สระบุรี เดือด บุกฆ่าหมู่5ศพ คุ้ยปมวิวาทมีสี

สระบุรี เดือด บุกฆ่าหมู่5ศพ คุ้ยปมวิวาทมีสี

สระบุรี เดือด บุกฆ่าหมู่5ศพ คุ้ยปมวิวาทมีสี
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

คอลัมน์ สดจากสนามข่าว

เสรี สุพรรณนอก ธานี ทวีเกิด เรื่อง/ภาพ

เป็นคดีใหญ่ท้าทายฝีมือตำรวจจริงๆ

เมื่อมือปืนระดับพระกาฬบุกยิงส.ท.เมืองสระบุรี กับพวกถึงในบ้านพักอย่างอุกอาจ งานนี้ยิงกันเหมือนในหนัง คนร้ายบุกเข้าไปถึงบ้านกราดยิงเหยื่อแบบเรียงตัว ก่อนที่จะเกิดการต่อสู้กัน ต่างฝ่ายต่างยิงใส่กันจนปลอกกระสุนและหัวกระสุนหล่นเกลื่อนพื้น เป็นการฆ่าที่โหดและดุดัน

หลังสิ้นเสียงปืนเหยื่อถูกยิงนอนตายเรียงกันถึง 5 ศพ!!

เหตุที่เกิดขึ้นตำรวจสันนิษฐานว่าน่าจะมาจากเรื่องความแค้นส่วนตัว

พร้อมๆ กับพบว่าก่อนหน้านี้ส.ท.เหยื่อกระสุน เกิดไปมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับกลุ่มคนมีสีซึ่งเป็นนายทหารคุมกำลังหลักอยู่ สังกัดหนึ่ง ประกอบไปด้วย นายทหารยศพันตรี ระดับรองผู้บังคับการกองพัน และระดับร้อยเอก-ร้อยโท มีการลงไม้ลงมือกัน จนฝ่ายทหารได้รับบาดเจ็บสาหัส และมีการขู่อาฆาตกันเอาไว้

และแน่นอนว่าหลังเกิดเรื่อง ส.ท.ผู้นี้ก็พอรู้ตัวอยู่กลายๆ ว่ากำลังถูกปองร้าย

แต่แล้วก็หนีความตายไม่ได้!!?

ย้อน ไปดูเหตุการณ์ครั้งนี้ เริ่มเมื่อตอนเช้าวันที่ 3 ต.ค. ที่บ้านเลขที่ 149 หมู่4 ต.แค อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี เกิดเหตุร้ายขึ้น เมื่อมีคนไปพบศพคนถูกฆ่าตายในบ้าน หลังรับแจ้ง พล.ต.ต.วันชัย ชัดกิจ พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รอง ผบช.ภาค 1 พล.ต.ต.อุฬาร อเนกบุณย์ ผบก.ภ.จว.สระบุรี พ.ต.อ.ทรงฤทธิ์ สุขสมใจ ผกก.สภ.หน้าพระลาน พ.ต.ท.จักรกฤช วีระเดช รอง ผกก.(สส.) พ.ต.ท.มนต์ชัย พุ่มพูน สวป. พ.ต.ท.สานิต งามขำ สว.สส.สภ.หน้าพระลาน รุดไปดูเหตุการณ์ทันควัน

เกิดเหตุสะเทือนขวัญขึ้นแล้วที่ "สระบุรี"

บ้านหลังนั้นเป็นบ้านคนมีฐานะ สร้างรั้วรอบขอบชิด ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 10 ไร่ ภายในปลูกบ้านไว้ 2 หลัง เป็นบ้านหลังใหญ่ภูมิฐานชั้นเดียว กับสองชั้น ที่ลานจอดรถหน้าบ้านหลังแรก พบรถเก๋งโตโยต้า อัลติส สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กก 1888 สระบุรี จอดอยู่หน้าทางเข้าประตูบ้าน ด้านท้ายรถพบศพนายชวลิต หรือ "เชษฐ์" ทิพยเศวต อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 30/1 ถนนเทศบาล 7 ต.ปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี สมาชิกสภาเทศบาล(ส.ท.)เมืองสระบุรี เจ้าของร้านอาหารริมคลองชล ร้านชื่อดังในจ.สระบุรี สภาพศพถูกยิงเข้าไหล่ซ้ายกระสุนฝังใน ไปตุงอยู่ข้างหลังด้านขวา ศพนั่งพิงผนังปูนสูง 2 ฟุต มีรอยหยดเลือดไปตามพื้นเข้าไปในบ้านชั้นเดียว ลักษณะเหมือนถูกยิงในบ้านและวิ่งหนีออกมา

ศพแรกนอนตายอยู่ตรงลานจอดรถ

ส่วน ที่บ้านชั้นเดียว ห้องนอนเล็กพบศพนายปราโมทย์ สานิชวรรณกุล อายุ 43 ปี เจ้าของบ้าน และเป็นเจ้าของกิจการรถบรรทุก บริษัท อรพรรณขนส่ง จำกัด นอนตายที่พื้นข้างเตียงนอน ถูกยิงเข้าท้ายทอย กระสุนฝังใน มีปืนขนาด 9 ม.ม. อยู่ข้างๆ กระสุนถูกยิงไปแล้ว 3 นัด ยังมีคาอยู่อีก 3 นัด จากห้องนอนเล็กเป็นห้องนั่งเล่น พบศพนายวรพล หรือ "เบิ้ม" ชาจิรัสย์ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 169 ซ.พระนคเรศ แขวงมหาพฤฒาราม เขตบางรัก กทม. ถูกยิงเข้าคิ้วขวากระสุนทะลุกกหูขวา ข้างๆ ศพมีปืนลูกโม่ 1 กระบอก กระสุนถูกยิงออกไปจนหมดลูกโม่ วางทับบนปืนแม็กกาซีนขนาด 11 ม.ม. ที่ยังไม่ได้ยิง ซึ่งในห้องนี้บนโต๊ะอาหารมีขวดเหล้า จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ เรดเลเบิ้ล กินหมดไปครึ่งขวด และแก้วเปล่า 1 ใบ

จากห้องนั่งเล่นถัดไป เป็นห้องนอนใหญ่ ที่พื้นห้องใกล้เตียงนอนพบศพนายปัญญา หรือ "แขก" มหาแก้ว อายุ 40 ปี เสี่ยรับเหมา ถูกยิงเข้าขมับซ้าย กระสุนทะลุท้ายทอย ที่จมูกซ้ายมีรูกระสุนอีก 1 นัด กระสุนฝังใน ถัดไปเป็นเตียงนอน พบศพนายอารมณ์ อุดมศักดิ์ สมาชิกสภาเทศบาลเมืองสระบุรี และเจ้าของร้านอาหารไวท์เฮ้าส์ ในเมืองสระบุรี ถูกยิงเข้าที่หน้าอกซ้าย ตัดขั้วหัวใจ กระสุนทะลุหลัง และที่ขมับขวาอีก 1 นัด นอนตายเป็นศพสุดท้ายอยู่ใกล้ๆ กัน

ตรวจค้นในบ้านไม่มีร่องรอยการต่อสู้แต่อย่างใด ที่ห้องครัวมีขวดเหล้าเรดเลเบิ้ล ยังไม่ได้แกะกล่อง 1 ขวด ไก่ย่าง 1 ตัว แกะกระดาษฟอยล์ออกแล้ว มีถุงกับข้าวและถุงขนมยังอยู่ในถุงหิ้ววางไว้

คนร้ายไม่ได้ประสงค์อะไรนอกจากชีวิต!!

พยานเล่าว่า ไม่เห็นภาพนาทีเกิดเหตุ รู้แต่ว่าก่อนพบจุดจบทั้งหมดไปดื่มกินกันที่ร้านอาหารริมคลองชล เมืองสระบุรี และซื้อเหล้าพร้อมกับแกล้มมากินกันต่อที่บ้านดังกล่าว โดยออกจากร้านอาหารประมาณเที่ยงคืน พอตอนตี 2 ชาวบ้านได้ยินเสียงปืนดังหลายนัด คิดว่ายิงปืนเล่นกัน เพราะปกติบ้านหลังนี้มักจะเอาปืนมายิงเล่นกันบ่อยครั้ง

เสียงปืนที่ดังจึงไม่มีใครรู้ว่าเป็นเสียงปืนส่งวิญญาณ

การสังหารครั้งนี้เป็นคดีใหญ่ท้าทายกฎหมาย พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร. สั่งการให้พล.ต.ต.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบก.ป. นำทีมตำรวจกองปราบปรามร่วมคลี่คลาย เบื้องต้นสันนิษฐานว่าคนร้ายมีหลายคนและเชี่ยวชาญในการใช้อาวุธเป็นอย่างดี

ขนาดเหยื่อยิงสู้ยังถูกเป่าคาที่!?!

นอกจากนี้ คนร้ายยังทำงานแบบมืออาชีพ ไม่ทิ้งหลักฐานอะไรไว้เลย นอกจากปลอกกระสุนและหัวกระสุนขนาด .38, 9 ม.ม. และ 11 ม.ม. ที่ใช้สังหารเหยื่อ ซึ่งในชั้นนี้ตำรวจตั้งประเด็นสังหารไว้กว้างๆ ทั้งเรื่องความขัดแย้งการเมืองท้องถิ่น เรื่องหักหลังธุรกิจ และเรื่องส่วนตัว

แต่เมื่อขยายผลลงลึกเชื่อว่าน่าจะเป็นเรื่องหลังมากกว่าเรื่องอื่น!!?

ปูมหลังมีอยู่ว่า เมื่อวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา นายอารมณ์ เจ้าของร้านอาหารไวท์เฮ้าส์ เกิดไปมีปัญหากับกลุ่มนายทหารที่มาดื่มกินที่ร้าน โดยนายทหารกลุ่มนั้นไปมีเรื่องกับกลุ่มแฟนเด็กเสิร์ฟร้านนายอารมณ์ จนกระทั่งถูกกลุ่มวัยรุ่นซึ่งเป็นแฟนเด็กเสิร์ฟยกพวกมาตะลุมบอนกลุ่มนายทหาร จนได้รับบาดเจ็บสาหัสไปตามๆ กัน นายทหารระดับพ.ต.กับร.อ.ถูกรุมกระทืบจนบาดเจ็บแขนขาหัก

ดังนั้นนายอารมณ์จึงปฏิเสธส่วนเกี่ยวข้องไม่ได้ในฐานะเจ้าของร้าน!!?

หลังจากวันนั้นก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นกับร้านไวท์เฮ้าส์ ของนายอารมณ์ เมื่อมีกลุ่มชายลึกลับมาก่อกวนตลอด จนนายอารมณ์ต้องวิ่งโร่ไปขอความช่วยเหลือจากพล.ต.เมธี ธรรมรังสี นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสระบุรี ให้ช่วยเคลียร์ปัญหา พล.ต.เมธีรับปากจะช่วยเคลียร์ให้ แต่ต้องรอให้นายทหารที่บาดเจ็บอาการดีขึ้นเสียก่อน และระหว่างที่รอเวลานี่เอง นายอารมณ์พอรู้ตัวว่าถูกปองร้าย จึงได้มาขอพักอาศัยอยู่ที่บ้านนายปราโมทย์ เพื่อหนีตาย

แต่จนแล้วจนรอดก็หนีมัจจุราชไปไม่ได้!!?

ตามแนวทางสืบสวน เชื่อว่าขณะเกิดเหตุน่าจะเป็นเวลาประมาณตีสองถึงตีสาม โดยนายอารมณ์อาจอยู่ในบ้านเพียงลำพัง ก่อนที่นายปราโมทย์กับเพื่อนๆ อีก 4 คน ซึ่งไปเที่ยวในตัวเมืองจะนำอาหารและเหล้ามาดื่มกินต่อที่บ้าน จนกระทั่งเจอคนร้ายที่คาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 3 คน ที่จะบุกมาสังหารนายอารมณ์ แต่กลับเจอคนมากกว่าที่คิดไว้จึงเกิดการต่อสู้กัน แต่ทว่าคนร้ายมีความชำนาญในการใช้อาวุธมากกว่า

ถึงแม้กลุ่มผู้ตายจะมีปืนยิงสู้แต่ก็หนีไม่พ้นคมกระสุนของมืออาชีพ

อันเป็นที่มาของการตายหมู่ในครั้งนี้!!?

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล