รวบแล้ว พลทหารโอ๊ตลาย ยกพวกปาหินบ้านคู่อริวัย 15 ปี-ส่งคลิปขู่ฆ่าให้ตายอย่างลูกหมา

รวบแล้ว พลทหารโอ๊ตลาย ยกพวกปาหินบ้านคู่อริวัย 15 ปี-ส่งคลิปขู่ฆ่าให้ตายอย่างลูกหมา
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

จากกรณีแก๊งวัยรุ่นยกพวกนับสิบคนขับรถจักรยานยนต์และรถยนต์กระบะตามหาตัว วัยรุ่น อายุ 15 ปี คู่อริ โดยบุกไปที่บ้านแม่และบ้านป้าแต่ไม่พบตัว แล้วใช้ก้อนหินทุบกระจกหน้าบ้าน กระจกหน้าต่างจนแตก และขวางปาหลังคาบ้านจนกระเบื้องร่วงหล่นเสียหาย ทำให้ญาติๆที่นอนหลับอยู่ภายในบ้านและชาวบ้านข้างเคียงต่างขวัญผวาไปตามๆกัน โดยเหตุเกิดที่บ้าน ในตำบลสะพลี อ.ปะทิว จ.ชุมพร

จากการสืบทราบว่า หัวหน้าแก๊งฉายา "โอ๊ตลาย" ได้ส่งคลิปเสียงผ่านทางแชทเฟซบุ๊กข่มขู่ วัยรุ่น วัย 15 ปี คู่กรณี โดยบอกว่า "กูเอาจริงมึงเห็นหรือยัง กูบุกมาถึงบ้าน และจะกลับมาหาอีก มึงจะเอาสักกี่กระบอก พร้อมกับบอกด้วยว่า อย่าได้คิดสู้ถ้าพวกมึงมีปืนไม่ถึง 5 กระบอก ต้องตายเหมือนลูกหมาแน่" เมื่อช่วงกลางดึกระหว่างคืนวันที่ 23-24 ม.ค.64 ที่ผ่านมา

ความคืบหน้ากรณีดังกล่าวตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 25 ม.ค.64  พ.ต.อ.ศุภเกียรติ เทิดตระกูล ผกก.สภ.ปะทิว ได้เรียกประชุมตำรวจชุดสืบสวนและชุดสืบสวน บก.สส.ภ.จว.ชุมพร ที่ติดตามคดีเนื่องจากเป็นเหตุอุกฉกรรจ์ ส่งผลกระทบต่อความสงบสุขของประชาชน โดยรวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถรู้ชื่อผู้ก่อเหตุเบื้องต้นได้ 3 คน จึงกระจายกำลังกันออกติดตามจับกุมในหลายพื้นที่ซึ่งคาดว่าหลบหนีไปกบดาน

จนกระทั่งเวลา 14.00 น.วันเดียวกัน พ.ต.อ.ศุภเกียรติ เทิดตระกูล ผกก.สภ.ปะทิว  พ.ต.อ.ธานี นาคหกวิค ผกก.สส.ภ.จว.ชุมพร ได้ควบคุมตัว พลทหารกิตติพงษ์ หรือ โอ๊ต สุขเสริม อายุ 21 ปี ฉายา "โอ๊ตลาย" เป็นพลทหารสังกัดค่ายเขตอุดมศักดิ์ จ.ชุมพร ซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊ง ชาว อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร นายกิตติพงษ์ หรือ คิม ขำขาว อายุ 21 ปี และ นายแดง อายุ 17 ปี(เยาวชน) บ้านอยู่ตำบลปากน้ำชุมพร โดยนำผู้ต้องหาทั้ง 3 คน มาสอบสวนที่ สภ.ปะทิว

จากการสอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุคืนวันที่ 23 ม.ค. 64  พลทหารกิตติพงษ์ หรือโอ๊ต สุขเสริม หรือ "โอ๊ตลาย" หัวหน้าแก๊ง ได้พาพรรคพวกกลุ่มวัยรุ่นเกือบ 20 คน ไปนั่งดื่มสุรากันที่ชายหาดทุ่งวัวแล่น ตำบลสะพลี อ.ปะทิว จนกระทั่งกลางดึก นายแดง อายุ 17 ปี ได้บอกกับ "โอ๊ตลาย" ช่วงสองวันที่ผ่านมาคู่กรณีคือ วัยรุ่น อายุ 15 ปี วัยรุ่นที่เคยรู้จักกันมาก่อน มีเรื่องกับตน โดยวัยรุ่นทำท่าจะใช้มีดสปาร์ตาฟันตนเอง จนตนต้องวิ่งหนี จึงทำให้ "โอ๊ตลาย" หัวหน้าแก๊งโกรธแค้นที่ลูกน้องตนถูกกระทำ  จนกระทั่งกลางดึกจึงพาพรรคพวกขับรถจักรยานยนต์และรถยนต์กระบะไปตามหาวัยรุ่นคู่กรณีที่บ้านแม่และบ้านป้า แต่ไม่เจอตัว จึงใช้ก้อนหินทุบกระจกหน้าต่าง กระจกประตูบ้านจนแตก และขว้างปาหลังบ้านกระเบื้องแตกทะลุได้รับความเสียหาย

หลังก่อเหตุ "โอ๊ตลาย" ได้ส่งคลิปเสียงดังกล่าวผ่านทางแชทเฟซบุ๊กไปข่มขู่วัยรุ่นคู่กรณี จนทำให้แม่และญาติพี่น้อง รวมถึงชาวบ้านข้างเคียงต่างพากันขวัญผวา ไปตามๆกันกับพฤติกรรมอุกอาจเหิมเกริมไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง จนกระทั่งตำรวจติดตามจับกุมทั้ง 3 คนได้ดังกล่าว

ระหว่างที่ตำรวจสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ได้มีนายยุทธิ์ อายุ 18 ปี เดินทางมาที่ สภ.ปะทิว มาชี้ตัวยืนยันได้แจ้งความดำเนินคดีกับ "โอ๊ตลาย" ข้อหาทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัส เมื่อประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา โดย "โอ๊ตลาย" กับพวกรวม 3 คน ได้ขับรถจักรยานยนต์ 2 คน ใช้มีดสปาร์ตาไล่ฟันตน ขณะนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของเพื่อนโดยโดนฟันที่ต้นแขนขวาจนกระดูกแตกเย็บ 19 เข็ม ต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล 3 วัน แล้วกลับมารักษาตัวที่บ้านอีกนาน 1 เดือน 

สำหรับประวัติ พลทหารกิตติพงษ์ หรือโอ๊ต สุขเสริม อายุ 21 ปี หรือฉายา "โอ๊ตลาย" เพิ่งสมัครเข้าเป็นพลทหารเกณฑ์ เมื่อปลายปี 2563 ที่ผ่านมา และได้ไปปฏิบัติหน้าที่ประจำการจุดตรวจสกัดป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่บริเวณหมู่บ้านดวงดี ชายแดนไทย-เมียนมา ด้าน อ.ท่าแซะ และอยู่ระหว่างลาพักกลับบ้าน จนมาก่อเหตุดังกล่าวขึ้น โดยก่อนหน้านี้ช่วงที่ยังไม่ได้สมัครเป็นพลทหารเกณฑ์เมื่อกลางปี 2563 เคยก่อเหตุไลฟ์สดทางเฟซบุ๊กด่าทอท้าทาย พ.ต.อ.ศุภเกียรติ เทิดตระกูล ผกก.สภ.ปะทิว จนถูกแจ้งความดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาท ศาลจังหวัดชุมพร พิพากษาสั่งปรับเป็นเงินจำนวน 5,000 บาท และถูกควบคุมความประพฤติมาแล้ว

ด้าน พ.ต.อ.ศุภเกียรติ เทิดตระกูล ผกก.สภ.ปะทิว กล่าวว่า เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหา พลทหารกิตติพงษ์ หรือโอ๊ต สุขเสริม หรือ "โอ๊ตลาย" พร้อมพวกในข้อหา บุกรุกเคหะสถานในยามวิกาล และทำให้เสียทรัพย์ สำหรับนายกิตติพงษ์ หรือคิม ขำขาว อายุ 21 ปี กับนายแดง อายุ 17 ปี ตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วง ถูกดำเนินคดีอีกคนละ 1 ข้อหา ฐานเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนหัวหน้าแก๊งคือ "โอ๊ตลาย" ถูกอายัดตัวดำเนินคดีอีก 1 ข้อหา ฐานร่วมกับพวกทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งเป็นคดีที่เกิดก่อนหน้านี้

พ.ต.อ.ศุภเกียรติกล่าวว่าคดีนี้ ผู้ต้องหาถือว่ามีพฤติกรรมที่อุกอาจ เหิมเกริม ส่งผลต่อความสงบสุขของประชาชน  ผู้บังคับบัญชาระดับสูงให้ความสนใจมากได้สั่งการให้ติดตามจับกุมแก๊งวัยรุ่นกลุ่มนี้มาดำเนินคดีให้ได้ทุกคน ซึ่งคืนเกิดเหตุกลุ่มวัยรุ่นมีกกว่า 10 คน พร้อมรถจักรยานยนต์และรถยนต์กระบะ บุกไปที่บ้านคู่อริทั้ง 2 หลัง โดยมีวัยรุ่นประมาณ 4-5 คน ลงไปที่บ้านของคู่กรณี เมื่อไม่เจอก็ใช้ก้อนหินทุบขว้างปาบ้านจนทรัพย์สินเสียหาย ส่วนเพื่อนๆอีกกว่า 10 คน ยืนรอคุมเชิงอยู่บนถนน ตอนนี้รู้ตัวหมดแล้วมีใครบ้าง จะสามารถติดตามจับกุมได้ยกแก๊งในเร็วๆนี้