คืบอุบัติเหตุหมู่ตาย 5 ศพ ที่แท้เพิ่งไปเยี่ยมญาติที่ รพ. แต่กลับไม่ถึงบ้าน

คืบอุบัติเหตุหมู่ตาย 5 ศพ ที่แท้เพิ่งไปเยี่ยมญาติที่ รพ. แต่กลับไม่ถึงบ้าน
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

ตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุอุบัติเหตุเก๋งชนกระบะ ตายหมู่ 5 ศพ เจ็บ 9 พบสาเหตุหลักจากสภาพคนขับเก๋งและสภาพรถไม่พร้อม ขณะที่ญาติรถกระบะเผยพากันไปเยี่ยมญาติที่ป่วยหนักที่ รพ.หนองคาย กำลังจะกลับบ้านแต่ไม่ถึง

จากกรณีอุบัติเหตุรถเก๋งชนกับรถกระบะที่บริเวณถนนระหว่างหมู่บ้านน้ำโมง – บ้านทุ่ม ต.น้ำโมง อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย เป็นเหตุให้ผู้เสียชีวิตในที่เกิดทันที 5 ศพ และบาดเจ็บ 9 คน เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. วันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.50 น. วันนี้ (21 ก.พ.) พ.ต.อ.ศุภกร เพียรเสมอ ผกก.ตรวจสอบสำนวนและคดีตำรวจภูธรภาค 4 ที่ปรึกษาศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน จ.หนองคาย, พ.ต.ท.กฤษฎิ์พิชญ์ สีหาชัยเจริญ รองผกก.(สส.) สภ.ท่าบ่อ พร้อมด้วย นางวิไลลักษณ์ ธรรมราช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย จ.หนองคาย (คปภ.) ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุเบื้องต้น โดยพบว่าจุดเกิดเหตุนั้นเป็นถนนสองช่องทางจราจร รถสวนกันทางตรง ไม่มีไฟส่องสว่างข้างทาง หลังเกิดเหตุยังพบชิ้นส่วนรถยนต์หล่นอยู่ไหล่ทาง และพื้นถนนยังลื่นจากคราบน้ำมันที่ไหลออกจากตัวรถ ซึ่งทางท้องถิ่นได้นำรถน้ำมาล้างถนนแล้ว

หลังจากนั้นคณะทั้งหมดได้ไปที่บ้านของ นางเงิน อายุ 75 ปี ที่หมู่ 1 บ้านด่านศรีสุข ต.ด่านศรีสุข อ.โพธิ์ตาก จ.หนองคาย หนึ่งในผู้เสียชีวิต พบว่าญาติได้ตั้งศพนางเงิน และนางวันเพ็ญ อายุ 61 ปี ไว้ด้วยกัน เนื่องจากเป็นพี่กับน้องกัน ส่วนศพนางสาวมลิวัลย์ อายุ 34 ปี คนขับรถกระบะนั้น ตั้งศพไว้ที่บ้านอีกหลัง หมู่ 8 บ้านภูพนังม่วง ต.ด่านศรีสุข มีญาติพี่น้องมาเตรียมงานศพให้และพากันพูดคุยถึงเหตุการณ์เศร้าสลดที่เกิดขึ้น

โดยเจ้าหน้าที่ คปภ.ได้มอบเช็คค่าเสียหายเบื้องต้นตาม พรบ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ให้กับญาติผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย ซึ่งเป็นผู้เสียชีวิตที่อยู่ในรถกระบะ และทำประกันภัย พรบ. ตามที่กฎหมายกำหนด ได้รับเงินช่วยเหลือศพละ 35,000 บาท ส่วนผู้เสียชีวิตจากรถเก๋ง คือ นายธนชัย อายุ 27 ปี คนขับ และนายชัยณรงค์ อายุ 37 ปี ชาว ต.กองนาง อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย นั้นตรวจสอบแล้วรถยนต์เก๋งไม่ได้ทำประกันภัย พรบ.ไว้ ญาติต้องยื่นเรื่องขอรับการช่วยเหลือจากสำนักงาน คปภ.จ.หนองคาย ก่อน

ด้าน นางผงศรี อายุ 49 ปี ลูกสาวของนางเงิน ผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บทั้งหมดเป็นญาติกัน โดยก่อนหน้านี้พ่อของ น.ส.มลิวัลย์ คนขับรถ และเป็นน้องชายของนางเงิน ป่วยหนักรักษาตัวที่โรงพยาบาลหนองคาย วันเกิดเหตุได้ชักชวนกันไปเยี่ยม โดยจะไปกันหลายคนทำให้ต้องใช้รถกระบะของญาติอีกคนไป โดยให้ น.ส.มลิวัลย์ เป็นคนขับรถ มีนางเงิน นางวันเพ็ญ หลานวัย 10 ปี และเด็กเล็กวัย 3 เดือน และ 6 เดือน นั่งอยู่ในแค็บรถ ส่วนที่เหลืออีก 6 คนนั่งกระบะหลัง

เมื่อเยี่ยมญาติที่โรงพยาบาลหนองคายเสร็จก็กำลังพากันเดินทางกลับบ้าน แต่ก็มาเกิดอุบัติเหตุเสียก่อน โดยเสียชีวิตทันที 3 คน ส่วนที่เหลืออีก 9 คน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ 5 คน และมี 4 คน อาการสาหัส ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหนองคาย ญาติที่เหลือต้องผลัดเปลี่ยนกันไปดูแลที่โรงพยาบาลทั้งสองแห่ง โดยเด็กเล็กทั้งสองคนอาการไม่หนัก

ก่อนเกิดเหตุมีลางบอกเหตุบ้าง เพราะมีน้องสาวอีกคนหนึ่งจู่ ๆ ก็อยากตัดต้นไม้ข้างบ้านและเก็บกวาดบ้านทั้งที่ไม่เคยทำ และยังบอกว่าอยากเก็บกวาดบ้านให้แม่ ก่อนที่แม่จะเสียชีวิต ส่วนงานศพก็ยังไม่ได้หารือกันว่าจะฌาปนกิจได้เมื่อไหร่ ประกอบกับไม่มีเงินพอจัดงานศพที่มีพร้อมกันถึง 3 ศพ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลช่วยเหลืออีกทางหนึ่งด้วย

ขณะที่ พ.ต.อ.ศุภกร เพียรเสมอ ผกก.ตรวจสอบสำนวนและคดี กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นอุบัติเหตุในครั้งนี้เนื่องจากผู้ขับขี่รถทั้งสองคันเสียชีวิตหมด สันนิษฐานได้ว่ารถเก๋งซึ่งขับมาในเลนสวนอาจจะแซงรถคันอื่นแล้วแซงไม่พ้น เป็นจังหวะเดียวกับรถกระบะขับมาทำให้เกิดเฉี่ยวชนกัน

และจากการตรวจสภาพรถเก๋งพบว่าล้อหลังด้านซ้ายมีการเปลี่ยนใช้ยางอะไหล่ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าปกติ อาจจะขับเร็วแล้วรถเสียการทรงตัวเพราะรถไม่สมดุลทำให้ชนกับรถกระบะที่สวนทางมา ส่วนประเด็นคนขับจะเมาหรือไม่นั้นไม่สามารถเก็บตัวอย่างเลือดตรวจได้จึงไม่สามารถระบุได้