ยายวัย 86 ป่วยติดเตียง ถูกทวงเบี้ยคนชราย้อนหลังเฉียดแสน ต้องผ่อนคืนให้หมดใน 5 ปี

ยายวัย 86 ป่วยติดเตียง ถูกทวงเบี้ยคนชราย้อนหลังเฉียดแสน ต้องผ่อนคืนให้หมดใน 5 ปี
อีจัน

สนับสนุนเนื้อหา

กำลังเป็นประเด็นที่สังคมกำลังให้ความสนใจ สำหรับกรณีเรียกคืนเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ หรือ เงินชราภาพ หลังจากมี ยายวัย 89 ปี ที่ จ.บุรีรัมย์ ออกมาร้องเรียนว่า กรมบัญชีกลาง มีหนังสือเรียกเก็บเงินเบี้ยผู้สูงอายุคืนรวมดอกเบี้ย เป็นเงินจำนวน 84,000 บาท เนื่องจากตรวจสอบข้อมูลพบว่าเป็นผู้ได้รับบำนาญพิเศษจากลูกชายที่เป็นทหารเสียชีวิตจากเหตุคลังแสงระเบิด ทำให้ขาดคุณสมบัติ

ทำให้มีผู้สูงอายุอีกหลายรายที่ถูกเรียกคืนเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ออกมาร้องเรียนและชี้แจงความเดือดร้อน รายล่าสุดเป็นยายวัย 86 ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียงที่ จ.สุโขทัย

วันนี้ (27 ม.ค. 64) นางละมูล อินดี อายุ 67 ปี ลูกสาวคนโตของ นางมาก ช่วยหลำ อายุ 86 ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยอัลไซเมอร์นอนติดเตียงมานานเกือบ 4 ปี เล่าว่า เมื่อปี 2543 น้องชายของเธอ คือ ร.ต.อนุรักษ์ ช่วยหลำ รับราชการทหารอยู่หน่วยทหารช่าง ค่ายภาณุรังษี จ.ราชบุรี ได้เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ ทางกระทรวงกลาโหมได้ปูนบำเหน็จเป็นกรณีพิเศษ ทำให้ นางมากซึ่งเป็นแม่ได้รับเงินบำเหน็จตกทอด เดือนละ 10,000 บาท มาตลอด

จนกระทั่งเดือนตุลาคม พ.ศ.2563 แม่ของเธอไม่ได้รับเบี้ยคนชราอีกเลย และมีเจ้าหน้าที่ของ อบต.บ้านหลุม มาหาที่บ้าน แจ้งว่า ทางกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ขอเรียกเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุหรือเบี้ยคนชราคืน ทั้งๆที่แม่เคยได้รับมาทุกเดือนโดยสุจริต และปัจจุบันก็กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงมานานเกือบ 4 ปีแล้ว

โดยเจ้าหน้าที่คนดังกล่าว แจ้งอีกว่า ตามระเบียบของกรมบัญชีกลาง เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือทายาทได้รับเงินเกินสิทธิหรือได้รับเงินไปโดยไม่มีสิทธิ แม่ของเธอมียอดเงินที่จะต้องเรียกคืนจำนวน 93,400 บาท แต่หากไม่สามารถคืนเต็มจำนวนได้ ก็ให้ผ่อนชำระในอัตราเดือนละไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 20 คือ งวดแรกต้องจ่ายคืน 18,680 บาท ส่วนที่เหลืออีก 74,720 บาทนั้น ให้ผ่อนชำระคืนทุกเดือน เดือนละ 1,245 บาท ภายในเวลาไม่เกิน 5 ปี ซึ่งเรื่องดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนให้กับครอบครัวของเธอเป็นอย่างมาก เพราะมีอาชีพเป็นแค่ชาวนาเท่านั้น จะหาเงินที่ไหนมาใช้คืนให้