"ป๊อก ปิยธิดา" เปิดเคล็ดลับครองรัก 19 ปี "ตั๊ก นภัสกร" เผยสาเหตุแท้จริงตัดสินใจไม่มีลูก

"ป๊อก ปิยธิดา" เปิดเคล็ดลับครองรัก 19 ปี "ตั๊ก นภัสกร" เผยสาเหตุแท้จริงตัดสินใจไม่มีลูก

เป็นนางเอกที่แฟนๆ ยอมรับและชื่นชมในฝีมือการแสดงแบบไร้ข้อกังขา สำหรับสาว ป๊อก-ปิยธิดา มิตรธีรโรจน์ นางเอกที่คร่ำหวอดในวงการบันเทิงมาถึง 24 ปี รับมาแล้วทุกบทบาท ไม่ว่าจะเป็น นางเอกสายหวาน ตลก ดุเดือด หรือ เศร้าร้องไห้น้ำตาแตก ทุกบทบาทเจ้าตัวก็เอาอยู่จนทุกคนต้องซูฮกในฝีมืออันเยี่ยมยอด 

อย่างตอนนี้เจ้าตัวก็ทำเอาแฟนๆ อินสุดๆ ในละครสะท้อนสังคมครอบครัวแบบดราม่าจัดจ้าน "บังเกิดเกล้า" ทางช่อง อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 ปะทะนักแสดงมากฝีมืออีกหลายต่อหลายคน ที่ตอนนี้เดินทางฟาดฟันกันมาถึงโค้งสุดท้ายที่แฟนๆ รอชมบทสรุปของเรื่องราวสุดดุเดือดกันอย่างใจจดใจจ่อ

ล่าสุด sanook.com มีโอกาสขอเบียดคิวแน่นๆ ของสาวเก่งคนนี้คว้าตัวมานั่งพูดคุยถึงผลงานชิ้นนี้ และชีวิตรักกับสามี ตั๊ก นภัสกร หรือ ตั๊ก นภัสรัญชน์ ที่ต้องบอกเลยว่าเป็นคู่รักที่หวานและเรียบง่ายในเวลาเดียวกัน ช่างต่างกับละครที่สาวป๊อกแสดงลิบลับ พร้อมกับเปิดเหตุผลที่ทั้งคู่ไม่ยอมมีเจ้าตัวเล็กมาเป็นโซ่ทองคล้องใจเหมือนคู่อื่นเขา

การทำงานในเรื่อง "บังเกิดเกล้า" สำหรับเราเป็นยังไงบ้าง?

"เป็นละครที่หยาบคายที่สุดเท่าที่ป๊อกเคยเล่นมาเลย (หัวเราะ) ทำให้เราค่อนข้างต้องปรับเยอะ เพราะ "สุขสม" เป็นตัวละครพูดเร็ว ชัดเจน เป็นคนทำอะไรคล่องตัว เป็นศัตรูกับคนรอบข้างทั้งหมดเลย เขาก็เลยปะทะกับทุกคน ส่วนความเป็นภรรยาในเรื่องเขาจะค่อนข้างมึงมาพาโวย พูดจาขวานผ่าซาก อยากได้อะไรก็ต้องได้ เป็นคนรอไม่เป็น เวลามีไดอะล็อกที่ยาวเราก็ต้องทำการบ้านเยอะ เนื้อเรื่องเข้มข้นจนเรารู้สึกว่า เราโชคดีจังเลยที่ชีวิตจริงเรามันเรียบง่ายไม่เหมือนกับตัวละครน่ะ (ยิ้ม)"

นักแสดงแต่ละคนฝีมือเน้นๆ ทั้งนั้น?

"สนุกมากจริงๆ ค่ะ ด้วยความที่เราเจอแต่รุ่นใหญ่และเป็นมืออาชีพมากทำให้เวลาเล่นด้วยกันทุกคนช่วยกันเสริม ช่วยกันพยุง เรียกว่าเป็นความสนุกในการทำงานที่หาได้ยากจริงๆ"

เราเองในฐานะนักแสดงที่ต้องถ่ายทอดบทหนักขนาดนี้มีความเครียดจุดไหนบ้าง?

"สำหรับป๊อกเครียดไดอะล็อกค่ะ เพราะเยอะจริงๆ แล้วเราจะตัดทิ้งก็ไม่ได้ หรือ จะตีความจากความเข้าใจของเราล้วนๆ เลยก็ไม่ได้ เพราะเราต้องพยายามตีความในความเข้าใจของตัวละครให้ได้ รวมทั้งวิธีการพูดก็ต้องเป็นเขาด้วย ความเป็นสุขสมทุกคำที่ออกมาจากปากมันจะเป็นสิ่งที่กลั่นกรองออกมาจากความเป็นสุขสม และแต่ละซีนค่อนข้างพรั่งพรู ทำให้ก่อนจะมาถ่ายในแต่ละวันเราต้องทำสมาธิเยอะ ทำการบ้านเยอะจริงๆ ค่ะ" 

เรื่องนี้นอกจากจะเข้มข้นครบอรรถรสแล้วสะท้อนให้ผู้ชมได้เห็นอะไรบ้าง?

"ให้เห็นว่าบางทีการได้รับการเลี้ยงดูมาแบบนึง พอเราโตขึ้นมาเรามีจิตใจที่จะคิดอะไรเองบ้าง เรามักจะคิดเข้าข้างตัวเองและคิดทุกอย่างเป็นแง่ลบ ตัวละครตัวนี้เป็นตัวแทนของคนที่คิดทุกอย่างในแง่ลบ มองคนที่เข้ามาว่าเขาเข้ามาเพียงเพื่อจุดประสงค์อะไรบางอย่าง คิดว่าเขาเข้ามาเพื่อผลประโยชน์ ซึ่งบางครั้งมันก็ใช่ แต่กับพ่อแม่ที่เป็นความรักโดยไม่มีเงื่อนไขอยู่แล้ว แต่เรากลับไปแปลเจตนาของเขาเป็นอย่างอื่น"

"ข้อคิดจากเรื่องนี้จริงๆ เลย เป็นเรื่องของพ่อ แม่ เพราะในเรื่อง บังเกิดเกล้า แม่พิมพ์เป็นยังไงบอกได้เลยว่าลูกก็จะเป็นแบบนั้น บางทีแม่พิมพ์ที่ออกมามันมีความบิดเบี้ยวยังไง ถึงเราพยายามกลบมันด้วยคำพูด หรือ การปฏิเสธไม่ยอมรับความจริงอะไรก็แล้วแต่ แต่เมื่อไหร่ที่เรามีลูกขึ้นมา ความบิดเบี้ยวนั้นมันจะถ่ายถอดไปถึงลูกโดยที่เราไม่รู้ตัว เขาฟังเขาจำในทุกอย่างที่เป็นเรา เพราะฉะนั้นถ้าอยากให้ลูกเป็นยังไง ทั้งต่อหน้าและลับหลัง รวมถึงจิตสำนึกเราต้องดี

หนุ่ม ป๊อก จากบังเกิดเกล้าหนุ่ม ป๊อก จากบังเกิดเกล้า

และก็ไม่ใช่ว่าเจ้าระเบียบจนกระดิกไปไหนไม่ได้เพราะไอ้ความเจ้าระเบียบ ความไม่จริงของคุณมันจะถ่ายทอดถึงเขา ลูกก็จะออกมาเหมือนคุณเป๊ะเลย ถ้าเขาจะปลอม เขาก็จะปลอมเหมือนคุณ และอะไรที่เราทำไม่ถูกก็ต้องชี้ให้เขาเห็นด้วยว่านี่ คือ สิ่งที่ไม่ถูกต้องนะ เพราะใน สมัยนี้ที่สังคมดำเนินไปในทางที่ไม่ถูกเพราะคนในสังคมแยกผิดถูกไม่เป็น เมื่อไหร่ที่เราแยกผิดถูกเป็นมันจะทำให้สังคมดีขึ้น"

สามีดูแล้วเป็นยังไงบ้าง

"ไม่ชอบเลย พี่ตั๊กไม่ชอบสุขสมเลย (หัวเราะ) แต่เขาชมว่าป๊อกเก่งเล่นออกมาได้ดี เพราะพี่ตั๊กเขารู้ว่าป๊อกตรงข้ามกับสุขสมทุกอย่าง เขาก็ติดตามและบอกว่าเนื้อเรื่องมันหวือหวาดี"

มาพูดถึงชีวิตคู่เรา เป็นคู่ที่สวีทแต่เรียบง่ายสุดๆ ต่างจากในละครที่เล่นลิบลับเลย ?

"เป็นเพราะว่าคู่เราเป็นคู่ที่ค่อนข้างเข้าใจกัน เราคบกันมานาน เราผ่านการเรียนรู้ การโตเป็นผู้ใหญ่มาพร้อมๆ กัน มันก็เลยกลายเป็นว่าเรารับในความเป็นธรรมชาติของแต่ละคน รับในความสุขของแต่ละคนได้โดยที่เราเองก็ยังศรัทธาและเชื่อมั่นในความรักของเรา"

"โชคดีที่เราสองคนมีอาชีพเดียวกัน เราต่างก็ซัพพอร์ตกันและกัน มีความเข้าใจว่าเราไม่ต้องมานั่งอธิบายว่าทำไมไม่รับโทรศัพท์ ทำไมไม่อย่างงู้นอย่างงี้ หรือว่าเรามีปัญหาด้านการแสดงเราก็ปรึกษากันได้ ที่รักช่วยเช็กงานป๊อกหน่อยว่าเป็นยังไงบ้าง เขาก็จะดูและวิเคราะห์ได้ เราเปิดโอกาสให้วิจารณ์กันตรงๆ ยิ่งพี่ตั๊กเป็นครูด้วยก็ยิ่งช่วยให้ป๊อกพัฒนาในสายอาชีพไปได้ด้วย"

ตั๊ก นภัสกร เป็นสามีแนวไหน?

"เฮฮาค่ะ ส่วนความโรแมนติกก็มาไม่ค่อยมาก แต่เขาจะทำให้มันเนียนๆ ในเรื่องของการดูแลมากกว่า เช่น วันไหนที่ป๊อกไม่รีบมาก เขาจะทำข้าวกล่องให้ เพราะเขารู้ว่าป๊อกทานอะไรยังไง เขาจะใส่ใจ ดูแลตรงนี้ ในส่วนที่เขาทำได้ในวันที่เขาเองก็ไม่มีเวลาเหมือนกัน"

 คบกันมานานกี่ปีแล้ว?

"19 ค่ะ ถ้ามีลูกก็เข้ามหาวิทยาลัยแล้ว (หัวเราะ)"

นานขนาดนี้เรื่องความสวีทหวานจางหายไปบ้างไหม?

"พอดีคู่เราไม่ใช่คู่ที่ต้องมานั่งข้างกัน ดมผมกัน บอกรักกันตลอดเวลาขนาดนั้น ถ้าอยู่บ้านเราก็ใช้ชีวิตปกติ เราดูทีวี พี่ตั๊กอ่านหนังสือไป แต่ที่บอกว่าไม่สวีทแบบนั้นไม่ใช่ว่าเราเป็นคนเขินกันนะ เพราะเราก็เป็นคู่ที่สามารถจูบลากันต่อหน้าคนอื่นได้ เพียงแต่ว่าเราจะไม่ได้สวีทมากจนคนรอบข้างอึดอัด เพราะบางคู่ก็สวีทจนคนรอบข้างอึดอัด (หัวเราะ)"

เคยแอบคิดไหมว่าทำไมเราถึงอยู่กับคนคนนี้มาได้นานขนาดนี้?

"เป็นเพราะว่าเราสองคนจูนกันติดเพราะความเป็นธรรมชาติของแต่ละคน เราไม่ฝืนเขา เขาไม่ฝืนเรา อย่างป๊อกจะออกไปสังสรรค์กับเพื่อนบ้าง หรือ พี่ตั๊กจะออกไปทำธุระของเขา เราไม่เคยมาห้ามกันว่าอย่าไปนะ วันนี้ต้องอยู่อะไรแบบนั้น ป๊อกเคยถามตัวเองเหมือนกันว่าผู้หญิงประเภทไหนวะที่จะลืมวันครบรอบแต่งงาน สรุป คือ ผู้หญิงอย่างฉันนี่แหละ (หัวเราะ)"

ป๊อก ตั๊ก

"ซึ่งพี่ตั๊กเองก็ไม่ได้ว่าอะไร เขาก็ทำงาน เราก็แค่ สุขสันต์วันครบรอบนะคะที่รัก ขอบคุณมากค่ะ แล้วก็แยกย้ายกันไปทำงาน แล้วก็ไม่มานั่งรอกันทานข้าวด้วยแล้วต้องมาบ่นว่า เนี้ย ป๊อกแขวนท้องรอ ทำไมไม่มาสักที คือ หิวก็กินสิคะ เราจะไม่งี้เง่ากันแบบนั้น อย่าไปผูกตัวเองไว้กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แล้วทำให้คนนั้นเขาอึดอัดใจ  อย่าคิดว่าการแต่งงานแล้ว เขาจะต้องทิ้งทุกอย่างมาเป็นของเรา เพราะเราเองก็ยังไม่ยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อเขาเลย"

เรื่องความหึงหวง หรือ เรื่องกุ๊กกิ๊กนอกบ้าน เราไว้ใจเขาเลยใช่ไหม?

"ป๊อกไว้ใจตัวเอง 100 เปอร์เซ็นต์ ตรงที่ว่า ป๊อกคิดว่าถ้าวันนึงมันจะไม่ใช่เราคิดว่าเราสามารถรับกับตรงนั้นได้ และเขาก็คงรับได้เหมือนกัน อาจจะเป็นเพราะแบบนี้มากกว่า มันไม่ใช่ว่าเราไว้ใจเขา 100 เปอร์เซ็นต์ เราเลยทุ่มใจให้เขาหมด จนกระทั่งวันนึงมันไม่ใช่ขึ้นมาเราก็จะล้มไม่เป็นท่า"

"เราต้องเผื่อใจไว้บ้างค่ะ รักตัวเองครึ่งนึง รักเขาครึ่งนึง เรามั่นใจของเราว่า ทั้งเขาและเรารักกัน แล้วเราจะออกไปทำงานได้อย่างสบายใจ แล้วถ้าวันนึงจะเกิดอะไรขึ้นมาก็ต้องยอมรับให้ได้ มันเลยทำให้เราสบายๆ ไม่ต้องมาคอยเช็ก อยู่ไหน ทำอะไร ส่งรูปมา (หัวเราะ) เราอย่าไปคิดมาก อย่าไปคาดหวังว่าเขาจะต้องมีเพราะมันจะทำให้เราไม่มีความสุข"

"แต่ป๊อกต้องบอกว่า เรื่องความหึงหวง หรือ นอกใจ มันเป็นข้อตกลงแรกอยู่แล้วของการแต่งงานว่าเราตั้งมั่นว่าจะแต่งงาน เพราะฉะนั้นพื้นฐาน คือ ต้องไม่นอกใจ ไม่งั้นเราจะแต่งงานทำไม เรื่องนี้มันเป็นเรื่องพื้นฐานอยู่แล้ว"

คู่เรามีข้อตกลงอะไรที่สำคัญๆ ไหม?

"ก็ทำอะไรขอให้บอก ไม่ต้องบอกทุกเรื่องหรอก เอาเฉพาะเรื่องสำคัญๆ หนึ่งเรื่องที่เราคิดว่าอาจจะสั่นคลอนชีวิตคู่ของเราได้ คือ เรื่องการเงิน เพราะฉะนั้นเคลียร์ให้ชัดเจน ว่าใคร ทำอะไร ยังไง มีใครเป็นหนี้หรือเปล่า ถ้าเป็นคู่ป๊อกเราไม่ก้าวก่ายเรื่องเงินกันก็จริง แต่ว่าถ้ามีปัญหาในสไตล์นี้ต้องบอกกันนะ"

"ป๊อกมองว่าบางทีความรักที่เมื่อไหร่มีเรื่องเงินเข้ามามันก็จะสั่นคลอนได้ง่าย เพราะฉะนั้นถ้าวันใดวันหนึ่ง ใครคนนึงมีสภาวะแบบนี้ขึ้นมาให้บอกกันก่อน จะได้ช่วยกันแก้ไข แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคู่เราก็แยกกันใช้ แยกกันรับผิดชอบ ไม่ทุ่มไปด้วยกันทั้งหมด เพราะถ้าคนนึงเกิดไม่ซื่อสัตย์ทางการเงินขึ้นมา ล้มก็ล้มทั้งคู่ รับผิดชอบตัวเองให้ได้ อย่าหาเรื่องเดือดร้อนเข้าบ้าน"

สิ่งไหนในตัวเขาที่เรารู้สึกว่ารักในตัวผู้ชายคนนี้จังเลย?

"ความสบายและความเข้าใจค่ะ พี่ตั๊กเป็นคนที่มีความเข้าใจในบุคคลอื่นค่อนข้างสูง เคารพในความคิดของแต่ละคน และเขามีกาลเทศะที่จะเข้าหา หรือ สอดแทรกความคิดเห็นของเขา เขามีกาลเทศะตรงนี้ ซึ่งป๊อกมองว่ามัน "เจ๋งว่ะ" เขามีความละมุนละม่อม ป๊อกไม่ได้ชอบผู้ชายอ่อนไหว อ่อนต่อโลก ป๊อกชอบผู้ชายฉลาดและมีกาลเทศะ ซึ่งพี่ตั๊กใช่ทั้งหมด"

ป๊อก ปิยธิดาป๊อก ปิยธิดา

ขอถามถึงเรื่องที่หลายคนอาจจะอยากรู้เหมือนกัน คือ เรื่องลูก ตอนนี้ทั้งคู่ยังยืนยันความคิดเดิมว่าไม่อยากมีใช่ไหม?

"ใช่ค่ะ คิดไม่เหมือนเดิมไม่ได้แล้ว เพราะอายุเยอะแล้ว (หัวเราะ) คือ เราก็ไม่ได้อยากมี เพราะด้วยเดี๋ยวนี้สภาวะสังคมมันน่ากลัว และตัวเราเองบอกตรงๆ ว่าค่อนข้างประสาทเสีย กว่าจะมาถึงจุดนี้เราประสาทเสียมาพักนึงเลย คือ เราคิดเอาเองนะว่าถ้าเรามีเราคงเครียดกับลูก ป๊อกคงไม่ได้ทำงานเพราะต้องมานั่งเฝ้าลูก"

"เรารู้สึกว่าถ้าลูกเราเป็นคนดีเราก็สบายใจ แต่เราก็กลัวว่าลูกจะต้องไปเผชิญกับคนข้างนอกที่ไม่ดี แต่ถ้าลูกเราเป็นคนไม่ดี เราก็จะรู้สึกว่าฉันเป็นอะไรทำไมฉันเลี้ยงลูกออกมาเป็นแบบนี้ ทำไมเป็นภาระสังคม"

"อีกอย่าง คือ ห่วง ป๊อกเป็นคนเซนซิทีฟเรื่องการลาจาก การตายจากกัน ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ พี่ตั๊ก หรือ คนอื่นๆ ที่เรารัก ป๊อกกลัวเรื่องนี้มาก แล้วถ้าเรามีลูก มันก็จะเพิ่มความรู้สึกกลัวการสูญเสียเพิ่มขึ้นมาอีก"

เท่าที่มีอยู่ของเราตอนนี้เราก็นับว่าถ้าถึงวันต้องลาจากกันไปแล้วเราต้องเสียใจโคตรๆ เราก็เลยรู้สึกว่าถ้าเราไม่เพิ่มมันก็จะเป็นเรื่องของความสบายใจ ณ จุดหนึ่งหรือเปล่า การไม่เคยมี มันอาจจะดีกว่ามีแล้วต้องสูญเสีย บางทีเราก็แค่เหงา แต่เราไม่ต้องสูญเสียไง ทางพี่ตั๊กเองเขาก็คิดตรงกันแบบนี้ จริงๆ เราคุยกันตั้งแต่แรกๆ ที่คบกันแล้วแหละ คุยไปคุยมาสรุปว่าความเห็นตรงนี้เราตรงกัน ก็เลยโอเคแบบนี้ค่ะ"

เรียกได้ว่าเป็นคู่รักที่มีแนวความคิดและการใช้ชีวิตที่เข้ากันได้ดีมากๆ ไม่แปลกใจเลยที่ทั้งคู่ครองรักกันมาอย่างยาวนาน แถมเรื่องความหวานก็ไม่เคยลด แบบนี้เรียกว่าเหมาะสมยิ่งกว่ากิ่งทองใบหยกจริงๆ