ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเคส ดีเจมะตูม ติดเชื้อโควิดเพิ่ม 5 คน กทม.เชื่อไม่เป็น Super Spreader

ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเคส ดีเจมะตูม ติดเชื้อโควิดเพิ่ม 5 คน กทม.เชื่อไม่เป็น Super Spreader

รองผู้ว่าฯ กทม. เผยพบผู้เสี่ยงสูงจากกรณี "ดีเจมะตูม" ติดเชื้อโควิดเพิ่มเติม 5 คน แต่มั่นใจจะไม่กลายเป็นการติดเชื้อวงกว้าง หรือ Super Spreader วอนประชาชนอย่าตื่นตระหนก

วันนี้ (22 ม.ค.) พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) กรุงเทพมหานคร (ศบค.กทม.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุม ว่า วันนี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในพื้นที่กรุงเทพฯ จำนวน 13 ราย โดยเป็นผู้ป่วยรายใหม่จากการคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 5 ราย และจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 8 ราย ในส่วนของรายดีเจมะตูม ซึ่งคาดว่าได้รับเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 64 นั้น สำนักอนามัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าสอบสวนโรค และ SWAB ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงแล้วทุกราย ผลพบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม จำนวน 5 ราย อีกทั้งเจ้าหน้าที่ได้ติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและเสี่ยงต่ำได้ครบแล้ว คาดว่ากรณีดีเจมะตูมจะไม่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดในวงกว้าง หรือ Super Spreader จึงขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกหรือเป็นกังวลต่อเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน

นอกจากนี้ พล.ต.ท.โสภณ กล่าวเพิ่มเติมว่า สืบเนื่องจากที่กรุงเทพมหานคร โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร ได้มีประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง ปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 17) โดยผ่อนปรนให้สามารถเปิดสถานประกอบการ 13 ประเภทได้ ตั้งแต่วันที่ 22 ม.ค. 64 เป็นต้นไป จึงขอให้คณะทำงานด้านการประสานงานการดูแลความสงบเรียบร้อย ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานเขตพื้นที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล กอ.รมน. เป็นต้น เข้มงวดตรวจตราสถานประกอบการ กิจการ/กิจกรรม ที่ได้รับการผ่อนปรนให้สามารถเปิดกิจการได้ เพื่อให้คำแนะนำให้ปฏิบัติตามมาตรการมาตรการป้องกันโรคตามที่ทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัด

หากพบว่าสถานประกอบการใดยังปฏิบัติได้ไม่ครบถ้วน ขอให้แนะนำ ตักเตือน แต่หากยังคงฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามให้ครบถ้วน ให้สั่งปิดกิจการเป็นการชั่วคราว 14 วัน เพื่อให้ปรับปรุงการปฏิบัติให้ครบถ้วนต่อไป รวมทั้งขอให้สำนักงานเขต ประสานสถานประกอบการที่มีแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ขอให้แนะนำให้นำแรงงานต่างด้าวดังกล่าวไปขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง และให้สถานประกอบการทำประกันสุขภาพให้แรงงานต่างด้าวทุกคน

ในส่วนสถานที่ให้บริการจัดเลี้ยง สถานที่จัดเลี้ยง รวมถึงสถานที่อื่นใดที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน ขอให้ผู้เกี่ยวข้องทั้งผู้ตรวจแนะนำ ผู้ให้บริการ และผู้ใช้บริการในสถานที่ดังกล่าว ศึกษาประกาศฯ และมาตรการป้องกันโรคตามที่ทางราชการกำหนดฯ แนบท้ายประกาศฯ ฉบับที่ 15, 16 และ 17 ควบคู่กัน เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีประกาศฉบับใดยกเลิกมาตรการห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการรับประทานอาหารในสถานที่ดังกล่าวตามกำหนดเวลาระหว่าง 06.00-21.00 น. จึงยังคงต้องปฏิบัติตามมาตรการควบคุมดังกล่าวต่อไป

เร่งค้นหาผู้ติดเชื้อในโรงงานที่มีแรงงานต่างด้าว

นอกจากนี้ ได้ให้สำนักอนามัยที่ค้นหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 เชิงรุก ACTIVE CASE FINDING/Sentinel Surveillance ด้วยวิธีการตรวจหาเชื้อจากน้ำลายในสถานประกอบการ โดยเฉพาะโรงงานที่มีแรงงานต่างด้าวในพื้นที่เป้าหมายกลุ่มแรก ได้แก่ เขตบางขุนเทียน เขตหนองแขม เขตบางบอน เขตบางแค และเขตจอมทอง รวมทั้งขอให้สำนักงานเขตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่เดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง ตรวจคัดกรองตนเองผ่านระบบ BKKCovid-19 ของกรุงเทพมหานคร โดยขอให้ตรวจคัดกรองตนเองผ่านระบบดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอทุกวัน จนกว่าจะครบ 14 วันนับจากวันที่ไปในพื้นที่เสี่ยง