"ชาญกฤช" เผย “อนุชา” กำชับมาตรการเข้ม ดูแลทุกภาคส่วน ร่วมหยุดแพร่โควิด-19 ช่วยประเทศชาติ

"ชาญกฤช" เผย “อนุชา” กำชับมาตรการเข้ม ดูแลทุกภาคส่วน ร่วมหยุดแพร่โควิด-19 ช่วยประเทศชาติ
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยทุกภาคส่วนต่อสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ระลอก 2 เนื่องจากเกิดการแพร่ระบาดได้ง่ายและกระจายสู่วงกว้างอย่างรวดเร็วกว่า 60 จังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ซึ่งสถานพยาบาลในพื้นที่อาจไม่เพียงพอต่อการให้บริการผู้ติดเชื้อที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นในทุกวัน โดยศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. ระบุ ตัวเลขผู้ติดเชื้อ วันที่ 17 ม.ค. 2564 พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 374 ราย ยอดป่วยยืนยันสะสม 12,054 ราย   

86e0298a-4c0a-41ff-95be-88f99

ดังนั้น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จึงขอความร่วมมือไปยังทุกภาคส่วน รวมถึง วัดวาอาราม ทั่วประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมในการให้บริการประชาชน พร้อมทั้งปรับวิถีปฏิบัติศาสนกิจในลักษณะ New Normal โดยยึดหลักปฏิบัติตามมติของมหาเถรสมาคม (มส.) อาทิ การงดรับกิจนิมนต์ในจังหวัดที่มีการระบาดของไวรัสโควิด-19 งดการจัดกิจกรรมงานบรรพชาสามเณร งดจัดกิจกรรมทางพระศาสนาที่มีประชาชนมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก ส่วนการออกบิณฑบาตหรือกิจกรรมภายในวัด การทำวัตรเช้า-เย็น การรับถวายภัตราหารหรือสิ่งของ ยังทำได้ตามปกติ แต่พระภิกษุ-สามเณร และพุทธศาสนิกชน จะต้องสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างระหว่างกัน หรือ หากพบผู้ที่มีอาการผิดปกติ ไข้ขึ้นสูง ให้รีบไปพบแพทย์หรือโทรแจ้งสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422 เพื่อขอรับข้อมูลและความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน  เพื่อป้องกัน และ ร่วมกันหยุดการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19  

9c3cf210-3c54-4af5-b11e-b99b9นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ยังกล่าวด้วยว่า การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทย ทำให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาใช้จ่ายซื้อของทางสื่อออนไลน์มากขึ้น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จึงได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) บังคับใช้กฎหมายให้เข้มงวดมากขึ้นพร้อมคุมเข้มการขายสินค้าทางสื่อออนไลน์ กำชับให้ทำงานเชิงรุกเพื่อครอบคลุมทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ร่วมมือป้องกันแก้ปัญหา และให้ความรู้กับผู้บริโภคได้รู้เท่าทันกลโกงใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่ใช้ป้องกันโควิ-19 เช่น ถุงมือ หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ และ แอลกอฮอล์  รวมถึงให้เฝ้าระวังสินค้าที่ผิดกฎหมาย คัดกรองผู้ขายสินค้า เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ป้องกันไม่ให้ผู้บริโภคถูกหลอกลวง ทั้งนี้หากพบเจอให้รีบแจ้งที่สายด่วน สคบ. 1166 เพื่อดำเนินการเอาผิดอาญาทันที