"เพื่อไทย" ยันไม่จัดฉาก "วิสาร" กรีดเลือดเชิงสัญลักษณ์ ขอเสียเลือดเป็นคนสุดท้าย

"เพื่อไทย" ยันไม่จัดฉาก "วิสาร" กรีดเลือดเชิงสัญลักษณ์ ขอเสียเลือดเป็นคนสุดท้าย
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส. เชียงรายพรรคเพื่อไทยใช้มีดกรีดข้อมือกลางสภา เพื่อประท้วงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีตระหนักถึงข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมว่า เบื้องต้นพรรคได้สอบถามถึงเหตุผล ในการตัดสินใจทำเรื่องดังกล่าว ซึ่งเห็นว่า นายวิสารมีความจริงใจ และมีอุดมการณ์อันแรงกล้า และพยายามจะแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ถึงความรู้สึกที่ไม่อยากให้ใครต้องสูญเสียอีก และขอให้เสียเลือดเป็นคนสุดท้าย เพราะเกรงว่าหากเหตุการณ์บานปลาย จนถึงขั้นมีการสลายการชุมนุมและรุนแรงกว่านั้น และ จะนำไปสู่การสูญเสียเลือดเนื้อของคนไทย

เลขาธิการพรรคเพื่อไทยยืนยัน ไม่ทราบมาก่อนว่านายวิสารจะทำเช่นนี้ เจ้าตัวเพียงแต่แจ้งรายชื่อว่าขออภิปราย และเห็นว่าไม่จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการสอบ เพราะเป็นเหตุการณ์ที่ เกิดจากความเครียดเรื่องการชุมนุม อยากให้บ้านเมืองสงบ และไม่ได้ทำให้ใครเสียหาย ซึ่งไม่ได้มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์นี้รวมทั้งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยด้วย

เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ยังกล่าวว่าถึงกรณีที่นายวิสาร ใช้มีดกรีดข้อมือประท้วงกลางสภา โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวกลางสภาว่า การกระทำของนายวิสารเหมือนมีการเตรียมการไว้ก่อน เพื่อนำไปสู่เวทีโลกนั้น ขอยืนยันว่าไม่จริงและเป็นความเข้าใจผิดของนายกรัฐมนตรี ส่วนตัวยังเชื่อว่านายวิสารไม่ได้ต้องการสื่อสารถึงใครแต่ต้องการสื่อสารโดยตรงถึงนายกรัฐมนตรีมากกว่า

นอกจากนี้ นายประเสริฐ ยังกล่าวถึงกรณีที่ ส.ส.พรรครัฐบาล อาทิ นายสิระ เจนจาคะ ส.ส. กรุงเทพฯ และ นางสาวปารีณา ไกรคุปต์. ส.ส.ราชบุรี ออกมา ให้สัมภาษณ์ในทำนองเย้ยหยัน และสมน้ำหน้านายวิสารว่า เป็นการออกมาพูดไม่ถูกกาลเทศะและรู้สึกเสียใจกับคำพูดดังกล่าว เพราะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยกัน และที่กล่าวหาว่าพกอาวุธเข้ามา นั้นก็ไม่เป็นความจริง เพราะเป็นการยืมมีดปลอกผลไม้จากแม่บ้าน และอยากให้คิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนอะไรหลายอย่าง ว่าการแสดงออกของนายวิสารเป็นการแสดงออกถึงความจริงใจ ยอมเจ็บตัว มีบาดแผลเพื่อคนไทย ส่วนที่ถูกมองว่าการกระทำ ดังกล่าวจะกลายเป็นแบบอย่างนั้นก็เชื่อว่า เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย และประธานรัฐสภาคงจะกำชับไม่ให้มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก