ณัฏฐพล เดิมพันปฏิรูปการศึกษา ตั้งเป้าพลิกทุกตารางนิ้วสมบูรณ์ใน 5 ปี ชูภูเก็ตโมเดลนำร่อง

ณัฏฐพล เดิมพันปฏิรูปการศึกษา ตั้งเป้าพลิกทุกตารางนิ้วสมบูรณ์ใน 5 ปี ชูภูเก็ตโมเดลนำร่อง

​นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประกาศแผนบูรณาการการศึกษาทั่วประเทศเป็นนโยบายหลักในปี พ.ศ. 2564 โดยมีเป้าหมายเพื่อพลิกการศึกษาทุกตารางนิ้วของประเทศ ด้วยการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพเชื่อมโยงทั้งองค์กร อิงตามแผนพัฒนายุทธศาสตร์ประเทศ 20 ปี เน้นความสอดคล้องกับบริบทของแต่ละจังหวัด

​การศึกษาถือเป็นเครื่องมือชี้วัดคุณภาพและศักยภาพในด้านต่างๆ ของประเทศ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและสร้างทุนมนุษย์ (Human Capital) ที่มีความสามารถในการแข่งขันเท่าเทียมกับนานาอารยประเทศและเท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของศตวรรษที่ 21 การพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาจึงเป็นสิ่งที่สำคัญและมีความจำเป็นเร่งด่วน

จากการลงพื้นที่สำรวจพบว่าโรงเรียนในสังกัดสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กว่า 15,000 โรงเรียน เป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่มีจำนวนนักเรียนน้อยกว่า 120 คน การบริหารจัดการด้านงบประมาณที่มีอยู่ไม่สามารถพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ การจัดสรรบุคลากรทางการศึกษาไม่สามารถทำได้อย่างทั่วถึง ส่งผลต่อการเรียนการสอนที่ให้ประสิทธิผลของผู้เรียน

นอกจากนี้ จากสถิติการเกิดของเด็กในปัจจุบันมีแนวโน้มที่ลดลงสวนทางกับจำนวนโรงเรียนที่มีเพิ่มมากขึ้น จึงต้องมีการบริหารจัดการให้มีความสอดคล้องเท่าทันไปกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จึงมีแนวคิดที่ต้องการจัดการศึกษาที่ให้ประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียน เพื่อสร้างทุนมนุษย์ที่มีศักยภาพและสามารถเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนของประเทศ จึงได้เกิดแผนบูรณาการการศึกษาทั่วประเทศขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับการศึกษาในทุกตารางนิ้วของประเทศไทย ซึ่งวางแผนให้มีการบริหารจัดการงบประมาณที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างโรงเรียนคุณภาพให้กับชุมชน มีพื้นที่ให้นักเรียนได้เรียนรู้และทำกิจกรรม สร้างตึกและอาคารเรียนที่ได้มาตรฐานระดับสากล จัดสรรบุคลากรทางการศึกษาที่มีอยู่ในระบบให้เข้าถึงในทุกโรงเรียน

ทั้งนี้ การบริหารจัดการแผนบูรณาการการศึกษาในครั้งนี้มุ่งเน้นการทำงานที่เชื่อมโยงประสานกันของบุคลากรกระทรวงศึกษาธิการทั่วประเทศ โดยแผนการดำเนินงานนั้นไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาการศึกษาเท่านั้น แต่ยังดำเนินงานให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาประเทศและบริบทของแต่ละจังหวัดอีกด้วย

​“หลังจากที่ผมได้ลงพื้นที่และศึกษาข้อมูลกว่า 1 ปีที่อยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ต้องยอมรับว่าได้พบปัญหาในการบริหารจัดการการศึกษาให้มีคุณภาพอยู่มาก ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้เป็นการรื้อระบบการศึกษา เพื่อสร้างคุณภาพใหม่ทั้งระบบ สร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวยสำหรับเด็กๆ โดยใช้ความร่วมมือร่วมใจของบุคลากรทางการศึกษาที่มีอยู่ทั้งหมดของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งแผนบูรณาการนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างคุณภาพการศึกษาไทยอย่างยั่งยืน" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกล่าว

"ผลของการดำเนินงานครั้งนี้ เด็กๆ ซึ่งเป็นอนาคตของเราจะไม่เพียงได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกในเรื่องของสิ่งแวดล้อมทางการศึกษาที่มีความสมบูรณ์มากขึ้น แต่จะได้รับการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพจากการที่มีครูครบชั้น ครบวิชา ในแต่ละโรงเรียนได้รับเงินอุดหนุนที่สามารถจัดการทำกิจกรรมต่างๆ ด้านคุณครูเมื่อครูครบชั้นก็จะลดเวลา ลดภาระงาน และพุ่งเป้าหรือให้ความสำคัญในการพัฒนาการเรียนการสอนให้กับเด็กๆ ได้มากขึ้น"

​“สิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการจะต้องคิดจากนี้ต่อไปก็คือ เราจะใช้พื้นที่โรงเรียนบางส่วนในการพัฒนาสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับชุมชน ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่การเรียนรู้เพิ่มเติมสำหรับเด็กๆ การสร้างคอมมูนิตี้หรือหอพักสำหรับคุณครู หรือมุ่งหวังถึงการเป็นพื้นที่สำหรับพัฒนาทักษะต่างๆ เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนในชุมชนให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละจังหวัดอีกด้วย" นายณัฏฐพล กล่าวเสริม

"เชื่อว่าเมื่อแต่ละพื้นที่ลงมือดำเนินการอาจจะพบกับปัญหาและอุปสรรคต่างๆ แต่ขอให้พยายามแก้ไขหรือนำเสนอหรือสะท้อนแนวคิดที่อาจจะเหมาะสมกับพื้นที่นั้นๆ มายังกระทรวง อย่างไรก็ตามผมยังคงเชื่อมั่นว่าหากดำเนินการตามแผนงานที่วางไว้คาดว่าจะเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมเป็นระยะๆ และภายในเวลา 5 ปี ภาพทุกอย่างจะออกมาอย่างเสร็จสมบูรณ์" เจ้ากระทรวงคุณครู กล่าวอย่างมั่นใจ

nattapol-quote-18012021

ทั้งนี้ แผนบูรณาการการศึกษาดังกล่าว ได้มีการลงพื้นที่สำรวจและพัฒนาโดยการใช้พื้นที่ จ.ภูเก็ตเป็นต้นแบบ ซึ่ง จ.ภูเก็ตมีความโดดเด่นเรื่องของการท่องเที่ยวและบริการ โดยเฉลี่ยในแต่ละปีนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 18% เลือกเดินทางสู่ จ.ภูเก็ต สร้างรายได้กว่า 29% ของรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งประเทศ ดังนั้นแนวทางการพัฒนาการศึกษานอกจากจะมุ่งเน้นทางด้านวิชาการแล้ว ก็มีแนวคิดที่จะเสริมทักษะด้านภาษาที่สองและสามให้กับนักเรียน นักศึกษา สร้างโรงเรียนฝึกอาชีพเพื่อรองรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เป็นต้น

​โดยแนวทางการพัฒนาโรงเรียนใน จ.ภูเก็ตนั้นได้วางเป็น 3 แนวทางหลัก คือ

​แนวทางที่ 1​ โรงเรียนคุณภาพชุมชนระดับประถมศึกษา
​แนวทางที่ 2 ​โรงเรียนขนาดเล็กที่สามารถดำรงอยู่ได้อย่างมีคุณภาพ (Stand Alone)
​แนวทางที่ 3​ ยกระดับโรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง

​จากการศึกษาเบื้องต้นตามแผนพัฒนาโรงเรียนใน 3 รูปแบบ ส่งผลให้เงินงบประมาณที่ให้กับโรงเรียนใน จ.ภูเก็ต สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจากการประชุมได้มอบหมายให้ตัวแทนจากทั้ง 77 จังหวัดจัดทำแผนพัฒนาในจังหวัดของตนเอง เพื่อนำเสนอแนวทางพัฒนารวมถึงการพิจารณาวางแผนงบประมาณที่ต่อเนื่องต่อไป