เจ้าอาวาสแทบล้ม โยมชกหน้ากลางงานกฐิน ถามลั่น "เงินที่ทำบุญทุกปีหายไปไหนหมด"

เจ้าอาวาสแทบล้ม โยมชกหน้ากลางงานกฐิน ถามลั่น "เงินที่ทำบุญทุกปีหายไปไหนหมด"
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

 

(28 ต.ค.63) ที่ จ.นครสวรรค์ ผู้สื่อข่าวสื่อข่าวได้รับรายงานข้อมูลจากชาวบ้านรายหนึ่ง ในพื้นที่ อ.ไพศาลี ว่า เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ที่ผ่านมา ได้มีการจัดงานบุญกฐินประจำปี กันที่วัดวังกระโดนใหญ่ ในพื้นพื้นที่หมู่ 1 ต.ตะคร้อ อ.ไพศาลี ซึ่งมีชาวบ้านในพื้นที่เดินทางมาร่วมทำบุญกันเป็นจำนวนมาก แต่ปรากฏว่า ในขณะที่งานบุญกำลังดำเนินไปอยู่นั้น กลับกลายมีเหตุการณ์ชุลมุน โดยเจ้าอาวาสวัดถูกชาวบ้านรายหนึ่งเข้าไปทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ และทางเจ้าอาวาสวัดรายนี้ ได้เดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุรายนี้เอาไว้แล้ว 

เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปที่วัดวังกระโดนใหญ่ ต.ตะคร้อ อ.ไพศาลี เพื่อสอบถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับ พระอธิการมนัส ฐานังกโร เจ้าอาวาสวัด ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ได้รับการเปิดเผยว่า เกิดขึ้นจริง และเกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลาประมาณ 14.40 น. หลังจากที่มีการทำพิธีถวายกฐินไปแล้ว แต่ปรากฏว่า จู่ๆ ก็มี นายคล้าย อายุ 65 ปี เดินเข้ามาหาตนที่ศาลาวัด ในลักษณะคล้ายคนมึนเมา เข้ามาพูดถามด้วยความหยาบคล้ายว่า “เงินที่กูทำบุญกฐินให้กับวัดทุกปี เอาไปใช้อะไรบ้าง หายไปไหนหมด แล้วงานนี้ได้เท่าไหร่ แบ่งใครบ้าง”

ซึ่งในระหว่างที่ตนกำลังพูดแจงรายละเอียดให้นายคล้ายฟังนั้น กลับกลายเป็นว่า ถูกนายคล้ายใช้กำปั้นซ้ายต่อยเข้ามาที่ใบหน้า เสียงดังเปี๊ยะจนหน้าสั่น เซจนเกือบจะล้ม อีกทั้งนายคล้ายยังจะเดินปรี่เข้ามาเตะซ้ำอีกทีด้วย แต่โชคดีที่คราวนี้ ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์หลายราย ต่างแห่เข้ามาห้ามเอาไว้ทัน และจับนายคล้ายแยกออกไป 

อย่างไรก็ตาม หลังเหตุการณ์ชุลมุน นายคล้ายยังคงไม่สิ้นฤทธิ์ ยังออกไปตะโกนโหวกเหวกโวยวายอยู่นอกศาลาวัด หนำซ้ำ ยังพูดจาท้าทายว่าต่อให้ไปแจ้งความเอาเรื่องก็ทำอะไรนายคล้ายไม่ได้เพราะเส้นสายเขาดีด้วย จนทำให้ชาวบ้านที่ได้ยินได้ฟังต่างตะโกนด่าทอและไล่นายคล้ายออกจากวัดไป และหลังจากนั้น ไวยาวัจกรวัดก็ได้พาตนเดินทางไปตรวจอาการบาดเจ็บที่โรงพยาบาล ก่อนจะไปแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.อ.วิโรจน์ เกสุดา ร้อยเวร สภ.ไพศาลี 

“ในวันรุ่งขึ้น นายคล้ายได้เดินทางไปให้ปากคำกับตำรวจ และยอมรับว่าได้ต่อยอาตมาจริง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงสั่งปรับนายคล้ายไป 500 บาท แล้วให้มาตกลงค่าเสียหายกับอาตมา ซึ่งนายคล้ายได้เจรจาว่า จะจ่ายให้อาตมาแค่ 500 บาทเท่านั้น แต่อาตมาไม่ยอม และได้เรียกค่าเสียหายไปจำนวน 50,000 บาท ผลสุดท้าย เจรจากันไม่ได้ จึงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการส่งฟ้องศาล จ.นครสวรรค์” 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความสนิทกับนายคล้าย พระอธิการมนัส บอกว่า แม้จะทราบว่า คนนี้คือนายคล้าย เคยเป็นชาวบ้านในพื้นที่ แต่ปัจจุบันได้ย้ายไปอยู่ จ.ลพบุรี และมักจะเดินทางมาทำบุญกฐินที่วัดทุกปี แต่ก็ไม่ได้มีความสนิทสนมกับนายคล้ายเลย ซึ่งเรื่องนี้ ตนจะไม่ยอมเด็ดขาด และจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด