กองปราบบุกรวบปู่วัย 75 ลงมือขืนใจหลานตัวเอง หนีคดี 18 ปี

กองปราบบุกรวบปู่วัย 75 ลงมือขืนใจหลานตัวเอง หนีคดี 18 ปี

กองปราบปราม ตามรวบชายวัย 75 หลังก่อเหตุข่มขืนหลานตัวเอง หนีคดีนาน 18 ปี เจ้าตัวยืนกราน ปฏิเสธไม่ได้ทำ แค่เรียกไปดูทีวีในบ้าน

กองบังคับการปราบปราม ร่วมกันจับกุม นายเสถียร (สงวนนามสกุล) อายุ 75 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสว่างแดนดิน ความผิดฐาน “หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพและกระทำชำเราเด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบสามปีโดยเด็กหญิงนั้นไม่ยินยอม” โดยจับกุมได้ที่ ริมถนน ต.ค้อใต้ อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร

การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 26 ก.ย.2546 ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) ผู้เสียหาย ในขณะนั้น อายุ 11 ปี ได้ถูกนายเสถียร ซึ่งมีศักดิ์เป็นปู่ ล่วงละเมิดทางเพศโดยข่มขืนกระทำชำเราที่บ้านใน ต.ค้อใต้ อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร

โดยก่อนเกิดเหตุนายเสถียร ซึ่งขณะนั้นทำงานเป็นยามรักษาความปลอดภัยอยู่ที่กรุงเทพฯ ได้เดินทางกลับมาที่บ้านของตน ที่่ จ.สกลนคร และเด็กหญิงเอ ได้พักอาศัยอยู่ในละแวกเดียวกัน จึงได้มาวิ่งเล่นและเข้าไปนั่งดูทีวีในบ้านของนายเสถียร

ขณะนั้นนายเสถียรได้อยู่กับเด็กหญิงเอเพียงลำพัง จึงหลอกล่อให้เด็กหญิงเอ เข้าไปในห้องนอน และจะให้เงินค่าขนมจำนวน 40 บาท เด็กหญิงเอ จึงหลงเชื่อเดินตามเข้าไปในห้องนอน ก่อนถูกปู่ของตนเอง ล่วงละเมิดทางเพศ ข่มขืนกระทำชำเรา

หลังจากนั้น ผู้เป็นปู่ก็ได้ให้ เงินกับเด็กหญิงเอตามที่ตกลงกันไว้ และขู่ไม่ให้นำเรื่องดังกล่าวไปบอกพ่อแม่ แต่ภายหลังจากเกิดเหตุ เด็กหญิงเอได้นำเรื่องดังกล่าวไปบอกพ่อกับแม่ เมื่อพ่อแม่รู้ก็ไม่ยอม จึงไปแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ซึ่งเมื่อนายเสถียร ทราบว่าตนเองถูกแจ้งความ จึงได้พยายามขอไกล่เกลี่ย เเต่พ่อแม่ของเด็กหญิงเอฯ ไม่ยอม นายเสถียร จึงหลบหนีออกจากพื้นที่

กระทั่งวันที่ 21 มกราคม 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. สืบสวนทราบว่านายเสถียร แอบเดินทางกลับมาที่บ้านพักของตนที่ ต.ค้อใต้ อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้เดินทางไปตรวจสอบ เมื่อพบนายเสถียร อยู่บริเวณหน้าที่พัก จึงได้เข้าจับกุมและนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.สว่างแดนดิน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการสอบถามนายเสถียร ให้การปฏิเสธว่า ไม่ได้ข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงเอแต่อย่างใด ซึ่งในวันเกิดเหตุตนเองกลับมาที่บ้านใน จ.สกลนคร จริง และเห็นเด็กหญิงเอ ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานวิ่งเล่นอยู่ จึงเรียกให้ไปนั่งดูทีวีภายในบ้าน และให้เงินไปกินขนม โดยตนเองไม่ได้ล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงเอ แต่อย่างใด