“สมศักดิ์” แจงพักโทษ "ณัฐวุฒิ" เป็นไปตามเงื่อนไข ย้ำไม่เกี่ยวข้องกับคดีร้ายแรง

“สมศักดิ์” แจงพักโทษ "ณัฐวุฒิ" เป็นไปตามเงื่อนไข ย้ำไม่เกี่ยวข้องกับคดีร้ายแรง
Thai Quote

สนับสนุนเนื้อหา

รมว.ยุติธรรม แจง "ณัฐวุฒิ" ต้องติดกำไล EM รายงานตัว ทุกเดือน-ห้ามยุ่งการเมือง ย้ำ ทำตามเงื่อนไขเคร่งครัด จ่อพิจารณาติดกำไลผู้เหลือโทษไม่ถึง 5 ปี ยันไม่เกี่ยวนักโทษกลุ่มร้ายแรง วอนสังคมอย่ากังวล

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีการพักโทษ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแกนนำ นปช. ว่า กรณีของนายณัฐวุฒิเป็นการพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษ และได้รับการพระราชทานอภัยโทษ ตาม พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ ซึ่งมีการพิจารณาคุณสมบัติผู้ต้องขังที่เข้าเกณฑ์โดยคณะอนุกรรมการฯ

ซึ่งนายณัฐวุฒิ มีเงื่อนไขการคุมประพฤติ คือ ระยะเวลาคุมประพฤติตั้งแต่วันที่ 18 ธ.ค.2563 - 29 มี.ค.2564 ติดกำไล EM 3 เดือน 11 วัน และต้องรายงานตัวกับสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดนนทบุรีเดือนละ 1 ครั้ง ต้องเข้ารับการอบรมตามหลักสูตรที่กรมคุมประพฤติกำหนด

ภายในระยะเวลาติดกำไล EM ห้ามยุ่งเกี่ยวหรือมีส่วนร่วมกับกิจกรรมทางการเมืองใดๆ เช่น ห้ามให้สัมภาษณ์ ปราศรัย ออกสื่อ หรือแสดงความคิดเห็นทางการเมือง และมีพนักงานคุมประพฤติออกสอดส่องติดตามในระยะเวลาคุมประพฤติ อย่างน้อย 1 ครั้ง ห้ามออกนอกเขตจัหวัดนนทบุรี เว้นแต่มีธุระสำคัญเป็นครั้งคราวให้ขออนุญาตพนักงานคุมประพฤติและได้รับอนุญาตก่อนจึงจะออกนอกเขตพื้นที่ได้ และห้ามออกนอกราชอาณาจักร

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนายณัฐวุฒิแล้วยังมีผู้ต้องขังที่ได้รับความเห็นชอบพักการลงโทษอีก 76 ราย ซึ่งทุกคนจะต้องปฏิบัติตามระเบียบและเงื่อนไขอย่างเคร่งครัด ซึ่งการได้รับการพระราชทานอภัยโทษมีผู้ต้องขังที่ได้รับสิทธิแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกคือ กลุ่มแรกผู้ที่ได้รับการลดโทษแล้วครบกับโทษที่ได้รับ จะได้รับการปล่อยตัวเลย

กลุ่มที่สอง ผู้ที่ได้รับการลดโทษแล้วโทษเหลือไม่ถึง 1 ปีจะได้รับการพักโทษโดยการติดกำไล EM และกลุ่มที่สาม ผู้ต้องขังที่ถูกคุมขังมาแล้ว 1 ใน 3 ลดโทษแล้วเหลือเกิน 1 ปีแต่ไม่ถึง 5 ปีซึ่งมีอยู่ประมาณ 16,000 คน โดยจะพิจารณาอีกครั้งว่าจะนำมาติดกำไล EM เพื่อพักโทษได้หรือไม่ ซึ่งต้องทำให้เสร็จภายใน 3 เดือน เป็นการลดความแออัดภายในเรือนจำได้ ตามนโยบายของกระทรวงยุติธรรม

สังคมไม่ต้องวิตกกังวลผู้ที่พ้นโทษจากการพระราชทานอภัยโทษและพักโทษ ผู้ต้องขังเหล่านี้ไม่เกี่ยวกับคดีร้ายแรง 7 ประเภทคือ ฆ่าข่มขืนเด็ก ฆ่าข่มขืน ฆาตรกรต่อเนื่อง ฆาตรกรโรคจิต สังหารหมู่ ปล้นฆ่าชิงทรัพย์และนักค้ายาเสพติดรายสำคัญ ซึ่งคนกลุ่มนี้จะไม่ได้รับการลดโทษ

“และหากผู้ต้องขังกลุ่มนี้พ้นโทษเรามีระบบการติดตามโดยศูนย์ JSOC ซึ่งเราจะพยายามอธิบายให้สังคมเข้าใจในรูปแบบและหน้าที่ของศูนย์เรื่อยๆต่อไป และเมื่อสังคมรู้ว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน จะช่วยส่งข่าวให้รับรู้และจะทำให้เกิดการระวังตัวทำให้ไม่เกิดเหตุร้ายขึ้นอีก ซึ่งผู้ที่ได้รับการลดโทษและพักโทษนั้นจะเป็นผู้ต้องขังคดีไม่ร้ายแรงและมีความประพฤติดี ตามการพิจารณาอย่างเข้มงวดของคณะกรรมการฯเท่านั้น" นายสมศักดิ์ กล่าว