวังว่าวันนั้นจะมาถึงในปี 2021 นี้ โดยทนายความของเธอกำลังพยายามเดินเรื่องให้ทรัมป์เข้าให้ปากคำในคดีหมิ่นประมาทที่แคร์โรลได้ยื่นฟ้องไป ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2019 หลังจากทรัมป์ปฏิเสธการกระทำข่มขืนเธอในห้างสรรพสินค้าแมนฮัตตัน เมื่อ 23 ปีที่แล้ว พร้อมวิพากษ์วิจารณ์เธออย่างหนักในการออกมาเปิดเผยของเธอในครั้งนี้ 

ทั้งนี้ ทนายความของแคร์โรลยังเรียกร้องขอตัวอย่างดีเอ็นเอของทรัมป์ หลังจากแคร์โรลระบุว่าเธอยังเก็บชุดที่เธอสวมใส่ในวันเกิดเหตุเอาไว้ อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุ แคร์โรลไม่ได้แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะกลัวอิทธิพลของทรัมป์ แต่เธอได้เปิดเผยให้เพื่อน 2 คนของเธอได้รับทราบ กระทั่งแคร์โรลตัดสินใจเล่าเรื่องดังกล่าวในบทความของแม็กกาซีนนิวยอร์ก 

การฟ้องร้องของแคร์โรลเป็นหนึ่งใน 2 คดีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการคุกคามทางเพศที่มีผู้ยื่นฟ้องทรัมป์ ซึ่งอาจจะถูกดำเนินการให้เร็วขึ้น หลังจากที่เขาพ้นจากตำแหน่งประธานาธิบดี โดยในช่วงที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งอยู่ ทนายความของเขาได้เลื่อนการให้ปากคำออกไป โดยอ้างว่าด้วยหน้าที่ของประธานาธิบดีทำให้ไม่มีเวลาเข้าไปพัวพันกับคดีแพ่งได้ 

แคร์โรลและซัมเมอร์ เซอร์รอส ที่กล่าวหาว่าทรัมป์คุกคามทางเพศเธอในปี 2007 เป็นเพียงสองคนจากผู้หญิงหลายสิบคนที่ออกมากล่าวหาว่าถูกทรัมป์คุกคามทางเพศ ก่อนที่เขาจะขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี