เจ้าสาววัย 15 วิวาห์ล่ม ยืนรับแขกทั้งน้ำตา เจ้าบ่าวหนีงานแต่ง-ลั่นให้ไปจบที่ศาล

เจ้าสาววัย 15 วิวาห์ล่ม ยืนรับแขกทั้งน้ำตา เจ้าบ่าวหนีงานแต่ง-ลั่นให้ไปจบที่ศาล
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ภาพบนโซเซียล เป็นภาพพิธีแต่งงานของคู่บ่าวสาวคู่หนึ่ง  ซึ่งเจ้าบ่าวหนีงานแต่ง หายตัวไปปล่อยให้เจ้าสาวรอเก้อ ต้อนรับแขกทั้งน้ำตา

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปที่บ้านของเจ้าสาว อยู่ที่หมู่ 10 บ้านปะคำ ตำบลสระพระ อำเภอพระทองคำ จังหวัดนครราชสีมา เพื่อสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และสาเหตุที่ทำให้ว่าที่เจ้าบ่าว เบี้ยวงานแต่งในครั้งนี้  โดยได้พบกับ นางสาวลำดวน อายุ 36 ปี แม่ของว่าที่เจ้าสาว เปิดเผยว่า วันจัดงานแต่งงาน ตรงกับวันที่ 17 มกราคม 2564 ซึ่งก่อนหน้านี้ได้พูดคุยกับทางแม่ของเจ้าบ่าว นัดดูฤกษ์ และมาแต่งในวันดังกล่าว โดยเงินสินสอดที่ตนเรียกไปเป็นจำนวน 6 หมื่นบาท ทองอีก 1 บาท

เมื่อมาถึงวันแต่ง กลับพบว่า เจ้าบ่าวและทางครอบครัวไม่มางานแต่ง พร้อมกับโทรมาบอกว่า กำลังจะออกมาถึงงานแต่ง แต่สุดท้ายก็โทรกลับมาบอกอีกครั้งว่า ไม่มีเงินไปแต่งและยืนยันว่าจะไม่ไปตามที่รับปากไว้ ทำให้ตนกับครอบครัว รวมถึงลูกสาวถึงกับช็อก เพราะตนต้องเอาที่ดินที่บ้าน 1 งาน ไปจำนองไว้ 3 หมื่น 5 พันบาท และยืมเพื่อนบ้านมาเป็นค่าจัดงานแต่งต่างๆ อาทิ ค่าอาหาร ค่าน้ำ และค่าจัดสถานที่  ซึ่งรวมเป็นเงินค่าจัด 1 แสนบาท ตอนนี้ลำบากมาก ลูกสาวต้องรอเก้อ เดือดร้อนเป็นหนี้ค่าจัดงานอีก เพราะฐานะทางบ้านยากจน อยู่ด้วยกัน 5 คน พ่อ แม่ ลูกสาว 2 คน ลูกชาย 1 คน

ลูกสาวคนที่จะแต่งงานเป็นคนที่ 2 รายได้หลักมาจากพ่อ คือนายสม อายุ 43 ปี มีอาชีพ หาของป่าขาย มีรายได้ วันละ 200-300 บาท บางวันก็ไม่ได้เลย ตอนนี้ครอบครัวลำบากมาก ได้พูดคุยกับเจ้าหนี้ขอผ่อนส่ง เจ้าหนี้บางรายก็เห็นใจ ให้ผ่อนส่งไปเรื่อยๆ ไม่มีกำหนด ซึ่งได้เดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีกับทางว่าที่เจ้าบ่าวแล้ว ที่ สภ.พระทองคำ ในข้อหาพรากผู้เยาว์ด้วย และอยากให้ทางครอบครัวฝ่ายชาย ออกมารับผิดชอบค่าจัดงานแต่ง และมาพูดคุยเยียวยาจิตใจลูกสาวตนด้วย เพราะลูกสาวตนเพิ่งจะอายุ 15 ปีเท่านั้นเอง แต่ฝ่ายชายก็ได้ยื่นขอประกันตัวออกไปแล้ว โดยบอกว่า ให้ไปเจอกันที่ชั้นศาล

ด้านนางทองเหลือง อายุ 57 ปี ยายของว่าที่เจ้าสาว บอกว่า เมื่อทางฝ่ายชายบอกว่าจะให้ไปจบที่ศาล ทางตนก็พร้อมที่จะต่อสู้ในชั้นศาลเช่นกัน ตอนนี้ต้องยอมรับว่าทุกคนในครอบครัวรู้สึกอับอายอย่างมาก รู้สึกสงสารหลานสาวอย่างมาก แต่จะต้องเดินหน้าต่อไป โดยบอกกับหลานสาวว่า ไม่ต้องไปคิดอะไรมากมาย เราต้องอยู่เพื่ออนาคตข้างหน้า และต้องเลือกคนที่ดีจริงๆ

ขณะที่ว่าที่เจ้าสาวชื่อน้องเอ๋ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า รู้จักกับว่าที่เจ้าบ่าว อายุ 20 ปี เมื่อประมาณ 6-7 เดือนมาแล้ว ติดต่อทำความรู้จักกันทางเฟซบุ๊ก ตนเองจบเพียง ม.3 ไม่ได้เรียนต่อ เพราะทางบ้านยากจน ส่วนฝ่ายชายไม่ได้เรียนเช่นกัน ยังไม่มีงานทำ และนิสัยค่อนข้างเกเร ซึ่งได้ทำความรู้จัก พูดจาหว่านล้อมเกิดความสนิทสนมจนได้เสียกัน ทางบ้านมารู้เข้า จึงให้ฝ่ายชายแสดงความรับผิดชอบด้วยการแต่งงาน ซึ่งสุดท้ายฝ่ายชายก็มาหนีงานแต่ง ทำให้ตนและครอบครัวรู้สึกเสียใจอย่างมาก เพราะต้องแบกรับปัญหาค่าใช้จ่ายทั้งหมด และต้องอับอายชาวบ้านไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน