ถั่งเช่า งานเข้า! กสทช. จับมือ อย. ฟันโฆษณาเกินจริง อวดอ้างเป็นยารักษาสารพัดโรค

ถั่งเช่า งานเข้า! กสทช. จับมือ อย. ฟันโฆษณาเกินจริง อวดอ้างเป็นยารักษาสารพัดโรค

กสทช. ร่วมกับ อย. ประกาศกำจัดโฆษณาลวงโลกของ "ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารถั่งเช่า" ให้สิ้นซาก เนื่องจากมีการอวดอ้างสรรพคุณเป็นยารักษาสารพัดโลก เข้าข่ายหลอกลวงผู้บริโภค

วานนี้ (20 ม.ค.) พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า กสทช. ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข ในการจัดการปัญหาการโฆษณาอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพทางสื่อวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์มาตั้งแต่มาตั้งแต่กลางปี 2561 ซึ่งจนถึงปัจจุบันมีการตรวจจับการโฆษณาทางโทรทัศน์ดิจิตอลได้ 17 ราย จำนวน 77 โฆษณา โทรทัศน์ดาวเทียม 90 ราย จำนวน 190 โฆษณา และวิทยุ 2,150 ราย จำนวน 4,058 โฆษณา โดย กสทช. มีอำนาจในการกำกับดูแลการโฆษณาทางสื่อโทรทัศน์ และวิทยุกระจายเสียงเท่านั้น ในส่วนของการโฆษณาทางสื่ออินเทอร์เน็ต และสื่อสังคมออนไลน์ จะมีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดศ.) ร่วมมือกับ อย. ในการจัดการปัญหาการโฆษณา

พล.ท.พีระพงษ์ กล่าวว่า กสทช. ตรวจสอบพบการโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารถั่งเช่าซึ่งมีบุคคลในแวดวงบันเทิงเป็นพรีเซนเตอร์ อ้างว่าผลิตภัณฑ์ถั่งเช่าสามารถรักษาได้สารพัดโรค กสทช. ไม่ได้นิ่งนอนใจ เมื่อการโฆษณาหลอกลวงผู้บริโภคครั้งใหญ่กลับมา กสทช. จะจับมือกับ อย. ให้แน่นกว่าเดิมและร่วมกันกวาดล้างการโฆษณาอีกครั้ง เพื่อกำจัดโฆษณาลวงโลกเหล่านี้ให้สิ้นซาก

ค่าปรับของ กสทช. กฎหมายกำหนดไว้สูงสุด คือ ไม่เกิน 5 ล้านบาท และปรับรายวันอีกวันละไม่เกิน 1 แสนบาท โดยที่ผ่านมามีสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมโดนปรับเป็นเงิน 5 แสนบาทไปแล้ว 1 ราย และยังมีสถานีวิทยุอีก 2 ราย ที่โดนลงโทษปรับรายละ 1 แสนบาท นอกจากนี้ กรณีของสถานีวิทยุหากมีประวัติการกระทำความผิดจะเหลืออายุใบอนุญาตเพียง 6 เดือน (จากปกติใบอนุญาตมีอายุ 1 ปี) ซึ่งขณะนี้มีสถานีถูกลดอายุใบอนุญาตไปแล้ว 150 ราย

นอกจากการโฆษณาถั่งเช่าแล้ว ยังมีการโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเกี่ยวกับดวงตา อ้างรักษาสารพัดโรคตา ในกรณีนี้ กสทช. ได้รับความร่วมมือจากราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย ในการวินิจฉัยและให้ความเห็นเกี่ยวกับเนื้อความการโฆษณา จนนำไปสู่การลงโทษปรับ ตามมาตรา 37 ของ พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 ซึ่งปัจจุบันมีสถานีวิทยุที่มีการโฆษณาในลักษณะนี้ และถูกปรับไปแล้ว 6 ราย รายละ 5 หมื่นบาท และอยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อเสนอปรับอีก 3 ราย

ขณะที่ เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลิตภัณฑ์ถั่งเช่าที่ อย. อนุญาตมี 2 กลุ่ม คือ ผลิตภัณฑ์สมุนไพร (ยาแผนโบราณ) และผลิตภัณฑ์อาหารที่มีถั่งเช่าเป็นส่วนประกอบ เพื่อบำรุงร่างกายทั่วไป เสริมจากการรับประทานอาหารตามปกติ ดังนั้น การโฆษณาว่า ผลิตภัณฑ์จากถั่งเช่าสามารถรักษาสารพัดโรค จึงเป็นการโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต และโฆษณาโอ้อวดเกินจริง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ที่ผ่านมาในปี 2563 อย. ดำเนินคดีโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหาร ผลิตภัณฑ์สมุนไพร และผลิตภัณฑ์สุขภาพประเภทอื่น ทางสื่อต่างๆ จำนวน 1,388 คดี ทั้งนี้ อย. จะเป็นผู้วินิจฉัยความผิดที่พบทางสื่อ และดำเนินคดีกับผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้จำหน่าย หรือผู้ทำการโฆษณา ตามกฎหมายที่ อย. รับผิดชอบ ส่วน กสทช. จะเป็นผู้ดำเนินการกับสถานีที่ออกอากาศตามกฎหมายที่ กสทช. รับผิดชอบ โดยตั้งแต่ปี 2561-2563 อย. ได้วินิจฉัยความผิดที่พบส่งให้ กสทช. ดำเนินการแล้ว 250 เรื่อง และเป็นผลิตภัณฑ์จากถั่งเช่า 58 เรื่อง

ทั้งนี้ อย. เตือนผู้บริโภคโดยเฉพาะผู้ป่วย ผู้สูงอายุ อย่าหลงเชื่อโฆษณาเหล่านี้ เพราะนอกจากจะเสียเงินแล้ว ยังอาจทำให้โรคหรืออาการที่เป็นอยู่แย่ลง เสียโอกาสในการรักษา เนื่องจากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องโดยแพทย์ เป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง