พริกเม็ดละบาทไม่จริง แต่ราคาพุ่งกิโลฯ ละ 200 ลูกค้าโอดแพงแค่ไหนก็ต้องซื้อ

พริกเม็ดละบาทไม่จริง แต่ราคาพุ่งกิโลฯ ละ 200 ลูกค้าโอดแพงแค่ไหนก็ต้องซื้อ
S! News (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

(27 ม.ค.64) ที่ตลาดสด เทศบาล 3 ต.เมืองเหนือ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นตลาดขายผักสดใหญ่ที่สุดของ จ.ศรีสะเกษ ได้มีบรรดาประชาชนชาวศรีสะเกษพากันมาหาซื้อผักสดและพริกเพื่อนำเอาไปประกอบอาหารกันอย่างคึกคุกมาก ซึ่งปรากฏว่าขณะนี้ราคาพริกสดมีราคาพุ่งสูงขึ้นมากกว่าเดิม

โดยบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่พากันนำเอาพริกสดมาขายร่วมกับผักชนิดต่างๆ บอกว่าก่อนหน้านี้พริกสดราคาซื้อมาราคาถุงละ 1,750 บาท ต่อถุง ถุงละ 9.5 กก. และเมื่อนำเอามาพริกมาแบ่งขายต่อจะต้องขายกิโลกรัมละ 200 บาท พอมาถึงสัปดาห์นี้ราคาพริกได้ลดลงเหลือ เหลือถุงละ 1,250 บาทและเมื่อจะนำเอาพริกมาแบ่งเป็นกิโลขายจึงต้องขายพริกสด กก.ละ 150 บาท

นางบุญส่ง อายุ 59 ปี แม่ค้าขายผักสดคนหนึ่งของตลาดสดเทศบาล 3 บอกว่า สาเหตุที่พริกสด มีราคาแพงมากนั้น เนื่องจากว่าตนต้องซื้อพริกสดมาจากแม่ค้าขายส่งที่รับมาขายส่ง 3 ถึง 4 ทอด เมื่อพริกมาถึงตนและแม่ค้าคนอื่นๆ ทำให้ราคาพริกสดต้องขายแพงขึ้นตามกลไกของตลาด แต่ว่าลูกค้าที่มาหาซื้อพริกก็เข้าใจว่าสาเหตุที่พริกสดแพงนั้นเกิดขึ้นจากสาเหตุใด เมื่อก่อนจะพากันซื้อพริกไปทำอาหารมาก  แต่เดี๋ยวนี้จะซื้อพริกไปประกอบอาหารน้อยลง  แต่ว่าพริกก็ยังเป็นความต้องการของชาวศรีสะเกษ  เนื่องจากว่าชาวศรีสะเกษชอบกินอาหารรสเผ็ดจึงจำเป็นต้องซื้อพริกเพื่อนำเอาไปประกอบอาหารทุกมื้อ

ทางด้าน นางจันทร์ทิพย์ อายุ 60 ปี ชาวศรีสะเกษที่มาหาซื้อพริกไปทำอาหาร กล่าวว่า พริกสดได้แพงมานานแล้วแต่ว่าตนก็จำเป็นต้องซื้อพริกสดเพื่อไปทำอาหาร เนื่องจากว่าไม่สามารถที่จะหาสิ่งใดที่มีรสเผ็ดมาทำเป็นอาหารแทนพริกได้ ตนเข้าใจที่พริกมีราคาแพง แต่ว่าก็จำเป็นต้องใช้พริกไปปรุงอาหารแม้ว่าพริกสดมีราคาแพงก็จำต้องซื้อพริกสดไปประกอบอาหารเช่นเดิม

ทางด้าน พาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวออกมาว่า พริกขี้หนูในตลาดสดพิมายเมืองใหม่ราคาพุ่งสูง เม็ดละ 1 บาท จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อยู่ในสังคมออนไลน์นั้น จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า ไม่เป็นความจริง ไม่มีร้านค้าใดจำหน่ายพริกในลักษณะดังกล่าว อย่างไรก็ตาม พริกขี้หนูไม่ใช่สินค้าควบคุม แต่หากประชาชนพบการขายที่เอาเปรียบประชาชน ก็สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน 1569 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง