ตำรวจลั่น เอารถเมล์ขวางม็อบได้ คุย ขสมก.แล้ว ชี้ "ใครทำเสียหาย คนนั้นชดใช้"

ตำรวจลั่น เอารถเมล์ขวางม็อบได้ คุย ขสมก.แล้ว ชี้ "ใครทำเสียหาย คนนั้นชดใช้"
Thai Quote

สนับสนุนเนื้อหา

วันนี้ (13 พ.ย.63) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) กล่าวถึงกรณีที่ผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎร จัดการชุมนุม "ราษฎรสาส์น" โดยนำตู้ไปรษณีย์จำลองมาใช้ ว่า จะมีการดำเนินคดีแบ่งออกเป็น 2 คดี คือ

  1. คดีในพื้นที่ สน.สำราญราษฎร์ ฐานความผิดฝ่าฝืน พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ มีผู้ถูกดำเนินคดีทั้งหมด 14 ราย
  2. ในพื้นที่ สน.ชนะสงคราม เป็นคดีในฐานความผิดตาม พ.ร.บ.ความสะอาด โดยกรุงเทพมหานครได้แจ้งความร้องทุกข์เรียบร้อยแล้ว มีผู้กระทำความผิด 3 คน ซึ่งเป็นผู้นำเอาตู้ไปรษณีย์สีแดงเข้ามาในพื้นที่ โดยเมื่อดำเนินการเกี่ยวกับความผิดตาม พ.ร.บ.ความสะอาดแล้ว จะส่งพยานหลักฐานไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สำราญราษฎร์ ทำการตรวจสอบว่าข้อความในจดหมายนั้น สามารถนำไปประกอบความผิดที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.การชุมนุม ได้หรือไม่


ทั้งนี้กรณีที่มีการนำรถโดยสารประจำทาง (รถเมล์) มาใช้เป็นเครื่องกีดขวางการชุมนุมนั้น ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้มีการหารือกับผู้แทนของขสมก. เรียบร้อยแล้ว การดำเนินการต่าง ๆ ครั้งนี้จึงไม่ใช่ครั้งแรก ความเสียหายที่เกิดขึ้นจะเป็นพยานหลักฐานนำไปสู่การฟ้องร้องและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดต่อไป

"หากย้อนกลับไปเมื่อปี 51 ที่มีการปิดสนามบินมีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย 522 ล้านบาท ศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ให้จำเลยทั้งหมดชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าว เช่นเดียวกับคดีวางเพลิงเผาทรัพย์อาคารพาณิชย์บริเวณแยกราชปรารภ มีการฟ้องจำเลยซึ่งเป็นแกนนำที่กระทำความผิด 3 ราย ให้ชดใช้

และคดีปิดสำนักงานใหญ่ ปตท.ศาลพิพากษาถึงที่สุดให้จำเลย 4 ราย ชดใช้เงินค่าเสียหาย 9.7 ล้านบาท ซึ่งในกรณีของรถเมล์นั้น ขอให้ขสมก.ไม่ต้องกังวลปัญหาดังกล่าว" รองผบช.น. กล่าว

อย่างไรก็ตาม กรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำรถเมล์ ของ ขมสก. มาใช้นั้น ได้มีการพิจารณาตามความเหมาะสมแล้ว โดยมีการประสานขออนุญาตนำมาใช้อย่างถูกต้องระหว่างหน่วยงานรัฐด้วยกัน ซึ่งในกรณีนี้ หากมีผู้หนึ่งผู้ใดทำให้เกิดความเสียหาย ผู้กระทำผิดจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมายทั้งทางแพ่งและอาญาต่อไป